องค์ความรู้ทั่วไปที่เกี่ยวกับวิศวกรไฟฟ้า ช่างไฟฟ้า

การศึกษาในสาขาวิศวกรไฟฟ้า ช่างไฟฟ้า เริ่มต้นที่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2476 คณะเริ่มเปิดสอนหลักสูตรปริญญาบัณฑิต ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า ได้รับความช่วยเหลือจากมูลนิธิร็อกกีเฟลเลอร์ โดยทางมูลนิธิ ได้ส่ง ดร.ชารล เอม.สัน. เกวอรฺต ชาวสวีเดน ซึ่งได้รับปริญญาวิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา มาช่วยจัดหลักสูตรการสอน และเป็นหัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าไปด้วย ในปี พ.ศ. 2478 ก็มีผู้จบการศึกษาและเข้ารับพระราชทานปริญญาวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า เป็นครั้งแรก จำนวน 12 คน ซึ่งต่อมา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน และ ได้เปิดสอนหลักสูตรวิศวกรรมไฟฟ้าตามมาเป็นลำดับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้เปิดหลักสูตรระดับปริญญาเอก เป็นแห่งแรกของประเทศไทย

วิศวกรไฟฟ้า ช่างไฟฟ้านั้นประกอบไปด้วยสาขามากมาย แต่ทุกสาขาจะมีจุดร่วมคือ จะมีความเกี่ยวพันกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า บางสาขานั้นจะมีการใช้งานสมการของแมกซ์เวลล์โดยตรง ในการทำงานเกี่ยวกับคลื่นวิทยุ บางสาขาก็ทำงานเกี่ยวกับการผลิตและส่งถ่ายพลังงานไฟฟ้า บางสาขาเกี่ยวกับการวิเคราะห์และจัดการกับสัญญาณไฟฟ้า ทั้งนี้จะรวมถึงแง่มุมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทฤษฎี การประยุกต์ใช้งาน และ อุปกรณ์ ที่เกี่ยวข้อง วิศวกรไฟฟ้า ช่างไฟฟ้ากำลัง เป็นสาขาที่เกี่ยวข้องกับ การผลิต การส่ง และ การจ่ายพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเกี่ยวข้องตั้งแต่โรงงานผลิตไฟฟ้า ส่งกำลังผ่านโครงข่ายสายส่งไฟฟ้า ไปยังผู้บริโภคทั้งที่เป็นอุตสาหกรรม แหล่งธุรกิจ และ บ้านเรือนที่พักอาศัย วิศวกรไฟฟ้า ช่างไฟฟ้าสาขาสื่อสาร/โทรคมนาคมสาขานี้เป็นสาขาที่เกี่ยวพันโดยตรงกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า จะเกี่ยวข้องกับการส่งข้อมูลในรูปสัญญาณจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งในรูปสัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ไม่ว่าจะส่งผ่านสื่อตัวกลางซึ่งอยู่ในรูป สายตัวนำ หรือ สายใยแก้ว หรือ ผ่านอากาศในรูปคลื่นวิทยุ วิศวกรไฟฟ้า ช่างไฟฟ้าสาขาอิเล็กทรอนิกส์ สาขาย่อยอิเล็กทรอนิกส์นี้ เดิมทีเป็นสาขาที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ และ ทดสอบวงจรไฟฟ้า ซึ่งสร้างจากอุปกรณ์ที่มีคุณสมบัติเฉพาะทางแม่เหล็กไฟฟ้า ตั้งแต่หลอดสุญญากาศ ตัวต้านทาน ตัวเก็บประจุ ขดลวดเหนี่ยวนำ จนถึง อุปกรณ์จากสารกึ่งตัวนำเช่น ไดโอด ทรานซิสเตอร์ และ อื่น ๆ เพื่อให้เป็นอุปกรณ์ที่ทำงานตามจุดประสงค์ที่ต้องการ เช่น เป็นวงจรรับวิทยุ วงจรเครื่องขยายเสียง ถือเริ่มจากการประดิษฐ์หลอดสุญญากาศ Audion ในปี ค.ศ. 1907 วิศวกรไฟฟ้า ช่างไฟฟ้าสาขาคอมพิวเตอร์ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ถูกนำมาใช้ในสาขาที่หลากหลายเช่น ชีววิทยาคอมพิวเตอร์ และ ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์วิศวกรรมคอมพิวเตอร์เกี่ยวข้องกับการออกแบบ คอมพิวเตอร์ และ ระบบคอมพิวเตอร์ นี้อาจเกี่ยวข้องกับการออกแบบของ ฮาร์ดแวร์ ใหม่, การออกแบบ PDA แท็บเล็ตและ ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ หรือการใช้คอมพิวเตอร์ในการควบคุม โรงงานอุตสาหกรรม วิศวกรคอมพิวเตอร์อาจจะทำงานกับ ซอฟแวร์ ของระบบอีกด้วย อย่างไรก็ตามการออกแบบระบบซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อนมักจะเป็นโดเมนของ วิศวกรรมซอฟต์แวร์ ซึ่งมักจะถือว่าเป็นสาขาแยกคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ จะเป็นตัวแทนส่วนเล็ก ๆ ของอุปกรณ์ที่วิศวกรคอมพิวเตอร์อาจทำงานด้วย เนื่องจากสถาปัตยกรรมที่เหมือนคอมพิวเตอร์จะถูกพบในขณะนี้อยู่ในช่วงของอุปกรณ์ที่รวมทั้ง วิดีโอเกมคอนโซล และ เครื่องเล่น DVD

อาชีพที่คนจบวิศวกรไฟฟ้าและช่างไฟฟ้า สามารถทำงานได้ เริ่มตั้งแต่ช่างไฟฟ้า วิศวกร ซึ่งมีสถานที่ทำงานที่หลากหลายทั้งในโรงงาน ในโรงไฟฟ้า บริษัทสื่อสาร บริษัทน้ำมัน บริษัทเดินรถ บริษัทซอฟแวร์ต่างๆ เพราะทุกที่ที่มีการใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าต้องการวิศวกรไฟฟ้าและช่างไฟฟ้าในการควบคุมดูแล อาชีพอื่นๆ เช่นพนักงานขาย ฝ่ายจัดซื้อ และอื่นๆ

วิศวกรไฟฟ้า สามารถทำงานได้หลากหลาย เช่น วิศวกรอิเล็กทรอนิกส์ สามารถทำงานได้อย่างหลากหลายในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่อุตสาหกรรมประกอบชิ้นส่วนและวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ที่ทำการออกแบบและผลิตแผ่นวงจรรวม อุปกรณ์หน่วยความจำและฮาร์ดดิสก์ ได้แก่ บริษัท FASL(Thailand) หรือเดิมคือ Advanced Micro Devices (AMD), Philips Semiconductor, Lucent, Seagate, Sony Semiconductor, Toshiba Semiconductor การสื่อสารและโทรคมนาคม ต้องการวิศวกรติดตั้งและดูแลระบบการสื่อสาร ภาคอุตสาหกรรมเหล่านี้ ได้แก่ บริษัท ทศท คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัท การสื่อสารโทรคมนาคม จำกัด บริษัท AIS บริษัท DTAC บริษัท TelecomAsia บริษัท TT&T บริษัท Ericsson Nokia AT&T และ SIEMENS วิศวกรการออกแบบและผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า ได้แก่ บริษัท SONY HITACHI Panasonic Mitsubishi ตลอดจนบริษัทขนาดใหญ่ของคนไทยและอุตสาหกรรม SME ที่มีอยู่อย่างมากมาย วิศวกรควบคุมและซ่อมบำรุงระบบในอุตสาหกรรมหนัก ได้แก่ อุตสาหกรรมปิโตรเคมี อุตสาหรรมเหล็ก อุตสาหกรรมยานยนต์

วิศวกรไฟฟ้า ช่างไฟฟ้ากำลัง สามารถออกไปประกอบอาชีพด้านต่างๆ ได้แก่ วิศวกรหรือช่างประจำโรงงานทำหน้าที่ดูแลระบบไฟฟ้า ติดตั้งและซ่อมบำรุงเครื่องจักรไฟฟ้าภายในโรงงานอุตสาหกรรม วิศวกร ออกแบบ อนุมัติแบบ ควบคุมงานการติดตั้งระบบไฟฟ้า สำหรับอาคารและโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งต้องทำงานร่วมกันกับทีมงานวิศวกรสาขาอื่นๆ เพื่อให้การก่อสร้างอาคารและโรงงาน สำเร็จลุล่วง วิศวกรควบคุมการจ่ายกำลังไฟฟ้าในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าทั้งสามแห่ง โรงแยกก๊าซ ปตท การรถไฟฟ้ามหานคร วิศวกรปฏิบัติการทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและวิจัยผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าวิศวกรวางแผนการใช้พลังงานประจำโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งเป็นไปตามกฎหมายที่ทุกโรงงานอุตสาหกรรมจะต้องมีแผนการประหยัดพลังงาน

วิศวกรโทรคมนาคม วิศวกรรมโทรคมนาคม เป็นวิศวกรรมศาสตร์ ที่เกิดจากการรวบรวมองค์ความรู้ ทางวิทยาศาสตร์ และวิศวกรไฟฟ้าทั้งปวงมา รวบรวมเป็นองค์ความรู้ที่ลึกซึ้งเฉพาะทางและเป็นวิศวกรรมที่ซับซ้อนเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ชั้นสูงหลายๆ ด้าน ดังที่เราเห็นในปัจจุบัน ในงานวิศวกรรมโทรคมนาคมเป็นการรวบรวม วิศวกรรมแทบทุกสาขามาในงานวิศวกรรมโทรคมนาคม แม้แต่งานด้านวิศวกรรมโยธา ก็ยังเกี่ยวข้องกับวิศวกรรมโทรคมนาคม เช่น การวางฐานราก เสาตั้งสายอากาศ เป็นต้น หรือแม้แต่ทางการแพทย์ ก็มีการใช้วิศวกรรมโทรคมนาคมชั้นสูงมาประยุกต์ใช้ เช่น ความถี่วิทยุ และใยแก้วนำแสง มาประยุกต์ใช้ในการตรวจและรักษาผู้ป่วย เป็นต้นอันที่จริงวิศวกรรมโทรคมนาคม ในปัจจุบันจะเป็นตัวกลางในการหลอมรวมทางวิศวกรรมในทุกสาขาเข้าด้วยกัน (Engineering Convergence)ดังหน้าที่ของ งานโทรคมนาคม อยู่แล้ว วิศวกรโทรคมนาคม ส่วนใหญ่มักจำเป็นต้องเชี่ยวชาญงานหลายๆ ด้านให้มากที่สุดทั้ง งานอิเล็กทรอนิกส์ งานไฟฟ้ากำลัง งานคอมพิวเตอร์ งานอิเล็คทรอนิกส์เชิงกล งานสายอากาศและคุณสมบัติคลื่น งานโยธาเล็กน้อย รวมทั้งงานจัดการโครงการ เป็นต้น  วิศวกรรมโทรคมนาคม ทำให้เกิดมีทรัพยากร คลื่นวิทยุ (Radio Wave)กลายเป็นทรัพยากรของมนุษย์โลกที่มีค่าประเมินไม่ได้เกิดขึ้นจากงานวิศวกรรมโทรคมนาคม และเปลี่ยนแปลงสังคมมนุษย์อย่างกว้างขวาง กลายเป็นคลื่นลูกที่สามของการเปลี่ยนแปลงสังคมมนุษย์โลก (Third Wave Concept) และการขับเคลื่อนของระบบเศรษฐกิจของประเทศใดๆ ล้วนขึ้นอยู่กับ เครือข่าย (Network) ปัจจุบันงานวิศวกรรมโทรคมนาคม ค่อนข้างมีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีรวดเร็ว และมีวงจรชีวิตของสินค้า หรืออุปกรณ์โทรคมนาคม สั้นลง (Shortly Technology Life Cycle)และมีความซับซ้อนสูงขึ้น พร้อมๆ ไปกับการมีประสิทธิภาพสูงขึ้นไปด้วยดังที่เราเห็นกันทั่วไปในปัจจุบัน วิศวกรโทคคมนาคมเป็นที่ต้องการมากในภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับระบบสื่อสารและระบบโครงข่ายโทรคมนาคมทั้งในภาครัฐและเอกชน ได้แก่ วิศวกรติดตั้งและดูแลระบบการสื่อสารโทรคมนาคม ได้แก่ บริษัท ทศท คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัท การสื่อสารโทรคมนาคม จำกัด บริษัท ไทยคม บริษัท AIS บริษัท DTAC บริษัท TelecomAsia บริษัท TT&T บริษัท Ericsson บริษัท Nokia บริษัท AT&T และบริษัท SIEMENS วิศวกรติดตั้งและดูแลระบบสื่อสารเคเบิลไยแก้ว ระบบไมโครเวฟ ระบบสื่อสารดาวเทียม วิศวกร ออกแบบ ติดตั้งและดูแลระบบสถานีวิทยุโทรทัศน์ที่มีสถานีทวนสัญญาณอยู่ทั่วประเทศ เช่น สถานีวิทยุโทรทัศน์ช่องต่างๆ วิศวกรดูแลระบบระบบสื่อสารสำหรับการบินพาณิชย์ เช่น บริษัท การบินไทย บริษัท วิทยุการบิน จำกัด

ทำความรู้จักกับไม้ลามิเนต

อาชีพช่างติดตั้งไม้ลามิเนต ต้องรู้อะไรบ้าง ก่อนอื่น ช่างติดตั้งไม้ลามิเนต ควรมีความรู้ในด้านต่างๆของไม้ลามิเนตก่อน บางท่านอาจคิดว่าพื้นไม้ลามิเนตนั้นผลิตจากไม้แท้ๆ เลยแต่จริงๆ แล้ว “พื้นไม้ลามิเนตไม่ใช่ไม้จริง 100%”  แต่เป็นการทำให้เหมือนไม้จริงมากกว่าเพราะตัวไม้ลามิเนตนั้นจะถูกอัดด้วยผงไม้จนเกิดมาเป็นไม้ทั้งแผ่นเพื่อจะที่ลามิเนตอีกทีนึง หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นไม้สำเร็จรูปที่ผลิตขึ้นมาโดยวิธีทางวิทยาศาสตร์ โดยยังคงมีพื้นฐานที่มีไม้เป็นส่วนประกอบ คือ แผ่นไม้ลามิเนต และใน 1 แผ่นไม้ลามิเนตนั้นประกอบไปด้วยชั้นต่างๆ 4 ชั้น ซึ่งชั้นตรงกลางที่มีความหนาที่สุดจะทำมาจากไม้ โดยนำไม้เนื้อแข็งมาย่อยให้เป็นผงละเอียด แล้วนำไปผสมกับสารอื่นๆ จากนั้นจึงทำให้ออกมาเป็น แผ่นโดยวิธีทางวิทยาศาสตร์ โดยเราเรียกวิธีนี้ว่า HDF (High Density Fiber) ซึ่งดูจะได้ไม้ที่ดูคล้ายไม้ธรรมชาติแต่มีความแข็งแรงและยืดหดตัวน้อยกว่าไม้จริงหลายเท่า ส่วนชั้นที่ 2 จะเป็นส่วนของลายไม้ออกแบบโดยคอมพิวเตอร์ซึ่งใช้ปิดทับชั้นไม้ HDF โดยชั้นบนจะเป็นผิวหนังที่ป้องกันการขีดข่วนส่วนล่างจะเป็นแผ่นป้องกันความชื้น แล้วนำทั้ง 4 ชั้น มาเข้ากระบวนการผลิตเพื่อให้ได้ออกมาเป็นแผ่นไม้ลามิเนต ด้วยการนำไปหลอมละลายให้เป็นเนี้อเดียวกันทำให้ไม้ลามิเนตไม่สามารถแยกออกจากกันได้ เอาล่ะครับเพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจกันมากที่สุด

ลักษณะของพื้นไม้ลามิเนต ในชั้นบนเป็นชั้นที่แสดงถึงลายไม้ จึงต้องมีความทนทานสูง เพื่อไม่ให้เกิดริ้วรอยบนพื้นไม้ ลวดลายบนพื้นไม้ลามิเนตนั้นมาจากการใช้ภาพถ่ายลายไม้เสมือนจริง หรือออกแบบโดยคอมพิวเตอร์ และนำไปเคลือบทับด้วย เมลามีน ลามิเนต เพื่อให้ทนทานต่อการเกิดรอย นอกจากนี้ยังเคลือบด้วยเรซินที่ทนทาน Abrasion&Decorate Layer พื้นไม้ลามิเนตชั้นกลางจะเป็นชั้นที่หนาที่สุดในพื้นไม้แบบลามิเนต และทำจากไม้ที่ย่อยเป็นผงแล้วมาอัดเข้าแผ่นด้วยความดันสูง หรือที่เรียกกันว่า HDF Boardผู้ผลิตบางรายอาจจะใส่สารป้องกันความชื้นลงในชั้นนี้ด้วย พื้นไม้ลามิเนตชั้นล่างจะเป็นชั้นที่ป้องกันความชื้น โดยผู้ผลิตบางรายจะเคลือบด้วยเมลามีน เพื่อให้เกิดความแข็งแรง และป้องกันความชื้นได้ดียิ่งขึ้น

ช่างติดตั้งไม้ลามิเนต จะต้องรู้เรื่องคุณสมบัติของพื้นไม้ลามิเนตว่าาพูดถึงเรื่องคุณสมบัติของพื้นไม้ลามิเนตนั้น ก็คือ ติดตั้งได้เร็ว น้ำหนักเบา และทนทาน หลายปี หลายๆคนที่มีความเชื่อว่าไม้ลามิเนตไม่ดีนั้น ส่วนมากมีปัญหาหลังจากการติดตั้ง และช่างติดตั้งไม้ลามิเนต ที่ไม่ชำนาญมากพอ ส่วนเรื่องของเสียง ที่เวลาเดินบนไม้ลามิเนตแล้วเกิดเสียงเหมือนไม้กรอบตัวนั้น สาเหตุส่วนใหญ่มาจากพื้นเดิมนั้นไม่ได้ระนาบ มีลักษณะเป็นคลื่น เมื่อติดตั้งไม้ลามิเนตไปแล้วเวลาเราเดินบน พื้นไม้ ทำให้ไม้ยุบตัวลงผ่านรอยคลื่นใต้ไม้ลามิเนตอีกชั้นหนึ่งจึงทำให้เกิดเสียงดังบางครั้ง ติดตั้งไม้ลามิเนตไปแล้ว ไม้เกิดการขยายตัวมากกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ไม้ลามิเนตมีปัญหา ถ้ายังไม่พอผมจะแยกคุณสมบัติของพื้นไม้ลามิเนต ดังนี้  พื้นไม้ลามิเนต ทนต่อรอยขีดข่วน หรือกระทั่งกรงเล็บของสัตว์เลี้ยงของท่าน พื้นไม้ลามิเนต ทนต่อแรงตกหรือกดกระแทก พื้นไม้ลามิเนต ทนความร้อนของก้นบุหรี่ และคราบของนิโคตินสามารถเช็ดออกได้โดยง่าย พื้นไม้ลามิเนต ไม่เป็นคราบ สามารถเช็ดออกได้ง่าย พื้นไม้ลามิเนต สีและลายไม่ซีดจาง แม้จากการตากแดดโดยตรงก็ตาม พื้นไม้ลามิเนต ดูแลรักษาความสะอาดง่าย และทนต่อน้ำยาทำความสะอาดต่างๆ ที่ใช้ภายใน บ้าน ไม่สามารถทำให้ผิวหน้าเป็นรอยได้ พื้นไม้ลามิเนต ปลอดภัยเนื่องจากพื้นลามิเนตไม่มีขั้นตอนการผลิตที่ต้องใช้สาร Dioxins จึงปลอดภัยต่อ สุขภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และด้วยพื้นผิวที่สะอาดถูกสุขอนามัยไม่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ได้ พื้นไม้ลามิเนต แข็งแรงมาก แม้การเคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์ก็ไม่ทำให้เกิดรอย (สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องทำเมื่อวางของหนักๆบนพื้นก็คือใช้สักหลาดรองส่วนที่ สัมผัสกับพื้นเท่านั้นเอง). พื้นไม้ลามิเนต ติดตั้งได้ง่ายและเร็ว สามารถติดตั้งทับบนพื้นเดิมได้เลย

ช่างติดตั้งไม้ลามิเนต จะต้องแนะนำวิธีการดูแลและรักษาพื้นไม้ลามิเนต ดังนี้ คิดถึงสถานที่ที่คุณจะปูพื้น ตัดสินได้จากการเดินผ่านไปมาว่ามากน้อยขนาดไหนและระดับความชื้น เพื่อที่คุณจะสามารถตัดสินใจได้ว่าพื้นแบบไหนเหมาะที่สุด ช่างติดตั้งไม้ลามิเนต ไม่ควรลืมเช็ค AC rating ด้วย เลือกแผ่นรองที่สามารถป้องกันความชื้นที่มาจากใต้พื้นได้ ลูกค้าอ่านคู่มือการติดตั้งอย่างละเอียด  ต้องมั่นใจว่าชั้นใต้พื้นได้ระดับ สะอาดและแห้ง เมื่อปูพื้นไม้ลามิเนต คุณควรจะเว้นระยะห่างจากเส้นรอบวงของบริเวณที่คุณจะปูสัก 10 มม. ซึ่งรวมไปถึงการเว้นระยะห่างนี้ให้กับเครื่องเรือนหรือวัสดุที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ด้วย คุณควรเว้นไว้เพราะต้องเผื่อการขยายตัวด้วย เมื่อใช้ไปพื้นไม้ลามิเนตจะตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิบ้าง เมื่อปูพี้นไม้ลามิเนตไปแล้ว ถ้าเกิดมีอะไรหกลงพื้นก็ควรทำความสะอาดอย่าปล่อยทิ้งไว้นาน ใช้ไม้ม๊อบหมาดๆหรือเครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาด

ข้อแนะนำสำหรับการปูพื้นไม้ลามิเนต คือใช้แผ่นรองขาเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เก้าอี้ เพื่อลดโอกาสการเกิดรอยขีดข่วน ถ้าทำได้ก็ให้ยกเฟอร์นิเจอร์หนักๆอย่าลากไปตามพื้น นอกจากแผ่นรองขาแล้ว ให้ใช้ชิ้นผ้ารองเฟอร์นิเจอร์หนักๆใหญ่ๆก่อนที่จะเคลื่อนย้ายมันบนพื้นลามิเนตของคุณ ถ้ามันหนักมากก็อย่าลืมหาผู้ช่วยมาด้วย ถ้าห้องของคุณถูกแสงแดดโดยตรงก็ควรปิดผ้าม่านหรือที่บังแดดเพื่อลดโอกาสการเกิดสีซีดจาง

ช่างติดตั้งไม้ลามิเนตจะต้องหลีกเลี่ยงการปูพื้นไม้ลามิเนตบนพื้นพรมปูพื้นไม้ลามิเนตบริเวณที่ความชื้นสูง ปูทั้งๆที่แถวแรกมันเบี้ยว แถวแรกมีความสำคัญต่อการปูพื้นที่เหลือทั้งหมดมาก ใช้แว๊กซ์ น้ำยาขัดเงา หรือน้ำยาขัดพื้นทำความสะอาดพื้นไม้ลามิเนต เพราะมันจะก่อความเสียหายได้ การเคลือบเงาหรือขัดพี้นไม้ลามิเนต ใช้น้ำยาที่มีส่วนผสมของสบู่ หรือน้ำยาขัดเงาต่างๆบนพื้นไม้ลามิเนต เดินบนพื้นไม้ลามิเนตขณะสวมรองเท้าส้นแหลม หรือรองเท้ากีฬาที่ปุ่มมีโลหะหรือเดือย ราดน้ำลงบนพื้นเพื่อทำความสะอาด นั่นอาจทำให้พื้นไม้ลามิเนตของคุณกลายเป็นลอนๆได้

ช่างติดตั้งไม้ลามิเนต จะต้องรู้เรื่องความทนทานของไม้ลามิเนตAC Rating ของพื้นไม้ลามิเนตนั้นก็มีความสำคัญมากเหมือนกันเพราะจะบอกได้ว่า พื้นไม้ลามิเนตที่ใช้นั้นมีความทนทานมากแค่ไหน AC Rating ของพื้นไม้ลามิเนตคืออะไร? AC rating คือคำที่ใช้บอกถึงระดับความทนทานของพื้นไม้ลามิเนต มันถูกใช้โดยองค์กรอิสระที่ชื่อว่า European Producers of Laminate Flooring (EPLF) AC rating เป็นโค้ดบอกความทนต่อแรงบีบอัดของพื้นไม้ลามิเนต ซึ่งช่วยให้ลูกค้าเลือกผลิตภัณฑ์ได้ง่ายขึ้นและเหมาะสมกับการใช้งานมากขึ้น การกำหนด AC rating นั้น จะต้องมีการทดสอบหลายอย่างเช่น ความทนทานต่อการไหม้ รอยข่วน คราบ และการกระแทก และยังทดสอบไปถึงความทนทานต่อขาของเฟอร์นิเจอร์ ฐานเก้าอี้ หรืออะไรก็ตามที่ต้องวาง และเคลื่อนย้ายบนพื้นด้วย พื้นไม้ลามิเนตจะได้ตรา AC rating ต่อเมื่อผ่านการทดสอบทุกขั้นตอนแล้วเท่านั้น ถ้าไม่ผ่านแม้แต่ขั้นเดียวก็จะไม่ได้ใช้สัญลักษณ์ AC rating ทันที ระดับของ AC rating นั้นจะพิจารณาร่วมกับผลการทดสอบ และสถานที่ที่จะนำไม้ลามิเนตนั้นไปใช้ด้วย คำแนะนำเบื้องต้นสำหรับ AC rating ระดับ AC rating ต่างๆจะแสดงใน diagram ข้างล่าง อธิบายถึงวิธีการใช้ผลิตภัณฑ์และความทนทาน ระดับต่างๆจะถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ

ระดับที่อยู่อาศัยและการค้า ซึ่งจะแบ่งย่อยออกไปตามความหนักเบาในการใช้งาน มีคนเดินผ่านไปมามาก (heavy) ทั่วไป (general) หรือปานกลาง (moderate) คำอธิบายของ AC rating สัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องและการใช้งานที่เหมาะสมจะถูกอธิบายดังนี้

AC 1 : 21 (ที่พักอาศัย, เดินผ่านปานกลาง : เหมาะกับห้องนอนหรือห้องรับแขก)

AC 2 : 22 (ที่พักอาศัย, เดินผ่านทั่วไป : เหมาะกับห้องนั่งเล่นหรือห้องทานอาหาร)

AC 3 : 23 (ที่พักอาศัย, เดินผ่านมาก : ใช้ได้ทุกที่)

AC 3 : 31 (สำหรับพื้นที่การค้า, เดินผ่านปานกลาง : เหมาะจะปูห้องในโรงแรมหรือ Office เล็กๆ)

AC 4 : 32 (สำหรับพื้นที่การค้า, เดินผ่านทั่วไป : สำนักงาน, ภัตตาคาร, ร้านเสริมสวย, คาเฟ่)

AC 5 : 33 (สำหรับพื้นที่การค้า, เดินผ่านมาก : อาคารสาธารณะ, ห้างสรรพสินค้า)ผู้ผลิตพื้นไม้ลามิเนตทุกรายจะถูกกำหนดให้ต้องทำตามมาตรฐานนี้เพื่อประโยชน์ของลูกค้า ลูกค้าจะต้องตรวจสอบ AC rating ก่อนจะซื้อพื้นไม้ลามิเนตโดยต้องพิจารณาถึงระดับความทนทานที่ต้องการด้วย

ทำไมต้องติดตั้งกล้องวงจรปิดด้วยผู้เชี่ยวชาญ

สำหรับการเลือกติดตั้งกล้องวงจรปิดนั้น แน่นอนก็เหมือนกันซื้อของชิ้นหนึ่ง ผู้ซื้อจำเป็นต้องเลือก ศึกษาและดูว่าของชิ้นนั้น ควรซื้ออย่างไร ควรซื้อแบบไหน และมีราคาเท่าไรจึงจะเหมาะสม เรียกง่ายๆ ว่า ต้องคุ้มค่าคุ้มราคาก่อน จึงจะตัดสินใจซื้อ…

แต่ก็มีอยู่หลายครั้งที่อาจจะเลือกแค่ว่า ราคาถูกไว้ก่อนก็ใช้ได้เหมือนๆ กัน สุดท้ายก็ต้องมาเสียดายทีหลัง เช่นเดียวกันกับการเลือกติดตั้งกล้องวงจรปิด ในการติดตั้งกล้องวงจรปิด ก็มีหลายๆ คน หลายๆ ครั้งที่ มีการบอกเล่าว่าการติดตั้งเอง ดีกว่า ประหยัดกว่า หาซื้อตามคลองถม บ้านหม้อ มาติดตั้งเองก็ได้ ถูกกว่าให้ ช่างติดตั้งกล้องวงจรปิด/ไฟฟ้าจากบริษัทหรือแบรนด์ต่างๆ ที่ต้องซื้อทั้งกล้อง ระบบและค่าติดตั้ง แต่รู้หรือไม่ว่าการเลือกใช้กล้องวงจรปิด จากบริษัทกล้องวงจรปิดโดยตรงนั้นดีกว่าการที่เราไปซื้อมาติดตั้งเอง

แต่การเลือกที่จะติดตั้งกล้องวงจรปิดจากบริษัทกล้องวงจรปิดและสามารถปรึกษากับช่างติดตั้งกล้องวงจรปิด/ไฟฟ้าโดยตรงเชื่อว่าจะได้อะไรที่หลากหลายและคุ้มค่าคุ้มราคามากกว่า อย่างแรกที่จะได้รับเลย คือ การออกแบบและการแนะนำจากช่างติดตั้งกล้องวงจรปิด/ไฟฟ้าผู้เชี่ยวชาญ ที่จะแนะนำเกี่ยวกับระบบกล้องวงจรปิดให้อย่างเหมาะสม ทั้งกล้อง HD – กล้อง IP  ความละเอียดสูง ไม่ใช่กล้องที่ตกรุ่น ความละเอียดต่ำ หรือแนะนำแต่ที่อยากขาย เพราะในการติดตั้งกล้องวงจรปิดนั้น จำเป็นจะต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของการใช้งานเป็นหลัก เพื่อประสิทธิภาพที่สูงสุด

สามารถใช้งานได้จริงเต็มประสิทธิภาพ เช่น การดูกล้องผ่านอินเตอร์เน็ตได้สมบูรณ์ ลูกค้าหลายรายซื้อมาแล้ว ดูได้บ้าง ไม่ได้บ้าง (หลายแห่งใช้ host ฟรี บริการได้ลูกค้าจำกัดและมีปัญหา) และปัญหาที่ตามมาอีกอย่างคือการแก้ไขที่รับรองได้ว่า กล้องวงจรปิดของคุณจะทำงานตลอดหรือไม่

อุปกรณ์ที่ใช้ได้มาตรฐาน  เช่น  สายสัญญาณที่มี Sheild 144 เส้น หรือสาย Lan ที่ผ่านมาตราฐาน Cat5E หรือ Cat6  ไม่ใช้สายคุณภาพต่ำ เรื่องอุปกรณ์ถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะหากได้รับอุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสมกันมาใช้ร่วมกัน อาจะทำให้ประสิทธิภาพของการทำงานของกล้องวงจรปิดนั้นลดลง หรืออาจสร้างความเสียหายให้กับระบบในอนาคตได้

มาตรฐานการติดตั้ง ใช้สายสัญญาณเสียเดียวไม่ตัดต่อ และระบบการจ่ายไฟฟ้าจากจุดเดียว เพื่อความปลอดภัยและง่ายต่อการควบคุม (ไม่ใช้ สายสั้นๆ มาต่อกัน หรือการใช้สายไฟจากจุดใกล้เคียง) เพราะนั้นอาจทำให้เกิดปัญหากับระบบต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกันในอนาคตได้

มีบริการหลังการขายที่มั่นใจ ช่างติดตั้งกล้องวงจรปิด/ไฟฟ้า สามารถแก้ไขปัญหาและบริการลูกค้าได้จริง

ดังนั้น การติดตั้งกล้องวงจรปิด ไม่ควรซื้อไปติดตั้งเอง ควรจะให้เจ้าหน้าที่ หรือ ช่างติดตั้งกล้องวงจรปิด/ไฟฟ้า ผู้ชำนาญเฉพาะทางเป็นเป็นคนติดตั้งให้จะดีกว่า การซื้อกล้องวงจรปิดไปติดตั้งเอง ถ้าขาดความรู้เทคนิคในการติดตั้ง อาจจะทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร ไฟไหม้ หรือ เกิดความผิดพลาดต่างๆ ในการติดตั้งได้ การแก้ไขปัญหาของอุปกรณ์กล้องวงจรปิดก็ทำได้ยาก เพราะขาดความรู้ความชำนาญเฉพาะทาง อยากจะแนะนำว่าให้ใช้บริการกับบริษัทที่จำหน่ายการติดตั้งกล้องวงจรปิด โดยเฉพาะจะดีกว่า เพราะบริษัทที่รับติดตั้งมีช่างติดตั้งกล้องวงจรปิด/ไฟฟ้า ที่มีประสบการณ์ในการติดตั้งกล้องวงจรปิด ถ้าคุณคิดว่าแค่ ช่างไฟ หรือ ช่างเดินสายโทรศัพท์ก็สามารถติดตั้งได้ คุณอาจเข้าใจผิดแล้ว เพราะถึงแม้บุคคลเหล่านั้นจะติดตั้งได้จริง ก็อาจติดตั้งแบบผิดวิธี ผู้ที่ขาดประสบการณ์ในการติดตั้งกล้องวงจรปิดมา ทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ ฉะนั้นทางที่ดีที่สุดควรให้ บริษัทจำหน่าย ติดตั้งกล้องวงจรปิด เป็นคนติดตั้งให้ดีกว่า

นอกจากนี้บริษัทที่ให้บริการยังมีบริการหลังการขาย เซอร์วิสฟรี ถึงสถานที่ตลอด 1 ปีเต็มอีกด้วย ขอแนะนำว่า ถ้าซื้อ กล้องวงจรปิดจากบริษัทไหนมา ก็ควรจะให้บริษัทนั้นเป็นคนติดตั้งให้จะดีที่สุด จะได้บริการได้อย่างเต็มที่ทั้งตัวอุปกรณ์ อะไหล่ต่างๆ รวมไปถึงการให้คำปรึกษาอีกด้วย

เหตุผลที่ต้องใช้กล้องวงจรปิด

1.ราคากล้องปัจจุบันที่ถูกลงมาก ทำให้สามารถเลือกซื้อมาติดตั้งได้ตามแต่งบประมาณที่เหมาะสม

  1. ใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีได้ หลักฐานและคดีต่างๆ บางครั้งไม่สามารถหาพยานในที่เกิดเหตุได้ดังนั้นการมีกล้องวงจรปิดจึงเป็นตัวเลือกที่เชื่อถือได้มากกว่า
  2. ใช้ตรวจสอบพฤติกรรมของผู้ต้องสงสัยได้ ใช้ในการสอดส่องพฤติกรรมของผู้ที่มีมาติดต่อหน้าบ้าน หรือพี่เลี้ยงของลูกเราที่เพิ่งมาทำงาน
  3. สามารถดูผ่านมือถือได้ ผู้เป็นเจ้าของกิจการบางครั้งไม่ต้องอยู่ที่ร้านก็สามารถดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในร้านของตนเองในแต่ละวันได้
  4. เพื่อความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สิน

คุณสมบัติของช่างติดตั้งกล้องวงจรปิด/ไฟฟ้า

ช่างติดตั้งกล้องวงจรปิด/ไฟฟ้า ควรเป็นเพศชาย อายุ 20 ปี ขึ้นไป  วุฒิการศึกษาระดับ ม.3  ปวช. ปวส. สาขาช่างยนต์ ไฟฟ้า อิเล็คทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง มีความรู้เกี่ยวกับการเดินสายไฟและการติดตั้งกล้องวงจรปิดมาก่อน สามารถทำงานเป็นทีมร่วมกับผู้อื่นได้  มีความขยัน อดทน สามารถทำงานล่วงเวลาได้  มีรถจักรยานยนต์เป็นของตัวเองพร้อมใบขับขี่ หรือ สามารถขับรถยนต์ได้พร้อมใบขับขี่ เนื่องจากต้องเดินทางไปติดตั้งตามสถานที่ต่างๆให้กับลุกค้า

ท่องเที่ยวสกีรีสอร์ทญี่ปุ่น เมืองไหนดี…?

หากคิดถึงสกีรีสอร์ทญี่ปุ่น หลายคนคงพุ่งเป้าไปที่ Hokkaido เกาะที่หนาวที่สุดในญี่ปุ่น ทำให้มองข้ามจังหวัดใกล้ ๆ Tokyo อย่าง Nagano โดยไม่รู้ซะแล้วว่าที่สกีรีสอร์ในญี่ปุ่นในหลายๆที่ ก็มีบรรยากาศสวย ๆ ลานสกีใหญ่ ๆ และมีหิมะคุณภาพดีเป็นปุยละเอียดไม่ต่างจากหิมะบนเกาะ Hokkaido เช่นกัน

ในญี่ปุ่นนั้นมีสกีรีสอร์ทอยู่มากมายหลายแห่งจนอาจเลือกกันไม่ถูก แต่หากเป็นสกีรีสอร์ทญี่ปุ่นที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลอย่าง “World Travel Award” สาขาสถานที่ท่องเที่ยวทางสกียอดเยี่ยมจากเว็บไซต์ World Ski Award ซึ่งเทียบได้กับรางวัลออสการ์ของการท่องเที่ยวโลกเป็นการันตีแล้วก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียว หิมะของลานสกีเหล่านี้เหมาะกับการเล่นสกีมากเพราะลักษณะของหิมะที่เกิดในอุณหภูมิต่ำจะแห้งและเป็นผงนุ่มลื่นคล้ายแป้ง (Powder Snow) เมื่อเล่นสกีบนหิมะแบบนี้จะลื่นไหลได้ดีกว่าและเพลิดเพลินมากกว่า แถมเวลาลื่นล้มก็ไม่ค่อยเจ็บด้วยซึ่งต่างจากหิมะในภาวะอุณหภูมิสูงมักจะอมน้ำไว้มากเกินไป

ซึ่งครั้งนี้เรามี 10 สถานที่สกีรีสอร์ทญี่ปุ่นที่จะนำเสนอ ซึ่งรับรองได้ว่าท่านจะเพลิดเพลินกับการเล่นสกีไปกับเราแน่นอน

  1. Furano Ski Resort ลานสกีแห่งนี้ อยู่บริเวณโรงแรมปริ๊นโรงแรมระดับ 4 ดาว ของเมืองฟูราโน่ สามารถจองตั๋วล่วงหน้าได้ จากเว็บอย่างเป็นทางการตั๋วปีเริ่มที่ 100,000 เยน ซึ่งสามารถนำไปใช้กับลานสกีในเครือที่มีอยู่ 9 แห่งเลยทีเดียวครับ
  2. GALA Yuzawa Snow Resort Gala Ski Area ตั้งอยู่บริเวณเมืองยูซาว่า ในเขตจังหวัดนิกะตะ ลานสกีแห่งนี้จัดว่าเดินทางสะดวกมากเช่นกัน สถานีรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่มุ่งหน้าไปเมืองทางตอนเหนือของเกาะฮอนชู เพียงไม่เกิน 2 ชม.จากโตเกียวเท่านั้น
  3. Maiko Snow Resort ลานสกีแห่งนี้อยู่ทางตอนเหนือของจังหวัดนิกะตะ จังหวัดแห่งลานสกีรีสอร์ทญี่ปุ่น มี 3 พื้นที่ เปิดให้เล่นกันอย่างจุใจไปเลย แต่จะเปิด 2 พื้นที่เป็นหลัก คือ Nagamine Area และ Maiko Area ส่วนพื้นที่ๆ 3 คือ Okusoechi Area จะสามารถไปต่อจาก Nagamine area โดยกระเช้ากอนโดล่า
  4. Ishiuchi Maruyama สกีรีสอร์ต Ishiuchi Maruyama เชื่อมต่อกับ Gala Yuzawa และสกีรีสอร์ทญี่ปุ่นสองแห่งแตกต่างกันอย่างไม่น่าเชื่อ Gala Yuzawa เป็นรีสอร์ทสกีเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่มีจุดประสงค์เพื่อสร้างขึ้นในยุคฟองสบู่ร่ำรวยขณะที่ Ishiuchi เติบโตขึ้นตามธรรมชาติ Ishiuchi Maruyama และยังคงรักษาจิตวิญญาณของการเล่นสกีในประเทศญี่ปุ่นเลย
  5. Naeba Ski Resort สกีรีสอร์ทญี่ปุ่นแห่งนี้เคยดำเนินการโดย Kokudo และขณะนี้ดำเนินการโดย Prince Hotel ซึ่งรวมกับ Kokudo ในปี 2549 Naeba เป็นหนึ่งในรีสอร์ทสกีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากสามารถเข้าถึงได้จากกรุงโตเกียวและมีลานหิมะที่ค่อนข้างยาว
  6. Kiroro Ski Resort Kiroro Snow World ตั้งอยู่บนเนินเขาทางตะวันตกของ Asaridake ในหมู่บ้าน Akaigawa ทางตอนใต้ของเมือง Otaru และอยู่ทางตะวันตกของเมือง Sapporo ในฮอกไกโด ภูมิภาคนี้มักชอบหิมะมากที่สุดในฮอกไกโดและหิมะที่มีคุณภาพดีมากเช่นกัน
  7. Nozawa Onsen Nozawa Onsen เป็นชื่อของหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองนากาโน่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดนะงะโนะใกล้ชายแดนกับจังหวัดนีงะตะ นอกจากนี้ยังเป็นชื่อของสกีรีสอร์ทญี่ปุ่น และสโนว์บอร์ดที่เป็นที่นิยมซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับหมู่บ้านโดยสามารถเดินจากโรงแรมไปยังลิฟต์บันไดเลื่อนและสนามกอล์ฟได้
  8. Kagura Ski Resort Kagura ประกอบด้วยสามพื้นที่ ได้แก่ Mitsumata Area, Tashiro Area และ Central Kagura Area หลักสูตรทั้ง Mitsumata และ Tashiro เดินทางจากที่จอดรถของตนโดยรถราง (Ropeway) ขนาดใหญ่ “Mitsumata Ropeway” สามารถรองรับได้ถึง 121 คนขณะที่ Tashiro Ropeway สามารถรองรับผู้คนได้ถึง 101 คน
  9. Hakuba Happo-One Ski Resort Hakuba Happo-one (หรือที่เรียกว่า Happo-one หรือ Happo) เป็นสกีรีสอร์ทญี่ปุ่น ที่ตั้งอยู่ใกล้กับพื้นที่ส่วนกลางของหมู่บ้าน Hakuba Happo-one ตั้งอยู่บนเนินเขาทางทิศตะวันออกของภูเขา Karamatsu และเป็นหนึ่งในสกีและสโนว์บอร์ดที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น
  10. Niseko Mountain Resort Grand Hirafu Niseko Mountain Resort Grand Hirafu – ซึ่งรู้จักกันในชื่อ Niseko Grand Hirafu (หรือ “Hirafu”) ตั้งอยู่ในเมือง Kutchan ทางตะวันตกของฮอกไกโด เป็นหนึ่งในสี่สกีรีสอร์ทญี่ปุ่น ที่เชื่อมต่อกันซึ่งมีตั๋วลิฟท์ร่วมกันและทำเป็น ‘Niseko United’

ใบไม้เปลี่ยนสีที่โอซาก้าแห่งญี่ปุ่น….!!!

ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีในญี่ปุ่น หลังจากหมดฤดูร้อน ก่อนจะเข้าสู่ฤดูหนาวเต็มตัวก็เป็นช่วงที่อากาศเริ่มเย็นสบาย ในญี่ปุ่นจะเรียกช่วงนี้ด้วยชื่อที่หลากหลาย ทั้งฤดูแห่งกีฬา ฤดูแห่งการอ่านหนังสือ ฤดูแห่งอาหารการกิน ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ก็หมายถึงฤดูใบไม้ร่วง หรือฤดูใบไม้เปลี่ยนสีนั่นเอง

โอซาก้า(Osaka) นับเป็นเมืองที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศญี่ปุ่น ทั้งยังมีจำนวนประชากรมากเป็นอันดับ 3 ของประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในภูมิภาคคันไซบนเกาะฮนชู ถือเป็นหนึ่งในเมืองที่มีสถานะเป็นนครโดยข้อบัญญัติรัฐบาลญี่ปุ่น หลายๆคนอาจเคยได้ชื่อเสียงที่โด่งดังเรื่องของอร่อยเลื่องชื่อทั้งคาวหวาน หากไม่เพียงเท่านั้น เมืองแห่งนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวแนววัฒนธรรมและธรรมชาติที่งดงามในทุกๆฤดูกาลอีกด้วย โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่นับเป็นว่าสวยงามไม่แพ้ที่ไหนๆในญี่ปุ่นแน่นอน

พูดถึงโอซาก้าหลายคนอาจนึกไปถึงช้อปปิ้งและของกินเท่านั้น แต่ที่จริงมีที่ให้ดูใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ เยอะเหมือนกันนะ ช่วงที่ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีของโอซาก้าจะอยู่ประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน – ต้นเดือนธันวาคม แต่อาจจะเร็วขึ้นหรือช้ากว่านี้ก็ได้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของแต่ละปี

สำหรับใครที่แพลนไปเที่ยวญี่ปุ่น ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีในโอซาก้านี่แหละเป็นอีกตัวเลือกที่ดีทีเดียว เราจะพาไปดูสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีในโอซาก้าประเทศญี่ปุ่นกัน แต่ละที่นั้นสวยงามสุดๆ และครั้งนี้เราจะมาแนะนำ 10 แหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสีน่าไปในโอซาก้ากัน

  1. ถนนมิโดซุจิ ถนนมิโดซุจิเป็นหนึ่งในถนนที่มีชื่อเสียงของโอซาก้า และเป็นอีกหนึ่งจุดที่สามารถดูใบไม้เปลี่ยนสีแบบฟินๆได้แม้อยู่ใจกลางเมือง เพราะตลอดสองข้างถนนสายยาวนี้มีต้นแปะก๊วยปลูกอยู่กว่า 800 ต้น และแน่นอน่าสามารถเดินช็อปปิ้งชิวๆได้สบาย
  2. วัดคันชินจิ วัดคันชินจิสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 7 โดยนักพรต Enno-Gyoja  เมื่อปีค.ศ. 701  ที่นี่เป็นอีกสถานที่หนึ่งในการมาดูใบไม้เปลี่ยนสีที่น่าประทับใจมากๆ ที่นี่มีพระโพธิสัตว์แห่งความเมตตาเป็นพระประธานซึ่เป็นวัตถุโบราณแห่งชาติ แต่จะเปิดให้สักการะในช่วงวันที่ 17-18 เมษายน ของทุกปีเท่านั้นเอง
  3. Hoshi no Buranko ใครที่กลัวความสูงขอให้ข้ามที่นี่ไปเลย เพราะที่นี่เป็นสะพานแขวนยาว 280 เมตร และสูงจากพื้นดินกว่า 50 เมตรเหนือพื้นดิน เป็นสะพานแขวนที่ทำจากไม้กระดานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ สามารถมองวิวได้ 360 องศาเลย แม้จะหวาเสียวแต่ที่นี่เป็นจุดชมฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียงมากเลยนะ
  4. สวนไดเซ็น สวนสาธารณะไดเซ็น (Daisen park) เป็นสวนสาธารณะที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น 1 ใน 100 สวนสาธารณะทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น ด้วยพื้นที่กว่า 35 ไร่ สามารถดื่มด่ำกับธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์และทัศนียภาพอันงดงามของสุสานขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ประปราย
  5. วัดคัตสึโอจิ วัดคัตสึโอจิตั้งอยู่บนหุบเขาเมืองมิโนะทางทิศเหนือของโอซากา เป็นสถานที่ที่สวยงามและมีบรรยากาศที่เงียบสงบตลอดทั้งปี นอกจากความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสีแล้ว ที่นี่เป็นวัดที่รู้จักกันในด้านพลังงานทางจิต บ่อยครั้งที่เรียกว่าเป็นวัดแห่งโชคของผู้ชนะ
  6. ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) เพื่อนๆส่วนใหญ่คงพอรู้จักหรือได้ยินชื่อมากันบ้างอยู่แล้วสำหรับเจ้าปราสาทโอซาก้าแห่งนี้ เพราะถือเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญในการชมใบไม้เปลี่ยนสีของเมืองโอซาก้า ที่ไม่ว่าใครมาเมืองนี้ก็ต้องแวะมาที่นี่ด้วย สำหรับปราสาทแห่งนี้ถูกสร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1583 ผ่านภัยทางธรรมชาติและสงครามมาสาระพัดจนถูกบูรณะใหม่ในปี ค.ศ. 1995 โดยที่มีทั้งทั้งหมด 8 ชั้น ก็คือตัวปราสาท 5 ชั้นและชั้นใต้ดินอีก 3 ชั้นตัวปราสาทยิ่งใหญ่กว้างขวางมากๆ

หุบเขามิโนะ (Minoh Park) หุบเขามิโนะ หรือ หุบเขามิโนะโอะ เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในการมองเห็นสีสันของฤดูใบไม้ร่วง หรือฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ที่สวยงามในเขตคันไซ ที่นี่จะมีเส้นทางเดิน ซึ่งปลอดภัยไม่ลาดชัน รัดเราะไปตามแม่น้ำมิโนะโอะเพื่อขึ้นไปยังน้ำตกมิโนะโอะ ซึ่งระหว่างทางเดินก็จะพบวัดเรียวอันจิ ซึ่งมีสวนฮิระนิวะ ที่มีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่น

หางาน รปภ แผนกรักษาความปลอดภัย งานอาคารจอดรถ

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) หรือ ยามรักษาการณ์ หรือเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า ยาม เป็นอาชีพหนึ่งที่ผู้ประกอบการหรือบุคคลอื่นจ้างมาเพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับบริษัทห้างร้านต่างๆ หางาน รปภ ปัจจุบันมีการแข่งขันการเปิดบริษัทรักษาความปลอดภัยกันมาก ทำให้มีการแข่งขัน การตัดราคา หรือกระทั่งที่อยู่อาศัย ทั้งเวลากลางวันและกลางคืน โดยส่วนมากมักจะจ้างบริษัทที่ทำงานเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยโดยเฉพาะ อีกทั้งภาวะเศรษฐกิจถดถอยทำให้อาชีพเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้รับการว่าจ้างน้อยลง อนึ่งผู้จบการศึกษาสูงอย่างเช่น ประโยควิชาชีพ และประโยควิชาชีพชั้นสูง แล้วให้บุคคลที่จะมาเฝ้ายาม ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันตามช่วงเวลา ผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้ ทำหน้าที่เป็นผู้เฝ้าอยู่ยามให้กับองค์กร สถานประกอบกิจการ อาคารธุรกิจ ห้างร้าน หางาน รปภ จนถึงนักศึกษาที่มีความขยัน และต้องการหารายได้พิเศษเพื่อใช้เป็นทุนการศึกษาก็ได้หันมาสมัครงานปฏิบัติอาชีพนี้กันพอสมควรโดยทำงานในลักษณะงานบางเวลา และหมู่บ้าน เพื่อกันการเข้ามาโดยผิดกฎหมาย เพื่อป้องกันการโจรกรรมเพื่อป้องกันอัคคีภัย จดบันทึกประจำวัน ผู้ปฏิบัติงานที่มีความสามารถจะได้รับเลื่อน จากรักษาความปลอดภัย (รปภ.) เป็นรองหัวหน้าชุด และเป็นหัวหน้าชุด ตามลำดับ ควรหมั่นศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม นอกเหนือจากอาชีพที่ปฏิบัติอยู่เพื่อความก้าวหน้า และประสานงานความเรียบร้อยต่อเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมาย ดูแลรักษาความปลอดภัยประจำวัน หางาน รปภ โดยการตรวจยาม เขียนรายงานบันทึกเหตุการณ์ประจำวัน ทุกครั้งตามเวลาที่ออกตรวจตามจุดตรวจต่างๆ ทุกชั่วโมง

หางาน รปภ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยโดยทั่วไปจะปฏิบัติงานในหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง อาจได้รับข้อเสนอจากองค์กรอื่นไปเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแบบพนักงานประจำให้กับบริษัทห้างร้านที่มี สวัสดิการ และสิทธิพิเศษเหมือนกับพนักงานประจำทั่วไป ซึ่งดีกว่าบริษัทบริการรักษาความปลอดภัย ไม่มีวันหยุด ดังนั้น ผู้ปฏิบัติงานนี้อาจต้องเปลี่ยนผลัดหรือกะการทำงานกัน อาจได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานตอนกลางวัน โดยการฝึกฝนร่างกายให้มีความแข็งแรงสมบูรณ์ ปรับเปลี่ยนเวลาการนอนให้มีความยืดหยุ่น เพื่อเข้าทำงานในเวลากลางคืนได้ตลอดเวลา ตลอดจนฝึกฝน กฏระเบียบและวินัยในลักษณะเดียวกันกับข้าราชการทหาร หรือตำรวจ หางาน รปภ กลางคืนโดยปฏิบัติงานในป้อมยามรักษาการณ์ บริเวณด้านหน้าประตูทางเข้าประตูอาคาร หน้าลิฟท์ หลังจากผ่านการรับสมัครแล้วทางบริษัทจะฝึกอบรมให้ผู้ปฏิบัติงงานให้เข้าใจในหน้าที่ต่างๆ และอาจทำหน้าที่ประจำแต่ละชั้น ในอาคาร หรืออาจต้องใช้รถหรือยานพาหนะในการออกจุดตรวจ แต่ละจุด เช่น บริเวณโรงงานขนาดใหญ่ ในเรื่องของการมีมนุษยสัมพันธ์ ศิลปะการป้องกันตัว การปฏิบัติหน้าที่เฉพาะ และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และอาจใช้การประสานงานกันด้วยวิทยุสื่อสาร หรือโทรศัพท์ ซึ่งขึ้นอยู่กับบริเวณพื้นที่ และขนาดขององค์กรผู้ว่าจ้าง หรือธุรกิจขององค์กร หางาน รปภ หรือผู้ประกอบกิจการที่ต้องการความเข้มงวดในการตรวจตราผู้เข้าออกอย่างใกล้ชิด ผู้ปฏิบัติงานในอาชีพนี้

หางาน รปภ ถ้าเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยระดับต้น อาจได้ค่าจ้างเป็นรายวัน สถานที่ทำงานอาจเป็นอาคารธุรกิจ โรงงานอุตสาหกรรม ห้างสรรพสินค้า ถ้าเป็นสถานที่ราชการสำคัญ บริษัทบางแห่ง หรือศูนย์การค้า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอาจต้องดูแลรถยนต์ที่เข้ามาจอดของผู้มาติดต่อ หรือลูกค้า และแลกเปลี่ยนบัตรสำหรับ ผู้มาติดต่อหรือใช้บริการ บริษัทห้างร้าน หมู่บ้าน ในการปฏิบัติหน้าที่ จะมีระดับความเสี่ยงในการทำงานตลอดเวลาการปฏิบัติหน้าที่ ควบคุมการผ่านเข้า/ออกของบุคคลทั้งภายในองค์กร และภายนอกองค์กร ที่ได้รับการ ว่าจ้าง ทำการแลกบัตรผู้เข้ามาติดต่อ ลงบันทึกประจำวัน และอาจตรวจดูบุคคลเข้า ออกได้จากจอภาพโทรทัศน์วงจรปิด หางาน รปภ โดยเฉพาะการรักษาหน้าที่ในช่วงเวลากลางคืนส่วนอาวุธที่สามารถใช้ประจำกายได้ เช่น ไม้กระบอง และกุญแจมือ ในกรณีที่มีมีดอาจใช้สำหรับผู้ทีปฏิบัติงานในโรงงาน หรือสถานประกอบกิจการที่ไกล และปลอดผู้คน ผู้ที่มีบุคลิกภาพแบบนี้ จะชอบกิจกรรมที่ต้องใช้พละกำลัง ชอบคิด สังเกต วิเคราะห์ สังเคราะห์ วิจารณ์อย่างมีเหตุผล ชอบแก้ปัญหา ชอบใฝ่หาความรู้มีหลักการ ชอบทำงานที่สลับซับซ้อนมากกว่าเป็นผู้ลงมือทำ ไม่ยึดติดประเพณีนิยม หลีกเลี่ยงการค้า การชักชวนเข้าสังคมและการเลียนแบบ ชอบงานกลางแจ้ง กิจกรรมที่ไม่สลับซับซ้อน หางาน รปภ กิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งของ เช่น เครื่องจักรกล วามเชื่อมั่นในตัวเอง มีความเห็นรุนแรง มีความบากบั่น อุทิศเวลาให้กับงาน เก็บตัวไม่ใคร่สนใจสังคม ขาดทักษะในการสร้างสัมพันธระหว่างบุคคล

หางาน รปภ หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องสังคมกับบุคคลอื่นชอบเป็นจุดสนใจของผู้อื่น มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่ชอบเอาอย่างใคร มีความร่าเริงต่ำ ค่อนข้างก้าวร้าว มีลักษณะเป็นชาย มีค่านิยมทางเศรฐกิจและในรูปแบบที่มีระเบียบแบบแผน จะมีลักษณะของความเป็นผู้นำ มีความคิดริเริ่ม มีความเชื่อมั่นในตัวเอง กล้าโต้แย้ง กล้าได้กล้าเสีย พร้อมที่จะทดลอง มีความเป็นอิสระ มีความสนใจอำนาจ มีความก้าวร้าวทางวาจา มีทักษะในการเจรจา กล้าคิดกล้าทำ ชอบวางแผน ชอบสมาคม มีอำนาจเหนือผู้อื่น ร่าเริง สนุกสนาน ทำตามอารมณ์ ไม่ชอบใช้กำลังความคิดอันยาวนาน มักหลีกเลี่ยงสภาพการณ์ที่ต้องใช้กำลังทางปัญญาอันยาวนาน หางาน รปภ ไม่ชอบกิจกรรมที่เป็นระเบียบแบบแผน ยึดถือประเพณีนิยม มีความเป็นผู้นำ ชอบการสมาคม มีความก้าวร้าว มีความเข้าใจตนเอง ชอบกิจกรรมที่เป็นรูปธรรมและกิจกรรมทางภาษา ยึดประเพณี ชอบทำตามระเบียบแบบแผนมากกว่าการริเริ่มด้วยตนเอง เป็นพวกวัตถุนิยม และเจ้าระเบียบ ไม่ยืดหยุ่น ชอบสมาคม ร่าเริง ชอบเที่ยว รักษาประเพณี มีความรับผิดชอบ มีอำนาจ มีอิทธิพลเหนือผู้อื่น มีลักษณะท่าทางเป็นหญิง ชอบการเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ชอบเลียนแบบ เป็นผู้ตาม ชอบติดต่อกับคน ชอบสนทนา ชอบให้ความรู้สอนผู้อื่น ชอบแสดงตัว ร่าเริง มีความเป็นผู้นำสูง มีทักษะในการพูด ชอบสมาคม มีความรับผิดชอบ หางาน รปภ มีทักษะทางภาษา ต้องการความสนใจ ชอบช่วยเหลือผู้อื่น มีลักษณะเป็นหญิง หลีกเลี่ยงการใช้ความคิดทางปัญญา มักแก้ปัญหาโดยคำนึงถึงความรู้สึก หลีกเลี่ยงงานที่เกี่ยวกับเครื่องยนต์ หรือทางวิทยาศาสตร์ ชอบกิจกรรมเกี่ยวกับนามธรรม เป็นอิสระ รักความงาม มีสุนทรีย์ มีศิลปะ ชอบคิดคำนึงชอบครุ่นคิดคนเดียว เก็บตัว มีความเป็นตัวของตัวเองสูงชอบใช้ชีวิตและกิจกรรมแบบตามลำพัง มีความอิสระสูง มีความเข้าใจตนเองสูง มีความสามารถในการควบคุมตนเอง มีความสามารถในการแสดงความรู้สึก ไม่ค่อยควบคุมตัวเอง มักทำตามใจที่ปรารถนา มีความต้องการแสดงออกถึงลักษณะของตนเอง ชอบทางศิลปะ ไม่ชอบเลียนแบบ มีความคิดริเริ่ม หลีกเลี่ยงงานประเภทใช้ระเบียบแบบแผน

หน้าที่ของผู้จัดการฝ่ายขายโซล่าร์เซลล์ที่ดี

การขายโซล่าร์เซลล์เป็นการขายของชิ้นใหญ่ที่มีราคาสูง ดังนั้นการเป็นผู้จัดการฝ่ายขายโซล่าร์เซลล์ ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อให้สินค้าของตนเป็นที่ต้องการของลูกค้า ฉะนั้นแล้ว หน้าที่ของผู้จัดการฝ่ายขายโซล่าร์เซลล์ มีอะไรบ้าง

1.วางแผน ผู้จัดการฝ่ายขายโซล่าร์เซลล์ ต้องคาดหมายการขายไว้ล่วงหน้า เป็นเรื่องที่คุณจะต้องเดา อย่างมีหลักเกณฑ์ มีเหตุมีผลว่า ผลงานการขายควรจะเป็นอย่างไร ค่าใช้จ่ายงบประมาณที่จะต้องใช้จริงควรเป็นสักเท่าไหร่ และควรทำอะไรก่อนหลัง เพื่อให้งานการขายเป็นไปตามที่คาดหมายไว้
2. ประชุมกับทีมขาย เพื่อให้เกิดผลสำเร็จ เป็นการประชุมปรึกษาหารือ แก้ไขปัญหา หรือการติดตามผลงานการขายประจำวัน ประจำสัปดาห์ ประจำเดือน ประจำงวด ซึ่งควรมีบ่อยๆ เป็นประจำ เพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนให้นักขายของคุณเกิดความกระตือรือร้นมากกว่าปกติ เรียกกันว่า อัดฉีด กันอยู่ตลอดเวลา เพราะการขายโซล่าร์เซลล์นั้น เป็นเทคโนโลยี ดังนั้นจึงมีสิ่งที่พนักขายต้องเรียนรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ

  1. สนับสนุนการขายอย่างแยบยล เป็นเรื่องของการคิดทำกิจกรรมต่างๆ ที่สอดคล้องและส่งเสริมให้งานการขายในแต่ละส่วนเป็นไปตามที่คาดหมายไว้ การให้รางวัลนักขายเพื่อจูงใจให้ทุกคนทำงานขายอย่างเต็มที่
    4. ผู้จัดการฝ่ายขายโซล่าร์เซลล์ ควรให้พนักงานขายในทีมมีรายงานการขายและตรวจรายงานขายของแต่ละคนอย่างใกล้ชิด ก็คงเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่คุณจะต้องเอาใจใส่ให้มาก กับรายงานการขาย (CALL REPORT) รายงานประจำสัปดาห์ (WEEKLY REPORT) หรือรายงานการขายประจำเดือน (MONTHLY REPORT) และรายละเอียดอื่นๆทั้งนี้เพื่อที่คุณจะได้รู้ว่า ขณะนี้พนักขายของคุณแต่ละคน  มีลูกค้าและผลงานการขายมากน้อยแค่ไหน กลุ่มลูกค้าของลูกน้องแต่ละคนเป็นระดับใดควรขยายลูกค้าไปที่กลุ่มไหน
    5. การใช้เวลาอย่างมีประสิทธิภาพ ต้องเป็นเรื่องของการคิดวางแผนทำงานไว้ล่วงหน้า เป็นอาทิตย์เป็นเดือนเพื่อที่จะได้ใช้ทรัพยากรเวลาที่มีอยู่ให้ได้ผลและมีประสิทธิภาพ คือมีทั้งประสิทธิผล และ ประหยัด ไม่ใช่ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปวันหนึ่งๆ โดยไร้ประโยชน์ อย่างน้อยก็ควรให้นักขายของคุณรู้จักแบ่งเวลาในการทำงาน เช่น การเตรียมตัว การทำงานเอกสาร การเขียนรายงาน การเดินทาง การเยี่ยม การหาข้อมูลเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้อง ดีกว่าให้แต่ละคน บริหารเวลากันเอง
  2. ผู้จัดการฝ่ายขายโซล่าร์เซลล์ต้องช่วยจัดเขตการขายให้ดี นอกจากจะวางแผนในการใช้เวลาอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพแล้ว การจัดแบ่งเขตการขาย การจัดกลุ่มลูกค้าก็เป็นเรื่องสำคัญ
    เพราะถ้าจัดแบ่งเขตการขายไม่ดี จะทำให้การควบคุมดูแลไม่ทั่วถึง การบริหารลูกค้าได้ไม่เต็มที่ ทำให้พนักงานขายเสียเวลาในการเดินทางและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายโดยใช่เหตุ หรือในกรณีการเดินทางต่างจังหวัด ควรจะกำหนดว่าจุดไหนจะเป็นศูนย์กลาง นอกจากนี้ การแบ่งกลุ่มลูกค้าออกเป็นกลุ่มๆ ก็จะทำให้การติดตามผลงานดีขึ้น ยอดขายเพิ่มขึ้น เพราะการเยี่ยมลูกค้านั้น จะต้องมีความคลอบคลุม ทั้งภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม มีความถี่ คือไปพบลูกค้าได้บ่อยครั้งและมีผลในการขายทุกครั้ง
    7. ต้องมียุทธวิธีการขายได้ผลจริง ในฐานะที่เป็นผู้จัดการฝ่ายขายโซล่าร์เซลล์ที่รู้ข้อมูลเป็นอย่างดีถึง รายละเอียดด้านตลาดและคู่แข่งขัน ดังนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นอันเป็นผลกระทบต่อผลการขายโดยตรงนั้น ผู้จัดการขายจะต้องรู้โดยตลอดครบถ้วน เพราะข้อมูลต่างๆ มีผลต่อการขายโซล่าร์เซลล์ บางครั้งผู้จัดการขายต้องสนใจสินค้าอื่นๆ ที่ดูเหมือนจะไม่มีความเกี่ยวข้องกับโซล่าร์เซลล์ด้วย เพราะจริงๆแล้วอาจจะมีผลกระทบต่อการขายสินค้าของเราในอนาคต  การพิจารณากำหนดแผนการขาย เป้าหมายการขาย และยุทธวิธีการขาย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญยิ่งของงานการขาย ผู้จัดการขายจึงต้องเป็นผู้กำหนด และปฏิบัติให้บังเกิดผลตามที่คาดหมายไว้ด้วย  อย่างน้อยที่สุด ก็จะต้องระดมสมองหรือรวบรวมข้อมูลรายละเอียดต่างๆ จากนักขายในสังกัดของคุณ มารวบรวมทำเป็นแผนการขายได้เป็นอย่างดี
    8. มุ่งเน้นการขายที่มีกำไรสูงสุด แผงโซล่าร์เซลล์แต่ละแผงย่อมมีราคาต้นทุนคงที่อยู่แล้ว ดังนั้น ผู้จัดการฝ่ายขายโซล่าร์เซลล์ จะมุ่งเน้นขายที่ลูกค้ากลุ่มใดนั้น ต้องดูที่ปริมาณการซื้อเป็นสำคัญ จะเน้นขายเอาปริมาณเยอะ กำไรต่อหน่วยน้อยหรือจะเน้นขายปริมาณน้อยแต่กำไรต่อหน่วยเยอะ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับกลุ่มลูกค้าของบริษัทเป็นสำคัญ
    9. ประสานงานร่วมมือกับทุกฝ่าย การทำงานของฝ่ายขายจะทำอะไร ต้องอาศัยความร่วมมือจากฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งต้องคอยให้ความร่วมมือต่อฝ่ายอื่นๆ ด้วย  แต่สิ่งที่ควรระมัดระวังเป็นอย่างมากก็คือ แต่ละคน อาจจะมีปัญหาขัดข้องกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายอื่นๆ อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผลประโยชน์ตอบแทนที่นำหน้ามากกว่าผู้อื่น และการออกไปเผชิญปัญหาภายนอกแล้วกลับมาเกิดอารมณ์กับคนอื่นๆ ในสำนักงาน
    หากคุณเป็นผู้จัดการขาย คุณต้องรู้จักวางตัวให้ถูกต้อง ไม่ใช่เข้าข้างลูกน้องอยู่ฝ่ายเดียวเพื่อที่จะเอาใจคนขาย คุณอย่าลืมว่าคนอื่นๆ ก็มีหัวใจ และความต้องการเหมือนกัน

10. ผู้จัดการฝ่ายขายโซล่าร์เซลล์ ต้องวิเคราะห์ตลาดและการขายเป็น มันเป็นหน้าที่โดยตรงของคุณ นอกจากการควบคุมดูแลนักขายที่เป็นลูกน้องของคุณ และการกำหนดยุทธวิธีการขายที่มีประสิทธิภาพ
คุณควรจะต้องรู้ว่า ลูกค้าปัจจุบันของคุณเป็นใคร จะมีโอกาสเติบโต ขยายตัว ไปหาตลาดอื่นมากน้อยเท่าใด จะทำตลาดอย่างไรให้มีลูกค้าใหม่หันมาให้ความสนใจโซล่าร์เซลล์มากยิ่งขึ้น จะไปหาลูกค้าได้จากไหน จากตลาดที่เกิดขึ้นเอง หรือส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่งขัน นอกจากนี้คุณยังจะต้องติดตามความเคลื่อนไหวคู่แข่งขันในตลาดที่คุณต้องรับผิดชอบอย่างใกล้ชิดอีกด้วย สิ่งต่างๆ เหล่านี้ จะประมาทไม่ได้เป็นอันขาด เพราะการตลาดการค้าการขายมันไม่เข้าใครออกใครเหมือนกับการสงคราม ไม่ผิดเพี้ยน เผลอแป๊บเดียว คุณอาจถูกแย่งตลาดไปได้ ถ้าไม่ระวัง
11. ทำงานทุกอย่างโดยตั้งใจ เมื่อจะทำอะไรก็ตาม คุณจะต้องทำด้วยสติปัญญาความรับผิดชอบ และมีความมานะบากบั่นทุ่มเทกับงานทั้งชีวิตและจิตใจ นี่เป็นเรื่องสำคัญเพราะหมายถึงความรับผิดชอบ ความกระตือรือร้น ความทะเยอทะยานที่จะทำงานให้มันสำเร็จไม่ใช่คิดว่ามันเป็นเพราะหน้าที่ เป็นเรื่องของภาระความรับผิดชอบเท่านั้น ถ้าคุณจะทำงานนั้นโดยทุ่มทั้งชีวิตและจิตใจ คุณต้องรักและอยากที่จะทำงานนั้นด้วย  คุณต้องสร้างทัศนคติที่ดีต่องาน ต่อหน้าที่ความรับผิดชอบ ต่อเพื่อนร่วมงาน ต่อสินค้า ต่อบริษัท ฯลฯ
12. ร่างแผนงานไว้อย่างรัดกุม
ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณคิด และอยากลงมือทำ คุณก็ควรจะต้องเขียนลงไว้เป็นบันทึกเป็นหลักฐาน เพื่อกันลืม จะได้รู้ว่า ควรทำอะไรก่อน หลัง งานไหนสำคัญ เร่งด่วน ควรรู้ว่าจะทำงานนั้นอย่างไร จะให้ใครทำ
เพื่อที่งานแต่ละชิ้นแต่ละส่วนจะได้ประสานสัมพันธ์สอดคล้องกัน บรรลุเป้าหมายที่คุณต้องการ

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ หมู่บ้านญี่ปุ่น ที่นักเดินทางต่างพากันมาท่องเที่ยว

เริ่มต้นหมู่บ้านโบราณแรก จุดเด่นของที่นี่คือ หมู่บ้านญี่ปุ่น ที่มีหลังคาเป็นทรงหรือทรงมือพนม ซึ่งหลังคาจะมีขนาดใหญ่ลาดเอียงคลุมตัวบ้าน นอกจากวัด และศาลเจ้าที่โด่งดัง คุณสามารถสัมผัสเมืองโบราณ ที่เที่ยวสวย ญี่ปุ่น ดีกรีมรดกโลก อย่างหมู่บ้าน นั่นเอง อยากสัมผัสบรรยากาศญี่ปุ่นแบบย้อนยุค หมู่บ้านซามูไรที่รวมความเป็นญี่ปุ่นแบบจัดเต็ม วันนี้เราจัด เมืองเก่าญี่ปุ่น บรรยากาศสุดคลาสสิค คงเสน่ห์แห่งแดนอาทิตย์อุทัยอย่างเต็มเปี่ยม มาให้ชมกันพร้อมพิกัดเดินทาง ใกล้เมืองไหน บรรยากาศอันเปี่ยมมนต์ขลังของเมืองเก่ามักจะดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกได้เสมอ หวังว่าข้อมูล เมืองเก่าญี่ปุ่น ที่เรารวบรวมมาฝากกันจะทำหาคุณได้แรงบัลดาลใจในการเดินทาง หมู่บ้านญี่ปุ่น ผ่านแถวไหนก็แวะไปเดินเล่นกันได้แล้วอย่าลืมถ่ายภาพมาอวดกัน คงไม่ต้องบอกเรื่องความสวยงาม และความขลังของสถานที่แห่งนี้ เพราะมันสวยมาก ที่สำคัญคือเที่ยวได้ทั้งปี แถมแต่ละฤดูก็ได้วิวที่ต่างกันไป เมืองเก่าญี่ปุ่น เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ดึงดูดที่ใครๆ หลายคนต่างอยากสัมผัสมนต์ขลังแห่งบรรยากาศ และเสน่ห์เหนือกาลเวลา วันนี้เรารวบรวมข้อมูลเมืองเก่าน่าเที่ยวมาฝากกัน พร้อมพิกัดและการเดินทาง วันนี้เราจะพามาตามหาเธอกันที่ หมู่บ้านญี่ปุ่น และศึกษาทุกเรื่องราวของชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาตั้งหมู่บ้านในสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งมีสัมพันธ์ฉันมิตรกับประเทศไทยมายาวนาน หมู่บ้านญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังแนะนำข้อมูลเมืองใหญ่ใกล้ๆ ย้อมอดีตกลับไป สมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชา จุดเริ่มต้นของ หมู่บ้านญี่ปุ่น มาจากชุมชนเล็กๆ ของพ่อค้าเรือสำเภาชาวญี่ปุ่น ซึ่งภายในหมู่บ้านนั้นสันนิษฐานว่ามีชาวญี่ปุ่นอยู่ 3 กลุ่มด้วยกัน คือ พ่อค้า โรนิน หรือนักรบญี่ปุ่นที่เข้ามาเป็นทหารอาสาญี่ปุ่นในอยุธยา และชาวญี่ปุ่นที่นับถือศาสนาคริสต์

หมู่บ้านญี่ปุ่น เดินทางออกจากญี่ปุ่นเพื่อเสรีภาพในการนับถือศาสนา ให้คุณวางแผนการเดินทางไม่สะดุด ยิ่งถ้าหากได้ไปในช่วงฤดูหนาว จะได้เห็นหิมะ สีขาวทั่วทั้งหมู่บ้านเลย สไตล์ญี่ปุ่นด้วย จะต้องหลงรักที่นี่อย่างแน่นอน แม้จะเป็นทางผ่านที่ไปหมู่บ้านชิราคาว่าโกะ แต่ก็น่าสนใจไม่น้อย มาดูเมืองเก่า ญี่ปุ่น ต้นฉบับกันบ้าง หรือที่ใครๆ ต่างขนานนามว่าลิตเติ้ลเอโตะ เมืองเล็กๆ ในจังหวัดไซตามะ ที่สามารถเดินทางง่ายๆ จากโตเกียวด้วยรถไฟ ต่อมาได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระมหากษัตริย์พระราชทานที่ดินให้ตั้งหมู่บ้าน รอบนอกเกาะเมืองเหมือนชาติอื่นๆ โดยตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำกับชุมชนชาวโปรตุเกส ส่วนชุมชนอังกฤษและชุมชนฮอลันดา จะอยู่ทางด้านทิศเหนือของหมู่บ้าน คั่นด้วยคลองเล็กๆ และในสมัยนั้นจะมีหัวหน้าปกครองในกลุ่มตนเอง หมู่บ้านญี่ปุ่น ก็คือเป็นผู้มีอำนาจและเป็นที่โปรดปรานของสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม  มีบทบาทในการเชื่อมสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทยและญี่ปุ่น จนได้รับแต่งตั้งเป็นออกญาเสนาภิมุข ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช จนสิ้นชีวิต จากนั้นไม่นานหมู่บ้านญี่ปุ่นก็ถูกเผาทำลาย บ้านเรือนที่นี่มีการรักษารูปแบบให้คงไว้ซึ่งความเป็นญี่ปุ่นโบราณ กับเมืองเกียวโต คงไม่ต้องบอก ก็น่าจะรู้กันดีว่าที่นี่เคยเป็นอดีตเมืองหลวงเก่าของประเทศนี้ มีวัด และศาลเจ้าเยอะแยะมากมาย ให้เหล่านักท่องเที่ยวเข้ามากราบไหว้ รวมไปถึงบ้านไม้สไตล์ญี่ปุ่น ที่ยังมีให้เห็นเยอะในเมืองนี้ วินเทจเส้นทางผ่านสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เที่ยวง่าย บรรยากาศดี นอกจากนี้ยังโดดเด่นเรื่องมันหวาน และของอร่อยอีกมากมาย ไปกันต่อกับเมืองนารา ดีกรีเมืองมรดกโลกอีกเช่นกัน หมู่บ้านญี่ปุ่น จุดเด่นของเมืองนี้คือเจ้าฝูงกวางน้อย ที่รอต้อนรับนักท่องเที่ยว ยิ่งถ้าให้ถืออาหารอยู่ในมือด้วยล่ะ อีกมุมหนึ่งก็มีเรื่องราวและหุ่นขี้ผึ้งของ ท้าวทองกีบม้า (มารี ดอญา กีมาร์ เดอ ปีนา) ซึ่งเป็นชาวอยุธยาลูกครึ่งเชื้อสายโปรตุเกส-ญี่ปุ่น อาศัยอยู่ในหมู่บ้านโปรตุเกส

หมู่บ้านญี่ปุ่น กระทั่งในช่วงปลายของชีวิต เธอเข้ารับราชการจนได้ตำแหน่งท้าวทองกีบม้า หัวหน้าพนักงานวิเสทกลาง (ครัว) ดูแลของหวานแบบเทศ และนำของหวานโปรตุเกสมาเผยแพร่ในกรุงสยาม เป็นต้นตำรับขนมตระกูลทอง อย่างทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทองนั่นเอง โดนเจ้ากวางฟาดเรียบอย่างแน่นอนครับ ฮ่าๆ เอาเป็นว่าถ้าหากมีโอกาสได้ไปเที่ยวฝั่งคันไซทั้งที ไปเที่ยวเมืองเก่า ทางผ่านเส้นถนนเกียวโต และโตเกียว กันต่อกับหมู่บ้านนาราอิ จุคุ ที่นี่เป็นเมืองเก่า ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาในจังหวัดกิฟุ ภูมิภาคจุบุ เมืองที่ยังคงเอกลักษณ์สถาปัตยกรรมโบราณ โดยมีอาคารไม้ที่คงมนต์ขลังเป็นจุดขาย ที่ยังคงความดั้งเดิมสมัยยุคเอโดะ ไฮไลท์ของที่นี่อยู่ที่วิวบ้านเรือนเก่าที่สวยงาม ถ่ายรูปเล่นกันอย่างเพลิดเพลินนั่นเอง ผังเมืองมีความคุมโทน ทำให้บรรยากาศราวกับได้ย้อนเวลาไปเที่ยว หมู่บ้านญี่ปุ่น ยิ่งกอปรกับบรรยากาศท่ามกลางขุนเขาทำให้บรรยากาศช่างกลมกล่อม นอกจาก โซนเมืองโบราณ และบางที่ก็ไม่ได้เป็นที่พักอาศัยแบบแต่ก่อน กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ไปแล้วบ้าง หรือร้านค้าไปแล้วตามกาลเวลา แต่เราก็ยังสามารถชมความสวยงามได้ และไม่ใช่แค่สไตล์ญี่ปุ่นเท่านั้นนะคะ วันนี้เราเอามาให้หลากหลายค่ะ จะยุโรป หรือญี่ปุ่นถ้าถ่ายรูปแล้วสวย เมืองเก่าที่ถูกผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างญี่ปุ่น และยุโรป อย่างเมืองยุฟุอิน สัมผัสวิถีขีวิตของชาวชิรากาว่าโก ทานอาหารท้องถิ่นประจำเมือง แน่นอนว่ามาเดินเล่นชิลล์ๆ เมืองนี้ทั้งที ก็ต้องลงแช่ออนเซ็นสักหน่อย เพราะเนื่องจากมันโด่งดังมากๆ ไปกันต่อกับเมืองเก่าที่ไปที่เดียว เที่ยวได้ตลอดวัน กับเมืองคานาซาว่า ที่นี่มีโซนหมู่บ้านชุมชนที่ยังคงสภาพดั้งเดิมสไตล์ญี่ปุ่นไว้อย่างชัดเจน ของเด็ดของดีของที่นี่หนีไม่พ้นเนื้อฮิดะคุณภาพดี อร่อยแทบละลายในปาก มาพร้อมเมนูมากมายที่ไม่เหมือนที่ไหน หมู่บ้านญี่ปุ่น รวมไปถึงปราสาทคานาซาว่า ที่สามารถเข้าชมได้ เหมาะสำหรับคนที่สนใจในเรื่องประวัติศาสตร์ เมืองที่ผสมผสานทั้งความเก่า ความใหม่ไว้ด้วยกัน เป็นเมืองแนวๆ ที่น่าเดินเล่น และน่าพักสักคืนถ้าใครมาเที่ยวปราสาทมัตสึโมโตะ ก็พักสักคืนก็ไม่เลวเลย เหมือนมือที่กำลังพนมและบ้านแต่ละหลังจะหันหน้าไปทางทิศเดียวกันเพื่อให้บ้านเย็นสบายในฤดูร้อนและอบอุ่นในฤดูหนาว หรือถ้าใครที่ชอบแช่ก็สามารถเดินทางไปอาสะมะออนเซ็นได้

หมู่บ้านญี่ปุ่น เดินทางจากสถานีมัตสึโมโตะแค่ไม่กี่นาทีก็ถึง ใครที่มีแพลนจะไปเที่ยวชมภูเขาไฟฟูจิ ก็อย่าลืมแวะไปเดินเล่นเมืองเก่า อย่างเมืองโอชิโนะฮักไก กันดูนะ ได้รับขนานนามเป็นมรดกโลก ด้วยการรักษาสภาพให้ใกล้เคียงแรกเริ่มที่สุด บอกเลยว่ามันมีความเรียล และออริจินัลของความเป็นญี่ปุ่นมากๆ รวมไปถึงที่นี่ยังมีบ่อน้ำใสศักดิ์สิทธิ์ ให้เหล่านักท่องเที่ยวมาขอพรกันอีกด้วย ภายในหมู่บ้านเปรียบดั่งพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่แสดงความเป็นอยู่แบบโบราณ มีบ้าน ร้านรวง กิจกรรมนานาให้เราได้สนุกเหมือนกำลังย้อนเวลากลับไปชมความรุ่งเรืองของวัฒนธรรม นอกจากนี้ทั้งหมู่บ้านยังไดรับการขับบรรยากาศจากธรรมชาติให้งดงามทุกฤดู บินข้ามฝั่งไปเที่ยวเมืองเก่า ที่ฮอกไกโดกันบ้าง สำหรับเมืองโอตารุ แค่ได้ยินชื่อก็ทราบกันดีว่า เมืองนี้มีความน่ารัก และโรแมนติกแค่ไหน หมู่บ้านญี่ปุ่น ยิ่งถ้าเดินทางไปเป็นคู่ล่ะก็จะต้องฟินอย่างแน่นอน เราแนะนำให้ไปเที่ยวเมืองนี้ในช่วงหน้าหนาว อดีตมหานครหลวงแห่งญี่ปุ่น เปรียบดุจบันทึกหน้าสำคัญที่บันทึกความรุ่งเรืองในอดีตฉายออกมาในรูปแบบการรักษาบ้านเมือง สถาปัตยกรรม และเมืองให้อุดมด้วยกลิ่นอายของอดีต ที่นี่จึงเป็นเป้าหมายของนักเดินทางทั่วโลก เพราะจะได้เห็นการแสดงโชว์ไฟยามค่ำคืนอีกด้วย  ความโดดเด่นของเมืองนี้ คือบ้านเมืองที่ยังคงความเก่าสมัยยุคแรกๆ ได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงทุกคนยังสามารถนั่งเรือไม้ชมความงามของเมืองได้อีกด้วย นอกจากเมืองโบราณ วัด ศาลเจ้า ประสาทราชวังเดิมก็เปี่ยมด้วยมนต์ขลังแห่งแดนอาทิตย์อุทัย จึงไม่แปลกใจว่าใครๆ ก็อยากไปเกียวโต การเดินทางก็ง่ายสามารถไปเช้าเย็นกลับจากโอซาก้า เมืองแสนสงบไม่ไกลจากโตเกียวแห่งนี้มีเสน่ห์ และยังช่วยป้องกันลมพายุอีกด้วย ใครอยากพักในบ้านโบราณแบบนี้เขาก็มีโฮมสเตย์ที่ให้คุณได้ หมู่บ้านญี่ปุ่น ทั้งบรรยากาศ สถาปัตยกรรมที่โดดเด่นจนกลายเป็นมรดกโลก จากทาคายาม่าคุณสามารถนั่งรถบัสมายังเมืองชิรากาว่าโกโดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เท่านั้น จะเดินทางมาค้างสักหนึ่งคืนหรือไปกลับก็ได้ ความน่ารักของเมืองนี้คือเป็นเมืองในหุบเขาและมีแม่น้ำไหลผ่านเมือง

ฤดูการใบไม้เปลี่ยนสี….!!!

ฤดูใบไม้ร่วงหรือใบไม้เปลี่ยนสี  Autumn (가을)  ถือว่าเป็นช่วงฤดูของการท่องเที่ยว เพื่อสัมผัสกับธรรมชาติที่สวยงามที่สุด เพราะทั่วทั้งประเทศ มีตันไม้พันธ์ต่างๆเช่น ต้นเมเปิ้ลและต้นแปะก๊วยจะพากันอวดสีสันเป็นสีส้มและสีเหลืองตะการตาทั่วทุกพื้นที่ โดยต้นฤดูจะอยู่ในช่วงปลายเดือนกันยายน ไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งอุณหภูมิในช่วงนี้กำลังดี อากาศเย็นสบายเหมาะแก่การไปเที่ยวพักผ่อน ชมใบสีเหลือง ส้ม แดงกับทัศนียภาพที่สวยงามแตกต่างกันไป

เข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ร่วงทั้งที แพลนเที่ยวเกาหลี ใบไม้เปลี่ยนสี นี้ ก็ต้องมาให้ได้ บอกเลยว่าช่วงเวลาที่ต้นไม้จะผลัดใบเปลี่ยนเป็นโทนสีส้ม แดง เหลือง ดูสดใส เป็นช่วงเวลาที่โรแมนติกสุดๆ ให้เราได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศฟินๆ แบบที่มีแค่ปีละครั้งเท่านั้นเอง โดยตามปกติใบไม้เปลี่ยนสีที่เกาหลีจะอยู่ในช่วงประมาณนี้ แล้วแต่สภาพอากาศ ใครเตรียมลางานไปเที่ยวก็ต้องรีบจับจองที่นั่ง ทัวร์เกาหลี กันหน่อย เดี๋ยวจะพลาด! ซึ่งครั้งนี้ เราก็ มีพิกัดชมใบไม้เปลี่ยนสีและจุดถ่ายรูปยอดฮิตในเกาหลีมาฝาก รับรองว่าไปแล้วไม่ตกเทรนด์ ได้รูปมาลงไอจีสวยๆ ปังๆ พร้อมแล้วก็ไปกันเลย

ย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว หลังจากที่ฤดูร้อนจบไป อากาศก็จะเริ่มเย็นขึ้น ใบไม้ก็จะเริ่มเปลี่ยนสีตามฤดูกาล เข้าสู่ฤดูที่สวยและน่าเที่ยวที่สุดในเกาหลี นั่นก็คือฤดูใบไม้ร่วงนั่นเอง และเพื่อการเตรียมตัวเที่ยวให้ถูกช่วงถูกเวลา การเช็คตารางพยากรณ์ก็นับว่าช่วยได้เป็นอย่างมาก แน่นอนว่าเราก็มีพยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสีของปี 2018 มาฝากกันเช่นเคย

ช่วงพีคของใบไม้เปลี่ยนสี ปี 2018 ยึดตามแนวเทือกเขาต่างๆ

อุทยานแห่งชาติซอรัคซาน (จ.คังวอนโด) เริ่มเปลี่ยนสี 27 กันยายน ช่วงพีค 18 ตุลาคม

อุทยานแห่งชาติโอแดซาน (จ.คังวอนโด) เริ่มเปลี่ยนสี 2 ตุลาคม ช่วงพีค 17 ตุลาคม

อุทยานแห่งชาติชีอัคซาน (จ.คังวอนโด) เริ่มเปลี่ยนสี 8 ตุลาคม ช่วงพีค 23 ตุลาคม

อุทยานแห่งชาติวอลลัคซาน (จ.ชุงชองบุคโด) เริ่มเปลี่ยนสี 12 ตุลาคม ช่วงพีค 25 ตุลาคม

อุทยานแห่งชาติจิริซาน (จ.คยองซังนัมโด) เริ่มเปลี่ยนสี 12 ตุลาคม ช่วงพีค 26 ตุลาคม

อุทยานแห่งชาติบุคฮันซาน (จ.คยองกีโด – ใกล้โซล) เริ่มเปลี่ยนสี 15 ตุลาคม ช่วงพีค 29 ตุลาคม

อุทยานแห่งชาติพัลกงซาน (เมืองแทกู) เริ่มเปลี่ยนสี 19 ตุลาคม ช่วงพีค 30 ตุลาคม

อุทยานแห่งชาติฮัลลาซาน (เกาะเชจู) เริ่มเปลี่ยนสี 19 ตุลาคม ช่วงพีค 1 พฤศจิกายน

อุทยานแห่งชาติคเยรงซาน (จ.ชุงชองนัมโด) เริ่มเปลี่ยนสี 19 ตุลาคม ช่วงพีค 29 ตุลาคม

อุทยานแห่งชาติแนจางซาน (จ.ชลลาบุคโด) เริ่มเปลี่ยนสี 21 ตุลาคม ช่วงพีค 9 พฤศจิกายน

อุทยานแห่งชาติมูดึงซาน (เมืองควางจู) เริ่มเปลี่ยนสี 24 ตุลาคม ช่วงพีค 7 พฤศจิกายน

และวันนี้เราก็ไม่ได้แค่เอาพยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสีของปี 2018 เท่านั้น แต่เราก็นำ 5 แหล่ง จุดชมความงามในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีทั่วเกาหลีมาฝากอีกด้วย มีที่ไหนบ้าง จะสวยเหมือนกับภาพวาดจริงไหมเตรียมไปเช็คอินกันดีกว่า

  1. อุทยานแห่งชาติซอรัคซาน (Seoraksan National Park)
  2. ภูเขานัมซาน (Namsan Mountain)
  3. เกาะนามิ (Nami Island)
  4. อุทยานแห่งชาติจิริซาน (Jirisan National Park)
  5. อุทยานแห่งชาติแนจังซาน (Naejangsan National Park)
  6. ถนนสายโรแมนติกถ็อกซูกุง (Deoksugung Palace’s stone wall road)
  7. พระราชวังเคียงบกกุง (Gyeongbokgung Palace)

ใบไม้เปลี่ยนสีญี่ปุ่นฤดูกาลคุ้มค่าแห่งการรอคอย….!!!

เตรียมตัวให้พร้อมกับพยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี ประเทศญี่ปุ่น มาแล้ว เมื่อเข้าสู่ช่วงเดือนกันยายน ไล่ยาวไปจนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน หลายพื้นที่ในญี่ปุ่นกำลังเตรียมตัวต้อนรับสายลมหนาว ใบแปะก๊วยและเมเปิลที่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมส้ม ไล่ไปจนแดงสด ก่อนร่วงโรย เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับฤดูหนาว

อุณหภูมิของประเทศญี่ปุ่นจะเริ่มลดต่ำลงจากเหนือจรดใต้ โดยเริ่มต้นที่เกาะฮอกไกโดเป็นที่แรก และไล่ลงมาสู่เกาะคิวชู ช่วงเวลานี้แหละ เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาทองที่นักพักผ่อนและนักท่องเที่ยวหลายคนตั้งตารอยคอยสีสันแห่งฤดูกาล ท่ามกลางอุณหภูมิเฉลี่ยราว 15 องศาฯ ใครที่กำลังวางแผนเที่ยว แต่ตัดสินใจยังไม่ถูก มาดูพยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี เพื่อประกอบการตัดสินใจกัน

เผลอแปบเดียว ก็ใกล้จะถึงช่วงเวลาที่หลายคนรอคอย กับฤดูกาลแห่งภาพความสวยงามประจำปี ที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาปลายปีเท่านั้นกับ ใบไม้เปลี่ยนสี ช่วงเวลาที่คนไทยนิยมเดินทางไปเที่ยวกันอย่างคึกคัก ประจวบเหมาะกับวันหยุดต่างๆ รวมถึงสภาพอากาศที่เย็นกำลังดี เพราะเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วง (Autumn) อากาศเย็นสบาย ไม่หนาวจนเกินไป ซึ่งแน่นอนว่าตอนนี้หลายท่านคงกำลังมองหาที่เที่ยวชมใบไม้เปลี่ยนสีกันอยู่ เราจึงรวบรวม พิกัด เส้นทางยอดฮิตสำหรับการชมใบไม้เปลี่ยนสี พร้อมแล้วก็ตามมาดูกันเลยดีกว่า

พูดถึงสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีทั้งที หากไม่พูดถึง ญี่ปุ่น ก็คงจะถือว่าพลาดมากๆเลย เพราะญี่ปุ่น นั้นถือเป็น จุดหมายปลายทางยอดฮิตของคนไทยในการไปชมใบไม้เปลี่ยนสี นอกจากความสวยงามระดับโลกที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้การยอมรับแล้ว แต่ละพื้นที่ของประเทศญี่ปุ่นก็ยังมีบรรยากาศและเสน่ห์ที่แตกต่างกันไป บางคนถึงกับตั้งเป้าหมายในการเก็บสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีของญี่ปุ่นเลยก็มีค่ะ เพราะเมื่อเข้าช่วงเดือนตุลาคม – ปลายเดือนพฤศจิกายน ญี่ปุ่นก็จะเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง อากาศเริ่มเย็นขึ้น แต่ไม่หนาวจนเกินไป ใบไม้ก็เริ่มแปรเปลี่ยนจากสีเขียว เป็นสีส้ม แดง น้ำตาล ทั่วทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น ฮอกไกโด (Hokkaido) โตเกียว (Tokyo) โอซาก้า (Osaka) และ นาโกย่า (Nagoya) โดยเฉพาะ หุบเขาโครังเค (Korankei) ซึ่งจะอยู่ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี เส้นทางนาโกย่า ซึ่งได้รับเสียงการันตีจากเหล่านักล่าใบไม้เปลี่ยนสีว่า เป็นที่สุดของใบไม้เปลี่ยนของญี่ปุ่น ฤดูนี้เป็นช่วงที่น่าท่องเที่ยวอีกฤดูหนึ่ง ที่เพื่อนๆ จะได้ชมกับความงามของสีใบไม้ในแต่ละภูมิภาค และในแต่ละภูมิภาค ช่วงเปลี่ยนสี ก็จะแตกต่างกัน เริ่มจากช่วงภูมิภาคตอนบนของประเทศ ไล่ลงมาทางตอนใต้ หลายๆ คน คงจะคิดว่า ใบไม้เปลี่ยนสีนั้น มักจะเกิดขึ้นเฉพาะกับบริเวณที่เป็นภูเขา แต่ในความเป็นจริงแล้ว ใบไม้เปลี่ยนสี ยังสามารถพบได้ในเมืองอีกด้วย สถานที่สวยๆ ที่ขึ้นชื่อเรื่องใบไม้เปลี่ยนสีก็มีอยู่หลายแห่ง

เราจะขอแนะนำช่วงเวลาที่เหมาะสมจะไปเที่ยวชมใบไม้เปลี่ยนสีของประเทศญี่ปุ่นแต่ละภูมิภาค (จากเหนือลงใต้) ดังต่อไปนี้

  1. Hokkaido : ช่วงปลายเดือนกันยายนถึงปลายเดือนตุลาคม
  2. Tohoku : ช่วงต้นเดือนตุลาคมไปจนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน
  3. Kanto : ช่วงกลางเดือนตุลาคมถึงสิ้นเดือนธันวาคม
  4. Kansai : ปลายเดือนตุลาคมถึงสิ้นเดือนธันวาคม
  5. Chubu : สิ้นเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนพฤศจิกายน
  6. Kyushu : ปลายเดือนตุลาคมถึงสิ้นเดือนธันวาคม

ญี่ปุ่นนี่เที่ยวได้ทั้งปีจริงๆ ใครไปฤดูอื่นมาแล้วตอนนี้ก็ถึงช่วงเวลาของใบไม้เปลี่ยนสีบ้าง ใครที่กำลังตั้งตารอคอยไปชมช่วงที่มีแต่สีสันทั่วญี่ปุ่น มีข่าวมาฝาก พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสีของญี่ปุ่นในปีนี้ ซึ่งแน่นอนว่าจะเริ่มเปลี่ยนสีจากเหนือสุด ลงไปใต้สุด ตั้งแต่ ฮอกไกโด > โทโฮคุ > คันโต > ชูบุ > ค้นไซ > ชูโงะกุ > ชิโกะกุ > คิวชู

ใครอยากเห็นสีสันสวยๆ ทั้ง เหลือง แดง ส้ม ตัดกันสวยงาม ท่ามกลางธรรมชาติขุนเขา แม่น้ำ น้ำตก รวมไปถึงปราสาทชื่อดังทั่วญี่ปุ่น อย่างปราสาทโอซาก้า นาโกย่า ฮิเมจิ ความสวยงามคลาสสิคตัดกับสีสดๆ ของใบไม้ ช่างน่าค้นหาไม่แพ้ฤดูกาลอื่นๆ เหมาะที่จะเดินทางไปเต็มอิ่มกับบรรยากาศและเก็บภาพสวยๆ อย่างยิ่ง