ออนเซ็น (Onsen) คืออะไรกันนะ

คำว่า ออนเซ็น ที่เราได้ยินกันบ่อย ๆ นั้น ที่จริงหมายถึงบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติที่มีมากกว่า 3,000 แห่งในประเทศญี่ปุ่น บ่อออนเซ็นในประเทศญี่ปุ่นมีสีและแร่ธาตุที่อยู่ในน้ำร้อนแตกต่างกัน และการลงไปแช่ในบ่อออนเซ็นจะต้องเปลือยกายทั้งหมด

ว่ากันว่าการแช่ออนเซ็น เป็นอีกหนึ่งวิธีการดูแลสุขภาพ ทั้งยังส่งผลดีต่อผิวพรรณอีกด้วย แต่เดี๋ยวก่อน !!! หลายคนอาจคิดว่า เอ๊ะ !!! อย่างนี้ก็ต้องบินไปแช่กันไกลถึงญี่ปุ่นเลยหรือเปล่า บอกไว้ตรงนี้เลยค่ะว่า ที่ไทยเราก็มีที่ให้แช่ออนเซ็นเจ๋ง ๆ อยู่เพียบ บอกเลยว่าสบาย ๆ เอาไว้บำบัดความเหนื่อยล้าของร่างกายทั้งจากการทำงานและกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ ลองมาดูกันหน่อยสิว่า…ที่แช่ออนเซ็นในไทยที่กระทู้นี้ มีที่ไหนน่าสนใจบ้าง ไว้เผื่อวันว่าง ๆ จะได้ไปแช่กันให้สบายตัว

ในประเทศญี่ปุ่น การให้บริการบ่อน้ำร้อนโดยทั่วไปจะเป็นบ่อสำหรับชายและหญิงแยกจากกัน ประเภทของบ่อน้ำร้อนนั้นก็มีหลากหลาย ตั้งแต่บ่อที่มีความร้อนสูง จนถึงบ่อน้ำเย็นมาก หรือแม้กระทั่งบ่อน้ำที่ปล่อยกระแสไฟฟ้าอ่อนๆซึ่งเชื่อว่าจะช่วยบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อและโรคบางอย่าง บ่อน้ำพุร้อนบางแห่งซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลมักจะมีบ่อส่วนตัวสำหรับให้บริการแขกที่มาค้างคืน และรีสอร์ตซึ่งอนุญาตให้แช่ออนเซ็นทั้งที่สวมเสื้อผ้าได้ก็มีเช่นกัน

น้ำพุร้อนธรรมชาติของแต่ละเมืองมีส่วนผสมของแร่ธาตุต่างๆในน้ำแตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น ที่นารุโกะมีน้ำร้อนธรรมชาติมีแร่ซัลเฟอร์สูง สิ่งที่นักท่องเที่ยวควรทราบเกี่ยวกับการแช่ออนเซ็นในญี่ปุ่นคือเรื่องการสักผิวหนัง คนญี่ปุ่นไม่ถือว่าการมีรอยสักเป็นเรื่องปกติทั่วไป และอาจไม่เหมาะกับการแช่น้ำพุร้อนในบางแห่ง ดินแดนโทโฮกุมีจำนวนบ่อน้ำออนเซ็นมากเป็นพิเศษ และมีความเป็นมาในเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเกี่ยวกับออนเซ็นมาช้านาน ในประเทศญี่ปุ่น แม้กระทั่งสัตว์เช่นลิงก็ยังมีความสุขกับการแช่น้ำร้อนและผ่อนคลายในบ่อน้ำพุร้อนเช่นกัน

การลงไปแช่น้ำร้อนในบ่อน้ำพุร้อนหรือออนเซ็นถือเป็นกิจกรรมโปรดของชาวญี่ปุ่น แต่อาจไม่ใช่วัฒนธรรมที่คุ้นเคยของบ้านเรานัก (อาจจะเป็นเพราะอากาศที่ร้อนเหลือเกินของประเทศไทย)

แต่การแช่ออนเซ็นนั้นนอกจากจะช่วยอบอุ่นร่างกายให้ชาวญี่ปุ่นในฤดูหนาวแล้ว ยังช่วยผ่อนคลาย บรรเทาความเครียดและในน้ำยังมีแร่ธาตุต่าง ๆ ละลายอยู่ พร้อมทั้งยังมีสรรพคุณดีงามที่ช่วยทั้งการบำรุงผิวพรรณและบรรเทาโรคเมื่อลงแช่อีกด้วย (ขึ้นอยู่กับชนิดของแร่ธาตุด้วย)

วิธีการแช่ออนเซ็นที่ถูกต้อง

  1. ล้างตัว

ก่อนที่จะลงไปในอ่างอาบน้ำ ให้ชำระสิ่งสกปรกออกจากร่างกายก่อน

และให้ล้างฟองสบู่ออกให้หมด

การใช้ฟักบัวอาบนั้น กรุณานั่งอาบ

ล้างตัว

  1. ราดน้ำร้อน

จากเท้าไปหาเอว、จากปลายนิ้วไปถึงไหล่และจากหน้าอกไล่ตามลำดับไปยังส่วนที่ไกล

การ”ราดนํ้าร้อน”นั้นเพื่อทำให้ร่างกายชินกับอุณหภูมิของนํ้าร้อน

สุดท้ายให้ราดหัวด้วย จะสามารถป้องกันอาการวิงเวียนและความร้อนวูบวาบได้

  1. ลงไปครึ่งตัวเพื่อให้ร่างกายชินกับการแช่

ลงอ่างนํ้าร้อนอย่างช้าๆ ตอนแรกให้แช่ในน้ำร้อนขึ้นไปที่ช่องท้อง และ”แช่ครึ่งตัว”เพื่อให้ร่างกายชินกับ

อุณหภูมิและความดันของออนเซ็น ซึ่งจะทำให้ไม่เกิดผลกระทบอย่างรวดเร็ว

เมื่ออุ่นขึ้นแล้ว ขอแนะนำให้เคลื่อนไหวแขนและขา

  1. จุดที่ควรระวัง

เวลาของการแช่นั้น ให้แช่พอประมาณ

เวลาของการแช่นั้น ให้ใช้ปริมาณเหงื่อที่หน้าผากและหัวจมูกเป็นมาตรฐาน

การแช่ออนเซ็นนานๆจนเหงื่อไหลและใจสั่นนั้น อย่าทำ

  1. อย่าอาบน้ำหลังจากที่แช่น้ำร้อน

เพราะส่วนผสมของสมุนไพรจะถูกชำระล้างออกไปด้วยการอาบน้ำ

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มีผิวละเอียดอ่อนและจะทำให้เกิดการอักเสบที่ผิวหนังได้นั้น ให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาด

อย่าอาบน้ำหลังจากที่แช่น้ำร้อน

  1. เช็ดร่างกายเบาๆก่อนที่จะขึ้น

ตอนขึ้นจากน้ำนั้น ให้เช็ดร่างกายเบาๆและไปที่ห้องแต่งตัว

  1. เติมน้ำให้ร่างกายอย่างเพียงพอ

จากการที่เหงื่อออก ทำให้น้ำในร่างกายลดน้อยลง

เติมน้ำให้ร่างกายอย่างเพียงพอ

  1. พักช้าๆ

ระหว่างแช่น้ำนั้น พลังงานจะมีการถูกใช้ไป

นอกจากนี้ความดันโลหิตยังมีการผันผวนได้ เพื่อรักษาเสถียรภาพของสภาพร่างกาย การพักอย่างน้อยประมาณ 30 นาทีนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ

ผู้ที่มีรอยสักตามร่างกายสามารถแช่ออนเซ็นได้ไหม?

นี่กลายเป็นอีกหนึ่งคำถามยอดฮิตที่หลายๆคนสงสัย ในออนเซ็นบางแห่งจะไม่อนุญาตให้ผู้ที่มีรอยสักตามร่างกายแช่ออนเซ็นเด็ดขาด เนื่องด้วยเหตุผลทางวัฒนธรรมบางประการ แต่สถานที่ที่ให้บริการออนเซ็นแบบส่วนตัวอาจจะอนุญาตให้ผู้ที่มีรอยสักแช่น้ำได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณควรสอบถามสถานที่ที่จะไปล่วงหน้าก่อน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *