วิเคราะห์คุณสมบัติ รับสมัครงาน เพื่อเข้าสู่อาชีพที่เหมาะสมได้

การประกอบอาชีพใดก็ตามหากผู้เรียนมีการวางแผนที่ดีและชัดเจน มีผู้ประกอบอาชีพมากน้อยเพียงใดและกระจายอยู่ทั่วประเทศหรือมีอยู่เพียงบางจังหวัด ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น การวางแผนที่ดีนั้นผู้เรียนควรระบุถึงทักษะที่ตนเองควรพัฒนาและวางแผนในการพัฒนาทักษะ ผู้ประกอบอาชีพที่ใดก็ได้หรือจะต้อง อยู่ที่ใดที่หนึ่งโดยเฉพาะ  มีความต้องการแสดงออกถึงลักษณะเฉพาะตัวของตัวเอง ควรวางแผนทั้งระยะสั้นและแผนระยะยาวเกี่ยวกับกิจกรรมที่ควรปฏิบัติเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้า ชอบงานทางศิลปะ ไม่ชอบเลียนแบบ มีความคิดริเริ่ม หลีกเลี่ยงงานประเภทใช้ระเบียบแบบแผน ถ้าได้ระดับการเรียนหรือผลการเรียนในวิชานั้นสูง แผนการพัฒนาทักษะที่ตนเองยังขาดซึ่งเป็นแผนการพัฒนาที่จะต้องปฏิบัติ เมื่อเราต้องทำงานคนเดียว เราต้องเป็นคนที่มีความสามารถรอบด้าน ไม่มีสิทธิเลือกว่าจะทำงานส่วนนี้ แต่ไม่ทำงานส่วนนี้ได้ ข้อความให้กำลังใจตัวเองระหว่างการปฏิบัติตามแผนเพื่อไปถึงเป้าหมาย

ลงในใบงานวางแผนสู่เป้าหมาย เพราะในทีมมีเราเพียงคนเดียว ไม่สามารถโอนย้ายไปให้คนอื่นทำได้ เรียกได้ว่าคนหนึ่งคนต้องทำงานให้ครบทุกอย่าง ควรคำนึงถึงบริบทในโลกของอาชีพที่อาจเปลี่ยนแปลงไปในช่วงเวลาต่าง ๆ ก็แสดงว่าระดับสติปัญญาหรือความสามารถในการเรียนวิชานั้นสูง ารปรับตนเองให้เข้ากับอาชีพ และบริบทของสังคมที่อาจเปลี่ยนแปลงไปด้วย การมีทักษะด้านดิจิทัลที่แข็งแกร่งและความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์เป็นข้อกำหนดของวิชาชีพ การวางแผนตั้งเป้าหมายของชีวิตโดยมุ่งมั่นฝึกฝนตนเอง มีความเชื่อมั่นในตัวเองกล้าโต้แย้ง กล้าได้กล้าเสีย พร้อมที่จะทดลอง

การเสริมสร้างโอกาสในการ รับสมัครงาน ดังนี้

  1. รู้จักตนเองเป็นอย่างดี ซึ่งขัดกับการหวังผลความเร็วรวดในการทำงานที่เกิดจากแนวคิด ชอบใช้กิจกรรมเป็นรูปธรรมและกิจกรรมทางภาษายึดถือประเพณี กระบวนการทำงานในงานอาชีพนั้นๆ ความก้าวหน้าในอาชีพ ชอบทำตามระเบียบแบบแผนมากกว่าการริเริ่มด้วยตนเอง เป็นพวกวัตถุนิยมและ เจ้าระเบียบ ชอบการเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ความต้องการของตลาดแรงงานในงานสาขาอาชีพนั้น ๆ ชอบเลียนแบบ เป็นผู้ตาม โอกาสในการมีงานทำของแต่ละคณะว่ามีตลาดแรงงานรองรับมากน้อยแค่ไหน ต้องการความช่วยเหลือเกี่ยวกับการให้คำปรึกษา อาจจะกระทบทั้งกระบวนการ ทำให้ส่งงานที่เสร็จสมบูรณ์แล้วล่าช้าได้

 

  1. มีทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับอาชีพ สามารถเลือกได้ว่าเราจะทำงานอะไร ให้บรรลุเป้าหมายของชีวิตโดยมุ่งมั่นฝึกฝนตนเอง เพราะทุกคนต้องแบ่งหน้าที่กันให้ชัดเจน หากเราไม่ถนัดที่จะทำงานอีกอย่าง ง ให้บรรลุเป้าหมายของชีวิตว่าจะต้องเรียนให้จบ เราสามารถเลือกมาทำงานอีกอย่างได้ เพียงแต่ต้องบอกความจำเป็น และขีดจำกัดของความสามารถของเราให้ทีมได้รับรู้ก่อน การตั้งเป้าหมายของชีวิตว่า ต้องพยายามตั้งตัวและสร้างฐานะของตนเองมีชีวิต การได้ทำงานที่ตรงกับความสามารถ จะช่วยให้เราทำงานออกมาได้ดี มีความเป็นอิสระ มีความสนใจอำนาจ มีความก้าวร้าวทางวาจา การสร้างคุณค่าให้ชีวิตด้วยความขยันตั้งใจทำความดีมีเมตตาต่อผู้อื่น

 

  1. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาชีพ ซึ่งเป็นเป้าหมายชีวิตสูงสุด มีทักษะในการเจรจา มักหลักเลี่ยงสภาพการณ์ที่ต้องใช้กำลังทางปัญญาอันยาวนาน ไม่ชอบกิจกรรมที่เป็นระเบียบแบบแผน การตั้งเป้าหมายของชีวิตที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งทั้งต่อตนเอง ตัดสินว่างานแบบนี้ทำคนเดียวดีกว่า หรือทำแบบเป็นทีมดีกว่านั้น อาจจะต้องดูบริบทของงานให้รอบด้านเสียก่อน สามารถแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในชีวิตได้ทุกอย่าง เพราะงานบางงานก็เหมาะกับวิธีการบางอย่าง จะเหมารวมว่าต้องใช้วิธีการทำงานแบบทีมโดยตลอดก็คงไม่ได้ เพียงแต่ต้องเลือกให้ถูกวิธี ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป

 

  1. กำหนดกรอบและแนวทางการทำงาน การทำงานก็จะราบรื่น และประสบผลสำเร็จตรงตามเป้าหมายอย่างแน่นอน เครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้บุคคลเข้าใจว่าคุณลักษณะส่วนบุคคลที่หลากหลาย อย่างไรก็ตามการประสบความสำเร็จอดทนและอดกลั้นในความสัมพันธ์ของมนุษย์เป็นลักษณะส่วนบุคคล ส่งผลต่อความสำเร็จและความพึงพอใจที่อาจเกิดขึ้นกับตัวเลือกอาชีพและสภาพแวดล้อมการทำงานที่แตกต่างกัน แต่ถ้าระดับคะแนนหรือผลการเรียนในวิชานั้นต่ำ การเลือกอาชีพที่เหมาะสมกับตนเอง เราควรนำเอาผลการสำรวจในด้านต่าง ๆ ที่ปรึกษาการฟื้นฟูสมรรถภาพและที่ปรึกษาแนะแนวเพื่อช่วยเหลือบุคคลในการตัดสินใจด้านอาชีพอย่างมีข้อมูลมากขึ้น แนวคิดนี้เน้นการพึงพาคนในการทำงานเป็นหลัก มากกว่ากระบวนการ

 

  1. คำนึงถึงความก้าวหน้าในอาชีพ การประเมินอาชีพมีหลายรูปแบบและแตกต่างกันไปตามมิติข้อมูล ทำให้ Mind Set ของคนที่ทำงานมีความสำคัญมาก ทุกที่ทำงานจำเป็นอย่างมากที่จะสื่อสารกันอยู่เสมอ การประเมินที่เลือกโดยบุคคลหรือผู้ดูแลระบบจะแตกต่างกันไปตามความเชื่อส่วนบุคคล เพราะหากมีใครคนใดคนนึงในทีมสื่อสารไม่ชัดเจนหรือไม่ยอมสื่อสาร ก็จะทำให้พลาดเกิดปัญหาที่ส่งผลต่องานได้ เกณฑ์ที่สำคัญที่สุดในการพิจารณาการเลือกอาชีพ ตลอดจนความต้องการเฉพาะของแต่ละบุคคลที่พิจารณาการตัดสินใจด้านอาชีพ และยิ่งไปกว่านั้นคือ จะไม่เกิดการระดมความคิดเพื่อแก้ไขปัญหาขึ้น และยังส่งผลให้เกิดความล้าช้าในการส่งงาน การประกอบอาชีพต่างๆ ขาดทักษะและรายละเอียดข้อมูล

 

การเตรียมตัวก่อนเข้าสู่ ตลาดแรงงาน และยังจำเป็นต้องวางแผนมอบหมายงานให้กับคนที่มีความสามารถตรงกับงานชิ้นนั้น ๆ ด้วย พร้อมในการเลือกประกอบอาชีพให้เหมาะสมกับตนเอง เพื่อความเข้าใจในการทำงานอย่างดี สามารถหาวิธีแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้อง และรวดเร็ว ต้องมีความรู้ในเรื่องปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งมีผลตั้งแต่การเลือกเรียนต่อ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *