เราจะเลือกหาที่พักญี่ปุ่นยังไงดีนะ….?

ที่พักญี่ปุ่นมีให้เลือกหลายประเภทหลายราคา ตั้งแต่ที่พักราคาประหยัดสำหรับเน้นเฉพาะการค้างคืน โรงแรมราคาปานกลางซึ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไปจนถึงโรงแรมสไตล์ญี่ปุ่นที่มีความหรูหราซึ่งบางแห่งก็มีบ่อแช่น้ำแร่ในห้องพัก อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าตามหัวเมืองใหญ่ของญี่ปุ่นนั้น ไม่ว่าจะเป็น โตเกียว หรือ โอซาก้า มีพื้นที่ใช้สอยอย่างจำกัด ในมุมของนักท่องเที่ยวนั้น ในการจองห้องพัก มักจะพบว่าพื้นที่ในห้องพักนั้นคับแคบมีขนาดเล็ก อาจจะทำให้ไม่สะดวกสบายบ้าง แต่ ใครที่หลงใหลความสงบเรียบง่ายแบบญี่ปุ่น ใครอยากพักผ่อนได้ฟีลเหมือนอยู่ญี่ปุ่นแบบไม่ต้องไปไกล ตามไปเช็คอินที่พักญี่ปุ่นกันได้เลย

ทุกวันนี้มีชาวต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาตามหาความฝันในประเทศญี่ปุ่นมากขึ้นทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน การเรียน หรือท่องเที่ยว หลายๆประเทศสามารถขอวีซ่าอยู่ในญี่ปุ่นได้ถึง 90 วัน (และสามารถเพิ่มได้สูงสุดถึง 180 วัน) ปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งในการเดินทางระยะยาวคือการควบคุมค่าใช้จ่าย ซึ่งส่วนมากคือค่าที่พักญี่ปุ่น ถ้าเป็นโรงแรมก็แสนแพง ถ้าเป็นโรงแรมแคปซูลราคาก็ย่อมเยาว์ลงหน่อยแต่ก็ไม่ใช่ที่สำหรับพักเป็นเวลานานๆบางบริษัทและโรงเรียนอาจจะมีหอพักให้ แต่ก็ไม่ใช่ทุกที่ หากคิดจะพักแบบ homestay ก็กังวลว่าจะเข้ากันได้ดีกับ host family หรือไม่ ห้องเช่าอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่ราคาก็ไม่น้อย และยังมีเรื่องเอกสารจุกจิกเพื่อจัดการสาถารนูปโภคต่างๆอีกมากมาย สำหรับรูปแบบโดยทั่วไปของโรงแรมและที่พักญี่ปุ่นสามารถแบ่งได้ดังต่อไปนี้

1.โรงแรมแคปซูล (Capsule Hotel)

2.โฮสเทล (Hostel) และ เกสเฮาส์ (Guest House)

3.โรงแรมธุรกิจ (Business Hotel)

4.โรงแรมสไตล์ตะวันตก (Western-style Hotels)

5.เรียวกัง (Ryokan) (โรงแรมสไตล์ญี่ปุ่น)

6.บ้านพักตากอากาศ (Pension)

7.มินชุคุ (Minshuku)

8.Airbnb (แอร์บีเอ็นบี)

สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากจะเดินทางไปท่องเที่ยวยังประเทศญี่ปุ่น STAY JAPAN นับว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่เบื่อการเข้าที่พักญี่ปุ่นในแบบเดิมๆหรือต้องการไปเปิดประสบการณ์ในการเข้าพักแบบใหม่ๆ ก็น่าสนใจไปอีกแบบนอกจากรูปแบบโรงแรมที่พักที่กล่าวมาแล้ว ในญี่ปุ่นนั้นยังมีสถานที่อื่นๆ ซึ่งสามารถค้างคืนได้และเป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการค้างคืนชั่วคราวในราคาที่ประหยัด เช่น โซนที่จัดไว้ของสนามบินซึ่งสามารถนอนพักได้ฟรี ร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่หรือมังงะคาเฟ่ (คาเฟ่หนังสือการ์ตูน) ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงการนั่งรถบัสกลางคืน (Overnight Bus) ซึ่งจะออกเดินทางในช่วงกลางคืนและจะมาถึงที่หมายในตอนเช้า เป็นต้น

ท้ายนี้อยากจะฝากไว้ว่าในการพิจารณาเลือกโรงแรมที่พักญี่ปุ่นนั้น นอกจากจะดูที่ราคาแล้ว ทำเลที่ตั้งก็เป็นสิ่งสำคัญ เมื่อได้ที่พักที่ถูกใจแล้ว ก่อนจอง อยากให้ลองใช้ Google Map ดูสภาพแวดล้อมบริเวณรอบๆ ว่าเป็นย่านแบบไหน มีร้านค้าอะไรบ้าง เหมาะที่เราจะไปพักหรือไม่ เมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วจึงค่อยกดจอง สำหรับโรงแรมบางแห่งนั้นสามารถยกเลิกได้ฟรีก่อนวันเข้าพักหรือได้รับเงินคืนเต็มจำนวน ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่สำหรับคนที่จองผ่าน Airbnb นั้นอาจถูกหักเงินหรือไม่สามารถขอคืนเงินได้หากเราเป็นผู้ขอยกเลิกการจอง ซึ่งขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของโฮส จึงอยากให้ตรวจสอบให้ดีก่อนจอง

นอกจากนี้หากเป็นที่พักญี่ปุ่นที่อยู่ในเมืองใหญ่ๆ เช่น โตเกียว โอซาก้า ก็ควรเลือกทำเลที่อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟโดยใช้เวลาเดินไม่เกิน 5 นาที หรือประมาณ 500 เมตร ซึ่งจะทำให้ไม่เหนื่อยมากนักในการเดินและการลากกระเป๋าเดินทางไปยังที่พัก หากเป็นเมืองที่อยู่ในต่างจังหวัดหรือคนที่มีแพลนเดินทางท่องเที่ยวระหว่างเมือง การพักใกล้กับสถานีหลักของเมืองนั้นๆ จะสามารถเดินไปได้สะดวกโดยไม่ต้องต่อรถในเมืองให้ยุ่งยาก แต่โรงแรมที่พักที่อยู่ตรงสถานีใหญ่ๆ นั้นมักมีราคาสูงกว่าที่อยู่ในบริเวณที่ห่างออกไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *