ใบไม้เปลี่ยนสีที่โอซาก้าแห่งญี่ปุ่น….!!!

ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีในญี่ปุ่น หลังจากหมดฤดูร้อน ก่อนจะเข้าสู่ฤดูหนาวเต็มตัวก็เป็นช่วงที่อากาศเริ่มเย็นสบาย ในญี่ปุ่นจะเรียกช่วงนี้ด้วยชื่อที่หลากหลาย ทั้งฤดูแห่งกีฬา ฤดูแห่งการอ่านหนังสือ ฤดูแห่งอาหารการกิน ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ก็หมายถึงฤดูใบไม้ร่วง หรือฤดูใบไม้เปลี่ยนสีนั่นเอง

โอซาก้า(Osaka) นับเป็นเมืองที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศญี่ปุ่น ทั้งยังมีจำนวนประชากรมากเป็นอันดับ 3 ของประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในภูมิภาคคันไซบนเกาะฮนชู ถือเป็นหนึ่งในเมืองที่มีสถานะเป็นนครโดยข้อบัญญัติรัฐบาลญี่ปุ่น หลายๆคนอาจเคยได้ชื่อเสียงที่โด่งดังเรื่องของอร่อยเลื่องชื่อทั้งคาวหวาน หากไม่เพียงเท่านั้น เมืองแห่งนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวแนววัฒนธรรมและธรรมชาติที่งดงามในทุกๆฤดูกาลอีกด้วย โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่นับเป็นว่าสวยงามไม่แพ้ที่ไหนๆในญี่ปุ่นแน่นอน

พูดถึงโอซาก้าหลายคนอาจนึกไปถึงช้อปปิ้งและของกินเท่านั้น แต่ที่จริงมีที่ให้ดูใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ เยอะเหมือนกันนะ ช่วงที่ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีของโอซาก้าจะอยู่ประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน – ต้นเดือนธันวาคม แต่อาจจะเร็วขึ้นหรือช้ากว่านี้ก็ได้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของแต่ละปี

สำหรับใครที่แพลนไปเที่ยวญี่ปุ่น ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีในโอซาก้านี่แหละเป็นอีกตัวเลือกที่ดีทีเดียว เราจะพาไปดูสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีในโอซาก้าประเทศญี่ปุ่นกัน แต่ละที่นั้นสวยงามสุดๆ และครั้งนี้เราจะมาแนะนำ 10 แหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสีน่าไปในโอซาก้ากัน

  1. ถนนมิโดซุจิ ถนนมิโดซุจิเป็นหนึ่งในถนนที่มีชื่อเสียงของโอซาก้า และเป็นอีกหนึ่งจุดที่สามารถดูใบไม้เปลี่ยนสีแบบฟินๆได้แม้อยู่ใจกลางเมือง เพราะตลอดสองข้างถนนสายยาวนี้มีต้นแปะก๊วยปลูกอยู่กว่า 800 ต้น และแน่นอน่าสามารถเดินช็อปปิ้งชิวๆได้สบาย
  2. วัดคันชินจิ วัดคันชินจิสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 7 โดยนักพรต Enno-Gyoja  เมื่อปีค.ศ. 701  ที่นี่เป็นอีกสถานที่หนึ่งในการมาดูใบไม้เปลี่ยนสีที่น่าประทับใจมากๆ ที่นี่มีพระโพธิสัตว์แห่งความเมตตาเป็นพระประธานซึ่เป็นวัตถุโบราณแห่งชาติ แต่จะเปิดให้สักการะในช่วงวันที่ 17-18 เมษายน ของทุกปีเท่านั้นเอง
  3. Hoshi no Buranko ใครที่กลัวความสูงขอให้ข้ามที่นี่ไปเลย เพราะที่นี่เป็นสะพานแขวนยาว 280 เมตร และสูงจากพื้นดินกว่า 50 เมตรเหนือพื้นดิน เป็นสะพานแขวนที่ทำจากไม้กระดานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ สามารถมองวิวได้ 360 องศาเลย แม้จะหวาเสียวแต่ที่นี่เป็นจุดชมฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียงมากเลยนะ
  4. สวนไดเซ็น สวนสาธารณะไดเซ็น (Daisen park) เป็นสวนสาธารณะที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น 1 ใน 100 สวนสาธารณะทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น ด้วยพื้นที่กว่า 35 ไร่ สามารถดื่มด่ำกับธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์และทัศนียภาพอันงดงามของสุสานขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ประปราย
  5. วัดคัตสึโอจิ วัดคัตสึโอจิตั้งอยู่บนหุบเขาเมืองมิโนะทางทิศเหนือของโอซากา เป็นสถานที่ที่สวยงามและมีบรรยากาศที่เงียบสงบตลอดทั้งปี นอกจากความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสีแล้ว ที่นี่เป็นวัดที่รู้จักกันในด้านพลังงานทางจิต บ่อยครั้งที่เรียกว่าเป็นวัดแห่งโชคของผู้ชนะ
  6. ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) เพื่อนๆส่วนใหญ่คงพอรู้จักหรือได้ยินชื่อมากันบ้างอยู่แล้วสำหรับเจ้าปราสาทโอซาก้าแห่งนี้ เพราะถือเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญในการชมใบไม้เปลี่ยนสีของเมืองโอซาก้า ที่ไม่ว่าใครมาเมืองนี้ก็ต้องแวะมาที่นี่ด้วย สำหรับปราสาทแห่งนี้ถูกสร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1583 ผ่านภัยทางธรรมชาติและสงครามมาสาระพัดจนถูกบูรณะใหม่ในปี ค.ศ. 1995 โดยที่มีทั้งทั้งหมด 8 ชั้น ก็คือตัวปราสาท 5 ชั้นและชั้นใต้ดินอีก 3 ชั้นตัวปราสาทยิ่งใหญ่กว้างขวางมากๆ

หุบเขามิโนะ (Minoh Park) หุบเขามิโนะ หรือ หุบเขามิโนะโอะ เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในการมองเห็นสีสันของฤดูใบไม้ร่วง หรือฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ที่สวยงามในเขตคันไซ ที่นี่จะมีเส้นทางเดิน ซึ่งปลอดภัยไม่ลาดชัน รัดเราะไปตามแม่น้ำมิโนะโอะเพื่อขึ้นไปยังน้ำตกมิโนะโอะ ซึ่งระหว่างทางเดินก็จะพบวัดเรียวอันจิ ซึ่งมีสวนฮิระนิวะ ที่มีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่น

หางาน รปภ แผนกรักษาความปลอดภัย งานอาคารจอดรถ

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) หรือ ยามรักษาการณ์ หรือเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า ยาม เป็นอาชีพหนึ่งที่ผู้ประกอบการหรือบุคคลอื่นจ้างมาเพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับบริษัทห้างร้านต่างๆ หางาน รปภ ปัจจุบันมีการแข่งขันการเปิดบริษัทรักษาความปลอดภัยกันมาก ทำให้มีการแข่งขัน การตัดราคา หรือกระทั่งที่อยู่อาศัย ทั้งเวลากลางวันและกลางคืน โดยส่วนมากมักจะจ้างบริษัทที่ทำงานเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยโดยเฉพาะ อีกทั้งภาวะเศรษฐกิจถดถอยทำให้อาชีพเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้รับการว่าจ้างน้อยลง อนึ่งผู้จบการศึกษาสูงอย่างเช่น ประโยควิชาชีพ และประโยควิชาชีพชั้นสูง แล้วให้บุคคลที่จะมาเฝ้ายาม ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันตามช่วงเวลา ผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้ ทำหน้าที่เป็นผู้เฝ้าอยู่ยามให้กับองค์กร สถานประกอบกิจการ อาคารธุรกิจ ห้างร้าน หางาน รปภ จนถึงนักศึกษาที่มีความขยัน และต้องการหารายได้พิเศษเพื่อใช้เป็นทุนการศึกษาก็ได้หันมาสมัครงานปฏิบัติอาชีพนี้กันพอสมควรโดยทำงานในลักษณะงานบางเวลา และหมู่บ้าน เพื่อกันการเข้ามาโดยผิดกฎหมาย เพื่อป้องกันการโจรกรรมเพื่อป้องกันอัคคีภัย จดบันทึกประจำวัน ผู้ปฏิบัติงานที่มีความสามารถจะได้รับเลื่อน จากรักษาความปลอดภัย (รปภ.) เป็นรองหัวหน้าชุด และเป็นหัวหน้าชุด ตามลำดับ ควรหมั่นศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม นอกเหนือจากอาชีพที่ปฏิบัติอยู่เพื่อความก้าวหน้า และประสานงานความเรียบร้อยต่อเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมาย ดูแลรักษาความปลอดภัยประจำวัน หางาน รปภ โดยการตรวจยาม เขียนรายงานบันทึกเหตุการณ์ประจำวัน ทุกครั้งตามเวลาที่ออกตรวจตามจุดตรวจต่างๆ ทุกชั่วโมง

หางาน รปภ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยโดยทั่วไปจะปฏิบัติงานในหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง อาจได้รับข้อเสนอจากองค์กรอื่นไปเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแบบพนักงานประจำให้กับบริษัทห้างร้านที่มี สวัสดิการ และสิทธิพิเศษเหมือนกับพนักงานประจำทั่วไป ซึ่งดีกว่าบริษัทบริการรักษาความปลอดภัย ไม่มีวันหยุด ดังนั้น ผู้ปฏิบัติงานนี้อาจต้องเปลี่ยนผลัดหรือกะการทำงานกัน อาจได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานตอนกลางวัน โดยการฝึกฝนร่างกายให้มีความแข็งแรงสมบูรณ์ ปรับเปลี่ยนเวลาการนอนให้มีความยืดหยุ่น เพื่อเข้าทำงานในเวลากลางคืนได้ตลอดเวลา ตลอดจนฝึกฝน กฏระเบียบและวินัยในลักษณะเดียวกันกับข้าราชการทหาร หรือตำรวจ หางาน รปภ กลางคืนโดยปฏิบัติงานในป้อมยามรักษาการณ์ บริเวณด้านหน้าประตูทางเข้าประตูอาคาร หน้าลิฟท์ หลังจากผ่านการรับสมัครแล้วทางบริษัทจะฝึกอบรมให้ผู้ปฏิบัติงงานให้เข้าใจในหน้าที่ต่างๆ และอาจทำหน้าที่ประจำแต่ละชั้น ในอาคาร หรืออาจต้องใช้รถหรือยานพาหนะในการออกจุดตรวจ แต่ละจุด เช่น บริเวณโรงงานขนาดใหญ่ ในเรื่องของการมีมนุษยสัมพันธ์ ศิลปะการป้องกันตัว การปฏิบัติหน้าที่เฉพาะ และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และอาจใช้การประสานงานกันด้วยวิทยุสื่อสาร หรือโทรศัพท์ ซึ่งขึ้นอยู่กับบริเวณพื้นที่ และขนาดขององค์กรผู้ว่าจ้าง หรือธุรกิจขององค์กร หางาน รปภ หรือผู้ประกอบกิจการที่ต้องการความเข้มงวดในการตรวจตราผู้เข้าออกอย่างใกล้ชิด ผู้ปฏิบัติงานในอาชีพนี้

หางาน รปภ ถ้าเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยระดับต้น อาจได้ค่าจ้างเป็นรายวัน สถานที่ทำงานอาจเป็นอาคารธุรกิจ โรงงานอุตสาหกรรม ห้างสรรพสินค้า ถ้าเป็นสถานที่ราชการสำคัญ บริษัทบางแห่ง หรือศูนย์การค้า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอาจต้องดูแลรถยนต์ที่เข้ามาจอดของผู้มาติดต่อ หรือลูกค้า และแลกเปลี่ยนบัตรสำหรับ ผู้มาติดต่อหรือใช้บริการ บริษัทห้างร้าน หมู่บ้าน ในการปฏิบัติหน้าที่ จะมีระดับความเสี่ยงในการทำงานตลอดเวลาการปฏิบัติหน้าที่ ควบคุมการผ่านเข้า/ออกของบุคคลทั้งภายในองค์กร และภายนอกองค์กร ที่ได้รับการ ว่าจ้าง ทำการแลกบัตรผู้เข้ามาติดต่อ ลงบันทึกประจำวัน และอาจตรวจดูบุคคลเข้า ออกได้จากจอภาพโทรทัศน์วงจรปิด หางาน รปภ โดยเฉพาะการรักษาหน้าที่ในช่วงเวลากลางคืนส่วนอาวุธที่สามารถใช้ประจำกายได้ เช่น ไม้กระบอง และกุญแจมือ ในกรณีที่มีมีดอาจใช้สำหรับผู้ทีปฏิบัติงานในโรงงาน หรือสถานประกอบกิจการที่ไกล และปลอดผู้คน ผู้ที่มีบุคลิกภาพแบบนี้ จะชอบกิจกรรมที่ต้องใช้พละกำลัง ชอบคิด สังเกต วิเคราะห์ สังเคราะห์ วิจารณ์อย่างมีเหตุผล ชอบแก้ปัญหา ชอบใฝ่หาความรู้มีหลักการ ชอบทำงานที่สลับซับซ้อนมากกว่าเป็นผู้ลงมือทำ ไม่ยึดติดประเพณีนิยม หลีกเลี่ยงการค้า การชักชวนเข้าสังคมและการเลียนแบบ ชอบงานกลางแจ้ง กิจกรรมที่ไม่สลับซับซ้อน หางาน รปภ กิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งของ เช่น เครื่องจักรกล วามเชื่อมั่นในตัวเอง มีความเห็นรุนแรง มีความบากบั่น อุทิศเวลาให้กับงาน เก็บตัวไม่ใคร่สนใจสังคม ขาดทักษะในการสร้างสัมพันธระหว่างบุคคล

หางาน รปภ หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องสังคมกับบุคคลอื่นชอบเป็นจุดสนใจของผู้อื่น มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่ชอบเอาอย่างใคร มีความร่าเริงต่ำ ค่อนข้างก้าวร้าว มีลักษณะเป็นชาย มีค่านิยมทางเศรฐกิจและในรูปแบบที่มีระเบียบแบบแผน จะมีลักษณะของความเป็นผู้นำ มีความคิดริเริ่ม มีความเชื่อมั่นในตัวเอง กล้าโต้แย้ง กล้าได้กล้าเสีย พร้อมที่จะทดลอง มีความเป็นอิสระ มีความสนใจอำนาจ มีความก้าวร้าวทางวาจา มีทักษะในการเจรจา กล้าคิดกล้าทำ ชอบวางแผน ชอบสมาคม มีอำนาจเหนือผู้อื่น ร่าเริง สนุกสนาน ทำตามอารมณ์ ไม่ชอบใช้กำลังความคิดอันยาวนาน มักหลีกเลี่ยงสภาพการณ์ที่ต้องใช้กำลังทางปัญญาอันยาวนาน หางาน รปภ ไม่ชอบกิจกรรมที่เป็นระเบียบแบบแผน ยึดถือประเพณีนิยม มีความเป็นผู้นำ ชอบการสมาคม มีความก้าวร้าว มีความเข้าใจตนเอง ชอบกิจกรรมที่เป็นรูปธรรมและกิจกรรมทางภาษา ยึดประเพณี ชอบทำตามระเบียบแบบแผนมากกว่าการริเริ่มด้วยตนเอง เป็นพวกวัตถุนิยม และเจ้าระเบียบ ไม่ยืดหยุ่น ชอบสมาคม ร่าเริง ชอบเที่ยว รักษาประเพณี มีความรับผิดชอบ มีอำนาจ มีอิทธิพลเหนือผู้อื่น มีลักษณะท่าทางเป็นหญิง ชอบการเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ชอบเลียนแบบ เป็นผู้ตาม ชอบติดต่อกับคน ชอบสนทนา ชอบให้ความรู้สอนผู้อื่น ชอบแสดงตัว ร่าเริง มีความเป็นผู้นำสูง มีทักษะในการพูด ชอบสมาคม มีความรับผิดชอบ หางาน รปภ มีทักษะทางภาษา ต้องการความสนใจ ชอบช่วยเหลือผู้อื่น มีลักษณะเป็นหญิง หลีกเลี่ยงการใช้ความคิดทางปัญญา มักแก้ปัญหาโดยคำนึงถึงความรู้สึก หลีกเลี่ยงงานที่เกี่ยวกับเครื่องยนต์ หรือทางวิทยาศาสตร์ ชอบกิจกรรมเกี่ยวกับนามธรรม เป็นอิสระ รักความงาม มีสุนทรีย์ มีศิลปะ ชอบคิดคำนึงชอบครุ่นคิดคนเดียว เก็บตัว มีความเป็นตัวของตัวเองสูงชอบใช้ชีวิตและกิจกรรมแบบตามลำพัง มีความอิสระสูง มีความเข้าใจตนเองสูง มีความสามารถในการควบคุมตนเอง มีความสามารถในการแสดงความรู้สึก ไม่ค่อยควบคุมตัวเอง มักทำตามใจที่ปรารถนา มีความต้องการแสดงออกถึงลักษณะของตนเอง ชอบทางศิลปะ ไม่ชอบเลียนแบบ มีความคิดริเริ่ม หลีกเลี่ยงงานประเภทใช้ระเบียบแบบแผน

หน้าที่ของผู้จัดการฝ่ายขายโซล่าร์เซลล์ที่ดี

การขายโซล่าร์เซลล์เป็นการขายของชิ้นใหญ่ที่มีราคาสูง ดังนั้นการเป็นผู้จัดการฝ่ายขายโซล่าร์เซลล์ ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อให้สินค้าของตนเป็นที่ต้องการของลูกค้า ฉะนั้นแล้ว หน้าที่ของผู้จัดการฝ่ายขายโซล่าร์เซลล์ มีอะไรบ้าง

1.วางแผน ผู้จัดการฝ่ายขายโซล่าร์เซลล์ ต้องคาดหมายการขายไว้ล่วงหน้า เป็นเรื่องที่คุณจะต้องเดา อย่างมีหลักเกณฑ์ มีเหตุมีผลว่า ผลงานการขายควรจะเป็นอย่างไร ค่าใช้จ่ายงบประมาณที่จะต้องใช้จริงควรเป็นสักเท่าไหร่ และควรทำอะไรก่อนหลัง เพื่อให้งานการขายเป็นไปตามที่คาดหมายไว้
2. ประชุมกับทีมขาย เพื่อให้เกิดผลสำเร็จ เป็นการประชุมปรึกษาหารือ แก้ไขปัญหา หรือการติดตามผลงานการขายประจำวัน ประจำสัปดาห์ ประจำเดือน ประจำงวด ซึ่งควรมีบ่อยๆ เป็นประจำ เพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนให้นักขายของคุณเกิดความกระตือรือร้นมากกว่าปกติ เรียกกันว่า อัดฉีด กันอยู่ตลอดเวลา เพราะการขายโซล่าร์เซลล์นั้น เป็นเทคโนโลยี ดังนั้นจึงมีสิ่งที่พนักขายต้องเรียนรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ

  1. สนับสนุนการขายอย่างแยบยล เป็นเรื่องของการคิดทำกิจกรรมต่างๆ ที่สอดคล้องและส่งเสริมให้งานการขายในแต่ละส่วนเป็นไปตามที่คาดหมายไว้ การให้รางวัลนักขายเพื่อจูงใจให้ทุกคนทำงานขายอย่างเต็มที่
    4. ผู้จัดการฝ่ายขายโซล่าร์เซลล์ ควรให้พนักงานขายในทีมมีรายงานการขายและตรวจรายงานขายของแต่ละคนอย่างใกล้ชิด ก็คงเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่คุณจะต้องเอาใจใส่ให้มาก กับรายงานการขาย (CALL REPORT) รายงานประจำสัปดาห์ (WEEKLY REPORT) หรือรายงานการขายประจำเดือน (MONTHLY REPORT) และรายละเอียดอื่นๆทั้งนี้เพื่อที่คุณจะได้รู้ว่า ขณะนี้พนักขายของคุณแต่ละคน  มีลูกค้าและผลงานการขายมากน้อยแค่ไหน กลุ่มลูกค้าของลูกน้องแต่ละคนเป็นระดับใดควรขยายลูกค้าไปที่กลุ่มไหน
    5. การใช้เวลาอย่างมีประสิทธิภาพ ต้องเป็นเรื่องของการคิดวางแผนทำงานไว้ล่วงหน้า เป็นอาทิตย์เป็นเดือนเพื่อที่จะได้ใช้ทรัพยากรเวลาที่มีอยู่ให้ได้ผลและมีประสิทธิภาพ คือมีทั้งประสิทธิผล และ ประหยัด ไม่ใช่ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปวันหนึ่งๆ โดยไร้ประโยชน์ อย่างน้อยก็ควรให้นักขายของคุณรู้จักแบ่งเวลาในการทำงาน เช่น การเตรียมตัว การทำงานเอกสาร การเขียนรายงาน การเดินทาง การเยี่ยม การหาข้อมูลเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้อง ดีกว่าให้แต่ละคน บริหารเวลากันเอง
  2. ผู้จัดการฝ่ายขายโซล่าร์เซลล์ต้องช่วยจัดเขตการขายให้ดี นอกจากจะวางแผนในการใช้เวลาอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพแล้ว การจัดแบ่งเขตการขาย การจัดกลุ่มลูกค้าก็เป็นเรื่องสำคัญ
    เพราะถ้าจัดแบ่งเขตการขายไม่ดี จะทำให้การควบคุมดูแลไม่ทั่วถึง การบริหารลูกค้าได้ไม่เต็มที่ ทำให้พนักงานขายเสียเวลาในการเดินทางและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายโดยใช่เหตุ หรือในกรณีการเดินทางต่างจังหวัด ควรจะกำหนดว่าจุดไหนจะเป็นศูนย์กลาง นอกจากนี้ การแบ่งกลุ่มลูกค้าออกเป็นกลุ่มๆ ก็จะทำให้การติดตามผลงานดีขึ้น ยอดขายเพิ่มขึ้น เพราะการเยี่ยมลูกค้านั้น จะต้องมีความคลอบคลุม ทั้งภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม มีความถี่ คือไปพบลูกค้าได้บ่อยครั้งและมีผลในการขายทุกครั้ง
    7. ต้องมียุทธวิธีการขายได้ผลจริง ในฐานะที่เป็นผู้จัดการฝ่ายขายโซล่าร์เซลล์ที่รู้ข้อมูลเป็นอย่างดีถึง รายละเอียดด้านตลาดและคู่แข่งขัน ดังนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นอันเป็นผลกระทบต่อผลการขายโดยตรงนั้น ผู้จัดการขายจะต้องรู้โดยตลอดครบถ้วน เพราะข้อมูลต่างๆ มีผลต่อการขายโซล่าร์เซลล์ บางครั้งผู้จัดการขายต้องสนใจสินค้าอื่นๆ ที่ดูเหมือนจะไม่มีความเกี่ยวข้องกับโซล่าร์เซลล์ด้วย เพราะจริงๆแล้วอาจจะมีผลกระทบต่อการขายสินค้าของเราในอนาคต  การพิจารณากำหนดแผนการขาย เป้าหมายการขาย และยุทธวิธีการขาย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญยิ่งของงานการขาย ผู้จัดการขายจึงต้องเป็นผู้กำหนด และปฏิบัติให้บังเกิดผลตามที่คาดหมายไว้ด้วย  อย่างน้อยที่สุด ก็จะต้องระดมสมองหรือรวบรวมข้อมูลรายละเอียดต่างๆ จากนักขายในสังกัดของคุณ มารวบรวมทำเป็นแผนการขายได้เป็นอย่างดี
    8. มุ่งเน้นการขายที่มีกำไรสูงสุด แผงโซล่าร์เซลล์แต่ละแผงย่อมมีราคาต้นทุนคงที่อยู่แล้ว ดังนั้น ผู้จัดการฝ่ายขายโซล่าร์เซลล์ จะมุ่งเน้นขายที่ลูกค้ากลุ่มใดนั้น ต้องดูที่ปริมาณการซื้อเป็นสำคัญ จะเน้นขายเอาปริมาณเยอะ กำไรต่อหน่วยน้อยหรือจะเน้นขายปริมาณน้อยแต่กำไรต่อหน่วยเยอะ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับกลุ่มลูกค้าของบริษัทเป็นสำคัญ
    9. ประสานงานร่วมมือกับทุกฝ่าย การทำงานของฝ่ายขายจะทำอะไร ต้องอาศัยความร่วมมือจากฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งต้องคอยให้ความร่วมมือต่อฝ่ายอื่นๆ ด้วย  แต่สิ่งที่ควรระมัดระวังเป็นอย่างมากก็คือ แต่ละคน อาจจะมีปัญหาขัดข้องกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายอื่นๆ อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผลประโยชน์ตอบแทนที่นำหน้ามากกว่าผู้อื่น และการออกไปเผชิญปัญหาภายนอกแล้วกลับมาเกิดอารมณ์กับคนอื่นๆ ในสำนักงาน
    หากคุณเป็นผู้จัดการขาย คุณต้องรู้จักวางตัวให้ถูกต้อง ไม่ใช่เข้าข้างลูกน้องอยู่ฝ่ายเดียวเพื่อที่จะเอาใจคนขาย คุณอย่าลืมว่าคนอื่นๆ ก็มีหัวใจ และความต้องการเหมือนกัน

10. ผู้จัดการฝ่ายขายโซล่าร์เซลล์ ต้องวิเคราะห์ตลาดและการขายเป็น มันเป็นหน้าที่โดยตรงของคุณ นอกจากการควบคุมดูแลนักขายที่เป็นลูกน้องของคุณ และการกำหนดยุทธวิธีการขายที่มีประสิทธิภาพ
คุณควรจะต้องรู้ว่า ลูกค้าปัจจุบันของคุณเป็นใคร จะมีโอกาสเติบโต ขยายตัว ไปหาตลาดอื่นมากน้อยเท่าใด จะทำตลาดอย่างไรให้มีลูกค้าใหม่หันมาให้ความสนใจโซล่าร์เซลล์มากยิ่งขึ้น จะไปหาลูกค้าได้จากไหน จากตลาดที่เกิดขึ้นเอง หรือส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่งขัน นอกจากนี้คุณยังจะต้องติดตามความเคลื่อนไหวคู่แข่งขันในตลาดที่คุณต้องรับผิดชอบอย่างใกล้ชิดอีกด้วย สิ่งต่างๆ เหล่านี้ จะประมาทไม่ได้เป็นอันขาด เพราะการตลาดการค้าการขายมันไม่เข้าใครออกใครเหมือนกับการสงคราม ไม่ผิดเพี้ยน เผลอแป๊บเดียว คุณอาจถูกแย่งตลาดไปได้ ถ้าไม่ระวัง
11. ทำงานทุกอย่างโดยตั้งใจ เมื่อจะทำอะไรก็ตาม คุณจะต้องทำด้วยสติปัญญาความรับผิดชอบ และมีความมานะบากบั่นทุ่มเทกับงานทั้งชีวิตและจิตใจ นี่เป็นเรื่องสำคัญเพราะหมายถึงความรับผิดชอบ ความกระตือรือร้น ความทะเยอทะยานที่จะทำงานให้มันสำเร็จไม่ใช่คิดว่ามันเป็นเพราะหน้าที่ เป็นเรื่องของภาระความรับผิดชอบเท่านั้น ถ้าคุณจะทำงานนั้นโดยทุ่มทั้งชีวิตและจิตใจ คุณต้องรักและอยากที่จะทำงานนั้นด้วย  คุณต้องสร้างทัศนคติที่ดีต่องาน ต่อหน้าที่ความรับผิดชอบ ต่อเพื่อนร่วมงาน ต่อสินค้า ต่อบริษัท ฯลฯ
12. ร่างแผนงานไว้อย่างรัดกุม
ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณคิด และอยากลงมือทำ คุณก็ควรจะต้องเขียนลงไว้เป็นบันทึกเป็นหลักฐาน เพื่อกันลืม จะได้รู้ว่า ควรทำอะไรก่อน หลัง งานไหนสำคัญ เร่งด่วน ควรรู้ว่าจะทำงานนั้นอย่างไร จะให้ใครทำ
เพื่อที่งานแต่ละชิ้นแต่ละส่วนจะได้ประสานสัมพันธ์สอดคล้องกัน บรรลุเป้าหมายที่คุณต้องการ

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ หมู่บ้านญี่ปุ่น ที่นักเดินทางต่างพากันมาท่องเที่ยว

เริ่มต้นหมู่บ้านโบราณแรก จุดเด่นของที่นี่คือ หมู่บ้านญี่ปุ่น ที่มีหลังคาเป็นทรงหรือทรงมือพนม ซึ่งหลังคาจะมีขนาดใหญ่ลาดเอียงคลุมตัวบ้าน นอกจากวัด และศาลเจ้าที่โด่งดัง คุณสามารถสัมผัสเมืองโบราณ ที่เที่ยวสวย ญี่ปุ่น ดีกรีมรดกโลก อย่างหมู่บ้าน นั่นเอง อยากสัมผัสบรรยากาศญี่ปุ่นแบบย้อนยุค หมู่บ้านซามูไรที่รวมความเป็นญี่ปุ่นแบบจัดเต็ม วันนี้เราจัด เมืองเก่าญี่ปุ่น บรรยากาศสุดคลาสสิค คงเสน่ห์แห่งแดนอาทิตย์อุทัยอย่างเต็มเปี่ยม มาให้ชมกันพร้อมพิกัดเดินทาง ใกล้เมืองไหน บรรยากาศอันเปี่ยมมนต์ขลังของเมืองเก่ามักจะดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกได้เสมอ หวังว่าข้อมูล เมืองเก่าญี่ปุ่น ที่เรารวบรวมมาฝากกันจะทำหาคุณได้แรงบัลดาลใจในการเดินทาง หมู่บ้านญี่ปุ่น ผ่านแถวไหนก็แวะไปเดินเล่นกันได้แล้วอย่าลืมถ่ายภาพมาอวดกัน คงไม่ต้องบอกเรื่องความสวยงาม และความขลังของสถานที่แห่งนี้ เพราะมันสวยมาก ที่สำคัญคือเที่ยวได้ทั้งปี แถมแต่ละฤดูก็ได้วิวที่ต่างกันไป เมืองเก่าญี่ปุ่น เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ดึงดูดที่ใครๆ หลายคนต่างอยากสัมผัสมนต์ขลังแห่งบรรยากาศ และเสน่ห์เหนือกาลเวลา วันนี้เรารวบรวมข้อมูลเมืองเก่าน่าเที่ยวมาฝากกัน พร้อมพิกัดและการเดินทาง วันนี้เราจะพามาตามหาเธอกันที่ หมู่บ้านญี่ปุ่น และศึกษาทุกเรื่องราวของชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาตั้งหมู่บ้านในสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งมีสัมพันธ์ฉันมิตรกับประเทศไทยมายาวนาน หมู่บ้านญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังแนะนำข้อมูลเมืองใหญ่ใกล้ๆ ย้อมอดีตกลับไป สมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชา จุดเริ่มต้นของ หมู่บ้านญี่ปุ่น มาจากชุมชนเล็กๆ ของพ่อค้าเรือสำเภาชาวญี่ปุ่น ซึ่งภายในหมู่บ้านนั้นสันนิษฐานว่ามีชาวญี่ปุ่นอยู่ 3 กลุ่มด้วยกัน คือ พ่อค้า โรนิน หรือนักรบญี่ปุ่นที่เข้ามาเป็นทหารอาสาญี่ปุ่นในอยุธยา และชาวญี่ปุ่นที่นับถือศาสนาคริสต์

หมู่บ้านญี่ปุ่น เดินทางออกจากญี่ปุ่นเพื่อเสรีภาพในการนับถือศาสนา ให้คุณวางแผนการเดินทางไม่สะดุด ยิ่งถ้าหากได้ไปในช่วงฤดูหนาว จะได้เห็นหิมะ สีขาวทั่วทั้งหมู่บ้านเลย สไตล์ญี่ปุ่นด้วย จะต้องหลงรักที่นี่อย่างแน่นอน แม้จะเป็นทางผ่านที่ไปหมู่บ้านชิราคาว่าโกะ แต่ก็น่าสนใจไม่น้อย มาดูเมืองเก่า ญี่ปุ่น ต้นฉบับกันบ้าง หรือที่ใครๆ ต่างขนานนามว่าลิตเติ้ลเอโตะ เมืองเล็กๆ ในจังหวัดไซตามะ ที่สามารถเดินทางง่ายๆ จากโตเกียวด้วยรถไฟ ต่อมาได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระมหากษัตริย์พระราชทานที่ดินให้ตั้งหมู่บ้าน รอบนอกเกาะเมืองเหมือนชาติอื่นๆ โดยตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำกับชุมชนชาวโปรตุเกส ส่วนชุมชนอังกฤษและชุมชนฮอลันดา จะอยู่ทางด้านทิศเหนือของหมู่บ้าน คั่นด้วยคลองเล็กๆ และในสมัยนั้นจะมีหัวหน้าปกครองในกลุ่มตนเอง หมู่บ้านญี่ปุ่น ก็คือเป็นผู้มีอำนาจและเป็นที่โปรดปรานของสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม  มีบทบาทในการเชื่อมสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทยและญี่ปุ่น จนได้รับแต่งตั้งเป็นออกญาเสนาภิมุข ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช จนสิ้นชีวิต จากนั้นไม่นานหมู่บ้านญี่ปุ่นก็ถูกเผาทำลาย บ้านเรือนที่นี่มีการรักษารูปแบบให้คงไว้ซึ่งความเป็นญี่ปุ่นโบราณ กับเมืองเกียวโต คงไม่ต้องบอก ก็น่าจะรู้กันดีว่าที่นี่เคยเป็นอดีตเมืองหลวงเก่าของประเทศนี้ มีวัด และศาลเจ้าเยอะแยะมากมาย ให้เหล่านักท่องเที่ยวเข้ามากราบไหว้ รวมไปถึงบ้านไม้สไตล์ญี่ปุ่น ที่ยังมีให้เห็นเยอะในเมืองนี้ วินเทจเส้นทางผ่านสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เที่ยวง่าย บรรยากาศดี นอกจากนี้ยังโดดเด่นเรื่องมันหวาน และของอร่อยอีกมากมาย ไปกันต่อกับเมืองนารา ดีกรีเมืองมรดกโลกอีกเช่นกัน หมู่บ้านญี่ปุ่น จุดเด่นของเมืองนี้คือเจ้าฝูงกวางน้อย ที่รอต้อนรับนักท่องเที่ยว ยิ่งถ้าให้ถืออาหารอยู่ในมือด้วยล่ะ อีกมุมหนึ่งก็มีเรื่องราวและหุ่นขี้ผึ้งของ ท้าวทองกีบม้า (มารี ดอญา กีมาร์ เดอ ปีนา) ซึ่งเป็นชาวอยุธยาลูกครึ่งเชื้อสายโปรตุเกส-ญี่ปุ่น อาศัยอยู่ในหมู่บ้านโปรตุเกส

หมู่บ้านญี่ปุ่น กระทั่งในช่วงปลายของชีวิต เธอเข้ารับราชการจนได้ตำแหน่งท้าวทองกีบม้า หัวหน้าพนักงานวิเสทกลาง (ครัว) ดูแลของหวานแบบเทศ และนำของหวานโปรตุเกสมาเผยแพร่ในกรุงสยาม เป็นต้นตำรับขนมตระกูลทอง อย่างทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทองนั่นเอง โดนเจ้ากวางฟาดเรียบอย่างแน่นอนครับ ฮ่าๆ เอาเป็นว่าถ้าหากมีโอกาสได้ไปเที่ยวฝั่งคันไซทั้งที ไปเที่ยวเมืองเก่า ทางผ่านเส้นถนนเกียวโต และโตเกียว กันต่อกับหมู่บ้านนาราอิ จุคุ ที่นี่เป็นเมืองเก่า ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาในจังหวัดกิฟุ ภูมิภาคจุบุ เมืองที่ยังคงเอกลักษณ์สถาปัตยกรรมโบราณ โดยมีอาคารไม้ที่คงมนต์ขลังเป็นจุดขาย ที่ยังคงความดั้งเดิมสมัยยุคเอโดะ ไฮไลท์ของที่นี่อยู่ที่วิวบ้านเรือนเก่าที่สวยงาม ถ่ายรูปเล่นกันอย่างเพลิดเพลินนั่นเอง ผังเมืองมีความคุมโทน ทำให้บรรยากาศราวกับได้ย้อนเวลาไปเที่ยว หมู่บ้านญี่ปุ่น ยิ่งกอปรกับบรรยากาศท่ามกลางขุนเขาทำให้บรรยากาศช่างกลมกล่อม นอกจาก โซนเมืองโบราณ และบางที่ก็ไม่ได้เป็นที่พักอาศัยแบบแต่ก่อน กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ไปแล้วบ้าง หรือร้านค้าไปแล้วตามกาลเวลา แต่เราก็ยังสามารถชมความสวยงามได้ และไม่ใช่แค่สไตล์ญี่ปุ่นเท่านั้นนะคะ วันนี้เราเอามาให้หลากหลายค่ะ จะยุโรป หรือญี่ปุ่นถ้าถ่ายรูปแล้วสวย เมืองเก่าที่ถูกผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างญี่ปุ่น และยุโรป อย่างเมืองยุฟุอิน สัมผัสวิถีขีวิตของชาวชิรากาว่าโก ทานอาหารท้องถิ่นประจำเมือง แน่นอนว่ามาเดินเล่นชิลล์ๆ เมืองนี้ทั้งที ก็ต้องลงแช่ออนเซ็นสักหน่อย เพราะเนื่องจากมันโด่งดังมากๆ ไปกันต่อกับเมืองเก่าที่ไปที่เดียว เที่ยวได้ตลอดวัน กับเมืองคานาซาว่า ที่นี่มีโซนหมู่บ้านชุมชนที่ยังคงสภาพดั้งเดิมสไตล์ญี่ปุ่นไว้อย่างชัดเจน ของเด็ดของดีของที่นี่หนีไม่พ้นเนื้อฮิดะคุณภาพดี อร่อยแทบละลายในปาก มาพร้อมเมนูมากมายที่ไม่เหมือนที่ไหน หมู่บ้านญี่ปุ่น รวมไปถึงปราสาทคานาซาว่า ที่สามารถเข้าชมได้ เหมาะสำหรับคนที่สนใจในเรื่องประวัติศาสตร์ เมืองที่ผสมผสานทั้งความเก่า ความใหม่ไว้ด้วยกัน เป็นเมืองแนวๆ ที่น่าเดินเล่น และน่าพักสักคืนถ้าใครมาเที่ยวปราสาทมัตสึโมโตะ ก็พักสักคืนก็ไม่เลวเลย เหมือนมือที่กำลังพนมและบ้านแต่ละหลังจะหันหน้าไปทางทิศเดียวกันเพื่อให้บ้านเย็นสบายในฤดูร้อนและอบอุ่นในฤดูหนาว หรือถ้าใครที่ชอบแช่ก็สามารถเดินทางไปอาสะมะออนเซ็นได้

หมู่บ้านญี่ปุ่น เดินทางจากสถานีมัตสึโมโตะแค่ไม่กี่นาทีก็ถึง ใครที่มีแพลนจะไปเที่ยวชมภูเขาไฟฟูจิ ก็อย่าลืมแวะไปเดินเล่นเมืองเก่า อย่างเมืองโอชิโนะฮักไก กันดูนะ ได้รับขนานนามเป็นมรดกโลก ด้วยการรักษาสภาพให้ใกล้เคียงแรกเริ่มที่สุด บอกเลยว่ามันมีความเรียล และออริจินัลของความเป็นญี่ปุ่นมากๆ รวมไปถึงที่นี่ยังมีบ่อน้ำใสศักดิ์สิทธิ์ ให้เหล่านักท่องเที่ยวมาขอพรกันอีกด้วย ภายในหมู่บ้านเปรียบดั่งพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่แสดงความเป็นอยู่แบบโบราณ มีบ้าน ร้านรวง กิจกรรมนานาให้เราได้สนุกเหมือนกำลังย้อนเวลากลับไปชมความรุ่งเรืองของวัฒนธรรม นอกจากนี้ทั้งหมู่บ้านยังไดรับการขับบรรยากาศจากธรรมชาติให้งดงามทุกฤดู บินข้ามฝั่งไปเที่ยวเมืองเก่า ที่ฮอกไกโดกันบ้าง สำหรับเมืองโอตารุ แค่ได้ยินชื่อก็ทราบกันดีว่า เมืองนี้มีความน่ารัก และโรแมนติกแค่ไหน หมู่บ้านญี่ปุ่น ยิ่งถ้าเดินทางไปเป็นคู่ล่ะก็จะต้องฟินอย่างแน่นอน เราแนะนำให้ไปเที่ยวเมืองนี้ในช่วงหน้าหนาว อดีตมหานครหลวงแห่งญี่ปุ่น เปรียบดุจบันทึกหน้าสำคัญที่บันทึกความรุ่งเรืองในอดีตฉายออกมาในรูปแบบการรักษาบ้านเมือง สถาปัตยกรรม และเมืองให้อุดมด้วยกลิ่นอายของอดีต ที่นี่จึงเป็นเป้าหมายของนักเดินทางทั่วโลก เพราะจะได้เห็นการแสดงโชว์ไฟยามค่ำคืนอีกด้วย  ความโดดเด่นของเมืองนี้ คือบ้านเมืองที่ยังคงความเก่าสมัยยุคแรกๆ ได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงทุกคนยังสามารถนั่งเรือไม้ชมความงามของเมืองได้อีกด้วย นอกจากเมืองโบราณ วัด ศาลเจ้า ประสาทราชวังเดิมก็เปี่ยมด้วยมนต์ขลังแห่งแดนอาทิตย์อุทัย จึงไม่แปลกใจว่าใครๆ ก็อยากไปเกียวโต การเดินทางก็ง่ายสามารถไปเช้าเย็นกลับจากโอซาก้า เมืองแสนสงบไม่ไกลจากโตเกียวแห่งนี้มีเสน่ห์ และยังช่วยป้องกันลมพายุอีกด้วย ใครอยากพักในบ้านโบราณแบบนี้เขาก็มีโฮมสเตย์ที่ให้คุณได้ หมู่บ้านญี่ปุ่น ทั้งบรรยากาศ สถาปัตยกรรมที่โดดเด่นจนกลายเป็นมรดกโลก จากทาคายาม่าคุณสามารถนั่งรถบัสมายังเมืองชิรากาว่าโกโดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เท่านั้น จะเดินทางมาค้างสักหนึ่งคืนหรือไปกลับก็ได้ ความน่ารักของเมืองนี้คือเป็นเมืองในหุบเขาและมีแม่น้ำไหลผ่านเมือง

ฤดูการใบไม้เปลี่ยนสี….!!!

ฤดูใบไม้ร่วงหรือใบไม้เปลี่ยนสี  Autumn (가을)  ถือว่าเป็นช่วงฤดูของการท่องเที่ยว เพื่อสัมผัสกับธรรมชาติที่สวยงามที่สุด เพราะทั่วทั้งประเทศ มีตันไม้พันธ์ต่างๆเช่น ต้นเมเปิ้ลและต้นแปะก๊วยจะพากันอวดสีสันเป็นสีส้มและสีเหลืองตะการตาทั่วทุกพื้นที่ โดยต้นฤดูจะอยู่ในช่วงปลายเดือนกันยายน ไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งอุณหภูมิในช่วงนี้กำลังดี อากาศเย็นสบายเหมาะแก่การไปเที่ยวพักผ่อน ชมใบสีเหลือง ส้ม แดงกับทัศนียภาพที่สวยงามแตกต่างกันไป

เข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ร่วงทั้งที แพลนเที่ยวเกาหลี ใบไม้เปลี่ยนสี นี้ ก็ต้องมาให้ได้ บอกเลยว่าช่วงเวลาที่ต้นไม้จะผลัดใบเปลี่ยนเป็นโทนสีส้ม แดง เหลือง ดูสดใส เป็นช่วงเวลาที่โรแมนติกสุดๆ ให้เราได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศฟินๆ แบบที่มีแค่ปีละครั้งเท่านั้นเอง โดยตามปกติใบไม้เปลี่ยนสีที่เกาหลีจะอยู่ในช่วงประมาณนี้ แล้วแต่สภาพอากาศ ใครเตรียมลางานไปเที่ยวก็ต้องรีบจับจองที่นั่ง ทัวร์เกาหลี กันหน่อย เดี๋ยวจะพลาด! ซึ่งครั้งนี้ เราก็ มีพิกัดชมใบไม้เปลี่ยนสีและจุดถ่ายรูปยอดฮิตในเกาหลีมาฝาก รับรองว่าไปแล้วไม่ตกเทรนด์ ได้รูปมาลงไอจีสวยๆ ปังๆ พร้อมแล้วก็ไปกันเลย

