หมู่บ้านญี่ปุ่น กับเรื่องราววิถีชีวิตในอดีต…!!!

พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณได้รับการดูแลรักษาด้วยความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร อีกทั้งยังถูกใช้เป็นสถานที่จัดงานเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้และการศึกษา บางครั้งยังเป็นที่ถ่ายทำภาพยนตร์แบบย้อนยุคและรายการโทรทัศน์ด้วย

หมู่บ้านญี่ปุ่น เป็นที่รู้จักกันดีถึงความสวยงามของ หมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณ ที่สะท้อนให้เห็นถึงการออกแบบและการก่อสร้างของชาวญี่ปุ่น ที่แสดงออกถึงการอนุรักษ์สิ่งก่อสร้างที่มีคุณค่าในอดีตได้อย่างชัดเจน โดยเมืองคาวาซากิ ได้เริ่มทำการย้ายสิ่งก่อสร้างต่างๆ จากทั่วประเทศญี่ปุ่นมายัง มิงคะเอ็น แห่งนี้ ในปี 1965 และปัจจุบันก็ยังคงอนุรักษ์สิ่งก่อนสร้างในอดีตไว้ทั้งหลายหลัง รวมถึงเครื่องมือเครื่องใช้ในอดีตที่ถูกเก็บรักษาไว้ในบ้านแต่ละหลัง เพื่อผู้เยี่ยมชมได้รำลึกถึงเรื่องราวและวิถีชีวิตในอดีต มีกี่เหตุผล ที่ทำให้คุณหลงรักประเทศ ญี่ปุ่น บางคนชอบเดินทางไปเพื่อกิน บางคนชอบเดินทางไปเพื่อช็อปปิ้ง บางคนชอบเดินทางไปเพื่อเพียงอยากสัมผัสดินแดนอาทิตย์อุทัย สักครั้งในชีวิต แต่ครั้งนี้เราจะพาทุกคนเปลี่ยนบรรยากาศหมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณ

หมู่บ้านญี่ปุ่น โดดเด่นที่เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่รวมบ้านเรือนในยุคเอโดะกว่า หลายหลังจากทั่วทั้งประเทศหมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณ เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ดึงดูดที่ใครๆ หลายคนต่างอยากสัมผัสมนต์ขลังแห่งบรรยากาศ และเสน่ห์เหนือกาลเวลา วันนี้เรารวบรวมข้อมูลเมืองเก่าน่าเที่ยวมาฝากกัน พร้อมพิกัดและการเดินทาง นอกจากนี้ยังแนะนำข้อมูลเมืองใหญ่ใกล้ๆ ให้คุณวางแผนการเดินทางไม่สะดุด มีผู้มาเยือนปีละ 37,000 คน ในจำนวนนั้นเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติถึง 3,100 คน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่หลายคนยังไม่รู้จัก

วันนี้เราขอแนะนำ 6 หมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และยังได้รับกลิ่นอายในบรรยากาศเก่าๆ ของญี่ปุ่นในสมัยโบราณ พร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

  1. หมู่บ้านญี่ปุ่น ประตูทางเข้าหมู่บ้านญี่ปุ่น ซาจิ (The Saji House Gate) ประตูทางเข้าแห่งนี้เป็นประตูทางเข้าที่พักอาศัยของซามูไร ถูกสร้างขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 ตั้งอยู่ในเมืองนาโกย่า จังหวัดไออิชิ ซามูไรนั้นทำหน้าที่ปกครองประชาชนในช่วงยุคศักดินาของญี่ปุ่น สัญลักษณ์ที่เด่นชัดของการมีอำนาจของซามูไรคือสามารถตกแต่งทางเข้าประตูที่พักอาศัยของตนได้ ซึ่งประชาชนทั่วไปไม่สามารถทำได้ และจะมีอาคารที่อยู่ด้านข้างประตูทางเข้า ซึ่งจะถูกใช้เป็นที่รับรองสำหรับผู้ติดตามที่มาเยี่ยมบ้านซามูไรนั่นเอง
  2. หมู่บ้านญี่ปุ่น Kawagoe ไปลุยกันต่อที่จังหวัดไซตามะ กับเมืองคาวาโกเอะ ที่ยังคงความสวยงาม และวัฒนธรรมญี่ปุ่นไว้อย่างเต็มเปี่ยม ใครที่ชอบกินขนมเซมเบ้ล่ะก็ มาเที่ยวเมืองนี้ ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอนครับ รวมไปถึงขนมญี่ปุ่นโบราณอื่นๆ ให้เดินชิมตลอดเส้นทาง การเดินทาง : สาามารถเดินทางโดยรถไฟจากเมืองโตเกียว ใช้เวลาเดินทางไม่นาน (สายรถไฟ Tobu Tojo)
  3. หมู่บ้านญี่ปุ่น Kyoto มาดูเมืองเก่า ญี่ปุ่น ต้นฉบับกันบ้าง กับเมืองเกียวโต คงไม่ต้องบอก ก็น่าจะรู้กันดีว่าที่นี่เคยเป็นอดีตเมืองหลวงเก่าของประเทศนี้ มีวัด และศาลเจ้าเยอะแยะมากมาย ให้เหล่านักท่องเที่ยวเข้ามากราบไหว้ รวมไปถึงบ้านไม้สไตล์ญี่ปุ่น ที่ยังมีให้เห็นเยอะในเมืองนี้ การเดินทาง : เดินทางจากเมือง Osaka มาได้ โดยรถบัส หรือรถไฟ
  4. หมู่บ้านญี่ปุ่น Kanazawa ไปกันต่อกับเมืองเก่าที่ไปที่เดียว เที่ยวได้ตลอดวัน กับเมืองคานาซาว่า ที่นี่มีโซนหมู่บ้านชุมชนที่ยังคงสภาพดั้งเดิมสไตล์ญี่ปุ่นไว้อย่างชัดเจน รวมไปถึงปราสาทคานาซาว่า ที่สามารถเข้าชมได้ เหมาะสำหรับคนที่สนใจในเรื่องประวัติศาสตร์ การเดินทาง  : สามารถนั่งรถไฟชินคันเซ็นจากเมืองโตเกียว เพียง 2 ชั่วโมงครึ่ง (สายรถไฟ Hokuriku)
  5. หมู่บ้านญี่ปุ่น Otaru บินข้ามฝั่งไปเที่ยวเมืองเก่า ที่ฮอกไกโดกันบ้าง สำหรับเมืองโอตารุ แค่ได้ยินชื่อก็ทราบกันดีว่า เมืองนี้มีความน่ารัก และโรแมนติกแค่ไหน ยิ่งถ้าเดินทางไปเป็นคู่ล่ะก็จะต้องฟินอย่างแน่นอน เราแนะนำให้ไปเที่ยวเมืองนี้ในช่วงหน้าหนาว เพราะจะได้เห็นการแสดงโชว์ไฟยามค่ำคืนอีกด้วย การเดินทาง : จากสนามบินซัปโปโร ใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 1 ชั่วโมง โดยรถบัสสนามบิน
  6. หมู่บ้านญี่ปุ่น Ikaho Onsen เมืองเก่า ญี่ปุ่น ที่สุดท้ายที่เราจะพาทุกคนไปบุกกันก็คือ เมืองอิคาโฮะ ที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเมืองที่โดดเด่นในเรื่องของการแช่น้ำออนเซ็น รวมไปถึงใครที่ชอบความสงบ มาพักผ่อนที่นี่สัก 2 วัน รับรองจะต้องฟินจนไม่อยากกลับเลย การเดินทาง : เดินทางโดยรถไฟจากเมืองโตเกียว  ใช้เวลาประมาณ 1ชั่วโมง (รถไฟสาย Joetsu Shinkansen)

ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านอสังหาริมทรัพย์…!!!

ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่อยู่อาศัยเพื่อเตรียมความพร้อมและปรับปรุงวิธีการทางด้านการตลาด ด้วยใช้เทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนความก้าวหน้าและพัฒนาไปอย่างไม่หยุดนิ่ง รวมถึงผลสะท้อนในด้านกระบวนการด้านการตลาดเข้ามามีบทบาท สร้างความโดดเด่นและแตกต่าง เช่น วิธีการก่อสร้าง การออกแบบ สิ่งอำนวยความสะดวก เป็นต้น

วันนี้เลยขอเอา 8 เทคนิคที่จะทำให้การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ของคุณประสบความสำเร็จมาฝากทุกคนที่สนใจ

  1. การลงทุนแบบปล่อยเช่ารายเดือน ถือเป็นช่องทางทำเงินขั้นพื้นฐานที่ใครๆก็นึกถึงเลย สิ่งที่คุณต้องมีคือ ทำเลดีๆตรงกลุ่มเป้าหมายและราคาต้นทุนที่ถูก ถ้าใครกู้เงินมาซื้อก็อย่าลืมคิดว่าต้องได้ค่าเช่าไม่น้อยกว่าเงินกู้ที่ต้องจ่ายแต่ละเดือนด้วยนะคะ ถ้าได้โครงการที่ราคาไม่แพงยิ่งคุ้มค่ะ อย่างตอนนี้ ADH มีโปรซื้อ 1 แถม 1 ยูนิต เพราะลงทุนแค่ 1 ห้องแต่คุณสามารถปล่อยเช่าได้ถึง 2 ห้องเลย ยังไงก็พอจ่ายแต่ละเดือนแน่นอน
  2. การลงทุนแบบปล่อยเช่ารายวัน แบบนี้จะต้องมีทำเลที่อยู่ในแหล่งท่องเที่ยวและมีการตกแต่งให้สวยงามสร้างสรรค์ ให้คนอยากมาเช่าพักเยอะๆ รับรองว่าจะสร้างรายได้ให้คุณไม่น้อยเลย ยิ่งถ้าได้โครงการไหนที่หาลูกค้า หาคนมาเช่าให้เราด้วยแล้วยิ่งโชคดีใหญ่เลย
  3. การลงทุนแบบเก็งกำไร แค่ซื้อใบจองแล้วก็ปล่อยขายก็ทำกำไรได้แล้ว แต่ต้องรู้เทคนิคในการขายซักหน่อย ทั้งเรื่องทำเลที่น่าลงทุน ชื่อเสียงของแต่ละโครงการ ช่วงเวลาในการขายเพื่อทำกำไร
  4. การลงทุนแบบซ่อมแล้วขาย คุณอาจจะซื้อบ้านราคาถูกมากๆ มาจากกรมบังคับคดีหรือบ้านที่เจ้าของร้อนเงิน แล้วเอามาตกแต่งรีโนแวทใหม่ให้สวยงามแล้วไปขายต่อโดยเพิ่มราคาเข้าไปให้คุ้มกับค่ารีโนเวท เพียงเท่านี้คุณก็ได้กำไรงามๆแล้ว
  5. การลงทุนแบบจับเสือมือเปล่า เป็นการสร้างรายได้จากอสังหาริมทรัพย์แบบไม่ต้องลงทุนเลย เพราะคุณเป็น “นายหน้า” หาคนซื้อมาให้คนขายที่เค้าตกลงกับคุณไว้นั่นเอง โดยนายหน้าจะได้ส่วนแบ่งประมาณ 2-4% แล้วแต่ตกลงกัน
  6. การลงทุนโดยเป็นผู้ประกอบการ หลายคนที่เริ่มต้นลงทุนอสังหาริมทรัพย์มาได้ระดับหนึ่งพอรู้ลู่ทาง ก็อยากที่จะเป็นเจ้าของโครงการเสียเองเพราะผลตอบแทนที่ได้สูงกว่า 80-100% เลยทีเดียว
  7. การลงทุนกับกองทุน กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ คือ กองทุนรวมประเภทหนึ่งค่ะ ที่ผู้จัดการกองทุนจะระดมเงินทุนจากเราหรือประชาชนทั่วไป โดยการขายหน่วยลงทุน และนำเงินทุนที่ได้ไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ตามที่กฎหมายกำหนด หลังจากหักค่าใช้จ่ายก็จะนำรายได้มาแบ่งเป็นเงินปันผลให้กับผู้ลงทุน โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 6-10% แล้วแต่กองทุน
  8. การลงทุนกับนักลงทุนรายใหญ่ เพียงแค่เรานำไอเดียที่มีเสนอขายแผนธุรกิจให้กับนักลงทุนรายใหญ่ที่มีเงินทุนได้ แต่คุณจะต้องมั่นใจว่าแผนโครงการนั้นๆ จะสร้างผลตอบแทนอย่างคุ้มค่าให้นายทุน สิ่งสำคัญ คือ คุณต้องรู้วิธีการเขียนแผน งบการเงิน (NPV, IRR) มีประสบการณ์ในการลงทุนมาระดับหนึ่ง รู้เรื่องทำเล กลุ่มเป้าหมาย และเรื่องอื่นๆ ที่สำคัญต่อการทำโครงการ จึงจะทำให้แผนนั้นน่าสนใจต่อกลุ่มนายทุน

วันนี้เรามาแนะนำสถานที่ทำงานสำหรับผู้ที่ต้องการหางาน ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ ในการประกอบอาชีพกัน

1. บริษัท อาดารากรุ๊ป จำกัด รับสมัครตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์/Customer Service Officer(ใช้ภาษาญี่ปุ่นหรือจีน)/มีคอมมิชชั่น/บริษัทอสังหาริมทรัพย์

รายละเอียดหน้าที่ความรับผิดชอบ : เพศชายหรือหญิงอายุไม่เกิน 30 ปี – จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป สาขาใดก็ได้ (ยินดีรับนักศึกษาจบใหม่) – มีประสบการณ์การทำงาน Customer Service หรือธุรกิจด้านบริการมาอย่างน้อย 1 ปี จะพิจารณาเป็นพิเศษ

อัตรา/เงินเดือน : 4 อัตรา / เงินเดือน 16,000 – 25,000 ฿

ติดต่อ – สอบถาม : บริษัท จัดหางาน เพอร์ซันแนล คอนซัลแตนท์ (ประเทศไทย) จำกัด 399 อาคารอินเตอร์เขนจ 21 ชั้น (ชั้น UL)ซ.สุขุมวิท 21 ถ.สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110 ประเทศไทย โทร : 022608454 อัพเดทเมื่อวันที่ 10/03/2562

ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น ท่องเที่ยวสนุกแบบญี่ปุ่น….!!!

ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น ตามปกติแล้วเราน่าจะคุ้นเคยกับเว็บเช่ารถระดับโลก พวก  AVIS, Heartz  อะไรพวกนี้ที่มีสาขาในไทย พวกเขาก็มีสาขาที่ประเทศญี่ปุ่นด้วยเช่นกันครับ แต่ผมอยากแนะนำว่า ให้เช่าโดยตรงกับบริษัทเช่ารถญี่ปุ่นดีกว่า ซึ่งบริษัทให้บริการเช่ารถที่ญี่ปุ่น มี 2 กลุ่มใหญ่ครับ คือ

ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น

1.บริษัทเช่ารถ ที่มาจากบริษัทรถยนต์ นึกไม่ออกก็คิดง่ายๆว่า เหมือน โตโยต้า – ฮอนด้า เอารถใหม่มาให้เช่าขับกันเลย รายใหญ่ในกลุ่มนี้จะเป็น   Nissan  และ  Toyota   มีรถให้เลือกทุกแบบตั้งแต่รถขนาดเล็ก 660 ซีซี หรือที่เรียกว่า   Kei Car   ไปจนถึงรถสปอร์ต ถ้ามีงบมากพออยากจะลองตามฝันดูก็เพียงเตรียมงบให้พร้อมแล้วไปลุยกันเลย

2.กลุ่มบริษัทเช่ารถอิสระ บริษัทเช่ารถอิสระพวกนี้เป็นกลุ่มที่หลายคนค่อนข้างนิยม เนื่องจากมีสาขามากมายหลายแห่ง และบางสาขาเปิดบริการตลอดคืนด้วยครับ บริษัทรถเช่าที่นิยม มี 2 เจ้าสำคัญ คือ  Nippon Car Rent  และ  Times Car Rent  พวกเขามีรถเช่าหลายประเภท แต่ไม่รวมถึงรถสปอร์ต

การขับรถเที่ยวญี่ปุ่นแม้ว่าญี่ปุ่นจะเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องระบบคมนาคมที่ทันสมัยและไปทั่วถึง แต่บางครั้งหากนักท่องเที่ยวอย่างเราวางแผนไปเที่ยวในจุดที่ไกลจากตัวเมือง การ ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น ก็เป็นอีกตัวเลือกนึงที่น่าสนใจ ที่จะทำให้เราได้ท่องเที่ยวไปได้ตามใจ ยิ่งถ้าไปเที่ยวกันเป็นกลุ่มใหญ่ยิ่งคุ้มค่า

ถึงแม้ญี่ปุ่นจะเป็นประเทศที่เจริญแล้ว ขนส่งมวลชนเข้าถึงแทบทุกที่ แต่การไปเที่ยวก็มักจะเจอปัญหาเรื่องข้อจำกัดของเวลา และวันหยุดอันแสนสั้น ตัวเลือกที่จะทำให้เราจัดการกับเวลาได้ยืดหยุ่นที่สุดก็คือการขับรถเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ไม่ต้องรอชินคันเซ็น ไม่ต้องง้อรถไฟ นึกจะไปก็ไป ไปตอนไหนก็ได้มีรถแล้ว ส่วนใครที่ยังไม่รู้ว่าจะเช่ายังไง เริ่มต้นที่ไหน ไปได้ไกลแค่ไหน มาดูกันดีกว่าว่าการขับรถในญี่ปุ่นนั้นมีกฏกติกา และเงื่อนไขใดบ้าง

การจะไปขับรถที่ญี่ปุ่น เริ่มยังไง ทำอะไรบ้างมาดูกัน

1.ทำใบขับขี่สากล สำหรับการขับรถที่ญี่ปุ่น

หยิบใบขับขี่บ้านๆในไทยแลนด์ของคุณขึ้นมา กำเงิน 505 บาท + รูปถ่าย2นิ้ว 2 ใบ,และพาสปอร์ต วิ่งไปสถานีขนส่งใกล้ๆบ้าน มุ่งตรงไปยังเค้าเตอร์ ยื่นเรื่องขอทำใบขับขี่สากลได้เลย มีอายุใช้งานได้หนึ่งปี

2.จองรถออนไลน์ สำหรับการขับรถที่ญี่ปุ่น

รถเช่าในญี่ปุ่นสำหรับการขับรถที่ญี่ปุ่นมีหลากหลายบริษัท เพราะคนญี่ปุ่นไม่ได้นิยมซื้อรถแบบบ้านเรา (คือการขนส่งรถไฟสะดวกอยู่แล้ว และพื้นที่จอดรถมีจำกัด ค่าประกันรถนี่ ยิ่งเก่ายิ่งแพง)  ส่วนใหญ่จึงใช้บริการเช่ารถเป็นครั้งๆมากกว่า ถ้าถามว่าจะเลือกเช่ารถเจ้าไหนดี ก็ขอบอกว่าให้เลือกบริษัทที่อยู่แถวๆโรงแรมที่คุณพัก  หรือไม่ก็บริษัทที่อยู่ในๆสถานีที่คุณสะดวกเดินทางไปเอารถนั่นแหละ โดยรวมๆก็ไม่ได้ต่างกันมากเท่าไหร่ ราคาสำหรับรถ 5 ที่นั่งแต่ละเจ้าก็พอๆกัน (ต่างกัน+-1000 yen

3.การไปรับรถที่ญี่ปุ่น สำหรับการขับรถที่ญี่ปุ่น

หลังจากจองรถออนไลน์ไปแล้ว  ก็จะได้ e-mail มายืนยันการจอง พอไปถึงญี่ปุ่นก็แจ้งชื่อกับเจ้าหน้าที่ได้เลย เค้าจะขอก๊อบปี้ พาสปอร์ตและใบขับขี่ของคนขับทุกคน (ถ้ามีคนขับมากกว่าหนึ่งก็จัดไปให้หมด) จากนั้นก็จะเป็นการตรวจสถาพรถด้วยกันกับเจ้าหน้าที่  มีร่องรอยขีดข่วนตรงไหนก็แจ้งๆเค้าไป ณ จุดนี้อย่าลืมให้เค้าเซ็ท GPS เป็นภาษาอังกฤษนะ เดี๋ยวจะเราจะมึน สำคัญมาก อย่าลืมถามเบอร์โทร และเวลาปิดของปั๊มน้ำมันที่อยู่ใกล้ๆจุดคืนรถด้วย เพราะเราต้องเติม น้ำมันให้เต็มก่อนคืนรถ จะได้ไม่ต้องไปขับรถวนหาปั๊ม ปกติทางเจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ทราบอยู่แล้ว แต่บางทีเค้าลืมแจ้ง  ลำบากชีวิตการขับรถที่ญี่ปุ่นไปอีก

4.การใช้ GPS ในรถ สำหรับการขับรถที่ญี่ปุ่น

สิ่งหนึ่ง (หรืออาจจะหลายๆสิ่ง) ที่ทำให้การใช้ GPS ในรถเลิศเลอกว่า google map ก็คือ

  • ค้นหาสถานที่จากเบอร์โทรศัพท์ได้ เยี่ยมมาก
  • สัญญาณกลางป่าเขาลำเนาไพร ยังไงก็ใช้งานได้ ไม่หลงแน่นอน
  • มีภาพบอกทางเลี้ยวและไฟเขียวไฟแดงชัดเจน นอกจากนี้ในตัวเมือง ยังมีภาพจำลองสถานที่จริงให้อีกด้วย