ย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว หลังจากที่ฤดูร้อนจบไป อากาศก็จะเริ่มเย็นขึ้น ใบไม้ก็จะเริ่มเปลี่ยนสีตามฤดูกาล เข้าสู่ฤดูที่สวยและน่าเที่ยวที่สุดในเกาหลี นั่นก็คือฤดูใบไม้ร่วงนั่นเอง และเพื่อการเตรียมตัวเที่ยวให้ถูกช่วงถูกเวลา การเช็คตารางพยากรณ์ก็นับว่าช่วยได้เป็นอย่างมาก แน่นอนว่าเราก็มีพยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสีของปี 2018 มาฝากกันเช่นเคย

ช่วงพีคของใบไม้เปลี่ยนสี ปี 2018 ยึดตามแนวเทือกเขาต่างๆ

อุทยานแห่งชาติซอรัคซาน (จ.คังวอนโด) เริ่มเปลี่ยนสี 27 กันยายน ช่วงพีค 18 ตุลาคม

อุทยานแห่งชาติโอแดซาน (จ.คังวอนโด) เริ่มเปลี่ยนสี 2 ตุลาคม ช่วงพีค 17 ตุลาคม

อุทยานแห่งชาติชีอัคซาน (จ.คังวอนโด) เริ่มเปลี่ยนสี 8 ตุลาคม ช่วงพีค 23 ตุลาคม

อุทยานแห่งชาติวอลลัคซาน (จ.ชุงชองบุคโด) เริ่มเปลี่ยนสี 12 ตุลาคม ช่วงพีค 25 ตุลาคม

อุทยานแห่งชาติจิริซาน (จ.คยองซังนัมโด) เริ่มเปลี่ยนสี 12 ตุลาคม ช่วงพีค 26 ตุลาคม

อุทยานแห่งชาติบุคฮันซาน (จ.คยองกีโด – ใกล้โซล) เริ่มเปลี่ยนสี 15 ตุลาคม ช่วงพีค 29 ตุลาคม

อุทยานแห่งชาติพัลกงซาน (เมืองแทกู) เริ่มเปลี่ยนสี 19 ตุลาคม ช่วงพีค 30 ตุลาคม

อุทยานแห่งชาติฮัลลาซาน (เกาะเชจู) เริ่มเปลี่ยนสี 19 ตุลาคม ช่วงพีค 1 พฤศจิกายน

อุทยานแห่งชาติคเยรงซาน (จ.ชุงชองนัมโด) เริ่มเปลี่ยนสี 19 ตุลาคม ช่วงพีค 29 ตุลาคม

อุทยานแห่งชาติแนจางซาน (จ.ชลลาบุคโด) เริ่มเปลี่ยนสี 21 ตุลาคม ช่วงพีค 9 พฤศจิกายน

อุทยานแห่งชาติมูดึงซาน (เมืองควางจู) เริ่มเปลี่ยนสี 24 ตุลาคม ช่วงพีค 7 พฤศจิกายน

และวันนี้เราก็ไม่ได้แค่เอาพยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสีของปี 2018 เท่านั้น แต่เราก็นำ 5 แหล่ง จุดชมความงามในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีทั่วเกาหลีมาฝากอีกด้วย มีที่ไหนบ้าง จะสวยเหมือนกับภาพวาดจริงไหมเตรียมไปเช็คอินกันดีกว่า

  1. อุทยานแห่งชาติซอรัคซาน (Seoraksan National Park)
  2. ภูเขานัมซาน (Namsan Mountain)
  3. เกาะนามิ (Nami Island)
  4. อุทยานแห่งชาติจิริซาน (Jirisan National Park)
  5. อุทยานแห่งชาติแนจังซาน (Naejangsan National Park)
  6. ถนนสายโรแมนติกถ็อกซูกุง (Deoksugung Palace’s stone wall road)
  7. พระราชวังเคียงบกกุง (Gyeongbokgung Palace)

ใบไม้เปลี่ยนสีญี่ปุ่นฤดูกาลคุ้มค่าแห่งการรอคอย….!!!

เตรียมตัวให้พร้อมกับพยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี ประเทศญี่ปุ่น มาแล้ว เมื่อเข้าสู่ช่วงเดือนกันยายน ไล่ยาวไปจนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน หลายพื้นที่ในญี่ปุ่นกำลังเตรียมตัวต้อนรับสายลมหนาว ใบแปะก๊วยและเมเปิลที่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมส้ม ไล่ไปจนแดงสด ก่อนร่วงโรย เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับฤดูหนาว

อุณหภูมิของประเทศญี่ปุ่นจะเริ่มลดต่ำลงจากเหนือจรดใต้ โดยเริ่มต้นที่เกาะฮอกไกโดเป็นที่แรก และไล่ลงมาสู่เกาะคิวชู ช่วงเวลานี้แหละ เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาทองที่นักพักผ่อนและนักท่องเที่ยวหลายคนตั้งตารอยคอยสีสันแห่งฤดูกาล ท่ามกลางอุณหภูมิเฉลี่ยราว 15 องศาฯ ใครที่กำลังวางแผนเที่ยว แต่ตัดสินใจยังไม่ถูก มาดูพยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี เพื่อประกอบการตัดสินใจกัน

เผลอแปบเดียว ก็ใกล้จะถึงช่วงเวลาที่หลายคนรอคอย กับฤดูกาลแห่งภาพความสวยงามประจำปี ที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาปลายปีเท่านั้นกับ ใบไม้เปลี่ยนสี ช่วงเวลาที่คนไทยนิยมเดินทางไปเที่ยวกันอย่างคึกคัก ประจวบเหมาะกับวันหยุดต่างๆ รวมถึงสภาพอากาศที่เย็นกำลังดี เพราะเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วง (Autumn) อากาศเย็นสบาย ไม่หนาวจนเกินไป ซึ่งแน่นอนว่าตอนนี้หลายท่านคงกำลังมองหาที่เที่ยวชมใบไม้เปลี่ยนสีกันอยู่ เราจึงรวบรวม พิกัด เส้นทางยอดฮิตสำหรับการชมใบไม้เปลี่ยนสี พร้อมแล้วก็ตามมาดูกันเลยดีกว่า

พูดถึงสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีทั้งที หากไม่พูดถึง ญี่ปุ่น ก็คงจะถือว่าพลาดมากๆเลย เพราะญี่ปุ่น นั้นถือเป็น จุดหมายปลายทางยอดฮิตของคนไทยในการไปชมใบไม้เปลี่ยนสี นอกจากความสวยงามระดับโลกที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้การยอมรับแล้ว แต่ละพื้นที่ของประเทศญี่ปุ่นก็ยังมีบรรยากาศและเสน่ห์ที่แตกต่างกันไป บางคนถึงกับตั้งเป้าหมายในการเก็บสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีของญี่ปุ่นเลยก็มีค่ะ เพราะเมื่อเข้าช่วงเดือนตุลาคม – ปลายเดือนพฤศจิกายน ญี่ปุ่นก็จะเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง อากาศเริ่มเย็นขึ้น แต่ไม่หนาวจนเกินไป ใบไม้ก็เริ่มแปรเปลี่ยนจากสีเขียว เป็นสีส้ม แดง น้ำตาล ทั่วทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น ฮอกไกโด (Hokkaido) โตเกียว (Tokyo) โอซาก้า (Osaka) และ นาโกย่า (Nagoya) โดยเฉพาะ หุบเขาโครังเค (Korankei) ซึ่งจะอยู่ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี เส้นทางนาโกย่า ซึ่งได้รับเสียงการันตีจากเหล่านักล่าใบไม้เปลี่ยนสีว่า เป็นที่สุดของใบไม้เปลี่ยนของญี่ปุ่น ฤดูนี้เป็นช่วงที่น่าท่องเที่ยวอีกฤดูหนึ่ง ที่เพื่อนๆ จะได้ชมกับความงามของสีใบไม้ในแต่ละภูมิภาค และในแต่ละภูมิภาค ช่วงเปลี่ยนสี ก็จะแตกต่างกัน เริ่มจากช่วงภูมิภาคตอนบนของประเทศ ไล่ลงมาทางตอนใต้ หลายๆ คน คงจะคิดว่า ใบไม้เปลี่ยนสีนั้น มักจะเกิดขึ้นเฉพาะกับบริเวณที่เป็นภูเขา แต่ในความเป็นจริงแล้ว ใบไม้เปลี่ยนสี ยังสามารถพบได้ในเมืองอีกด้วย สถานที่สวยๆ ที่ขึ้นชื่อเรื่องใบไม้เปลี่ยนสีก็มีอยู่หลายแห่ง

เราจะขอแนะนำช่วงเวลาที่เหมาะสมจะไปเที่ยวชมใบไม้เปลี่ยนสีของประเทศญี่ปุ่นแต่ละภูมิภาค (จากเหนือลงใต้) ดังต่อไปนี้

  1. Hokkaido : ช่วงปลายเดือนกันยายนถึงปลายเดือนตุลาคม
  2. Tohoku : ช่วงต้นเดือนตุลาคมไปจนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน
  3. Kanto : ช่วงกลางเดือนตุลาคมถึงสิ้นเดือนธันวาคม
  4. Kansai : ปลายเดือนตุลาคมถึงสิ้นเดือนธันวาคม
  5. Chubu : สิ้นเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนพฤศจิกายน
  6. Kyushu : ปลายเดือนตุลาคมถึงสิ้นเดือนธันวาคม

ญี่ปุ่นนี่เที่ยวได้ทั้งปีจริงๆ ใครไปฤดูอื่นมาแล้วตอนนี้ก็ถึงช่วงเวลาของใบไม้เปลี่ยนสีบ้าง ใครที่กำลังตั้งตารอคอยไปชมช่วงที่มีแต่สีสันทั่วญี่ปุ่น มีข่าวมาฝาก พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสีของญี่ปุ่นในปีนี้ ซึ่งแน่นอนว่าจะเริ่มเปลี่ยนสีจากเหนือสุด ลงไปใต้สุด ตั้งแต่ ฮอกไกโด > โทโฮคุ > คันโต > ชูบุ > ค้นไซ > ชูโงะกุ > ชิโกะกุ > คิวชู

ใครอยากเห็นสีสันสวยๆ ทั้ง เหลือง แดง ส้ม ตัดกันสวยงาม ท่ามกลางธรรมชาติขุนเขา แม่น้ำ น้ำตก รวมไปถึงปราสาทชื่อดังทั่วญี่ปุ่น อย่างปราสาทโอซาก้า นาโกย่า ฮิเมจิ ความสวยงามคลาสสิคตัดกับสีสดๆ ของใบไม้ ช่างน่าค้นหาไม่แพ้ฤดูกาลอื่นๆ เหมาะที่จะเดินทางไปเต็มอิ่มกับบรรยากาศและเก็บภาพสวยๆ อย่างยิ่ง

เครื่อง CNC คืออะไรและช่างเทคนิค CNC ทำหน้าที่อะไร

เครื่อง CNC (Computer Numerical Control) คือ เครื่องจักรกลแบบอัตโนมัติที่มีการทำงานด้วยระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โดยตัวเครื่องจะทำงานตามแบบที่เราได้จัดใส่โปรแกรมการทำงานเข้าไป และสามารถใช้ได้หลายภาษา ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้เครื่องจักรชนิดนี้กับงานโลหะที่ต้องการความละเอียดและแม่นยำ หรือมีความซับซ้อนสูง โดยมีจุดประสงค์ในสร้างเครื่อง CNC ขึ้นมาเพื่อให้สามารถทำงานได้โดยอัตโนมัติในแบบรวดเร็ว แม่นยำ และสามารถทำงานในแบบที่ซับซ้อนได้ดี ด้วยระบบมอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการควบคุมมุมต่างๆ ได้อย่างละเอียด ทำให้ชิ้นงานออกมาดีนั่นเอง

ผลิตภัณฑ์อะไรบ้างที่สามารถใช้กับเครื่อง CNC ได้?
1)งานเฟอร์นิเจอร์  2)งานอุตสาหกรรมรองเท้า  3)งานอุตสาหกรรมยานยนต์  4)งานสถาปนิก หรือการออกแบบโมเด็มต่างๆ  5)งานผลิตอัญมณี  6)งานหล่อพระ  พระพิมพ์ หรืองานประติมากรรมต่างๆ  7)งานตกแต่ง หรือเครื่องแกะสลัก  8)งานผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักร  9)งานตกแต่งรถยนต์ หรือรถประเภทต่างๆ

ข้อดีของการใช้เครื่อง CNC มีอะไรบ้าง?
1) มีความละเอียดในงาน ทำให้งานต่างๆ ออกมาได้มาตรฐาน
2)งานมีคุณภาพและเท่ากันทุกชิ้น เนื่องจากเป็นการสั่งงานโดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในเครื่องจักร ทำให้งานที่ได้เกิดความผิดพลาดได้น้อยมากๆ หรือแทบไม่มีผิดพลาดเลย
3) สามารถผลิตงานออกมาได้อย่างรวดเร็ว และใช้พื้นที่ในการทำงานน้อย ประหยัดพื้นที่ในการเก็บชิ้นงาน
4)ทำงานได้ดีแม้ว่าชิ้นงานจะมีความยากและซับซ้อนสูง
5)ช่วยลดเวลาในการตรวจสอบคุณภาพของชิ้นงานลง และลดแรงงานในการผลิตลง

ข้อเสียของการใช้เครื่อง CNC มีอะไรบ้าง?
1) ตัวเครื่องมีราคาค่อนข้างสูงมาก จำเป็นต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เพราะในประเทศไทยยังไม่สามารถผลิตเครื่องจักรชนิดนี้ได้ และค่าบำรุงรักษาเครื่องจักรมีราคาสูงมากเช่นกัน
2)หากเครื่องมีปัญหาต้องส่งซ่อมซึ่งมีราคาค่าซ่อมสูงมาก เนื่องจากต้องใช้ผู้มีความรู้และเชี่ยวชาญในเรื่องการแก้ไขโปรแกรมพอสมควร
3) ต้องใช้งานเครื่องจักรเป็นประจำ หากปล่อยทิ้งไว้ในบางช่วงที่ไม่มีงานอาจทำให้เครื่องเสื่อมสภาพได้
4)จำเป็นต้องมีพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เขียนโปรแกรม NC
5)ไม่เหมาะกับงานจำนวนน้อยๆ เนื่องจากค่าใช้จ่ายสูง
6) การควบคุมของเครื่องเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งต้องได้ผู้เขียนโปรแกรมที่ฝึกอบรมและมีความรู้เป็นอย่างดี ไม่อย่างนั้นเครื่องจะเปิดไม่ได้เลย

ในปัจจุบัน มีการใช้ระบบ CNC สำหรับเครื่องจักรพื้นฐานในอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักรกล เครื่องยนต์ แม่พิมพ์ และในหน่วยงานสร้าง – ซ่อมอย่างแพร่หลาย หากประมาณคร่าวๆ มูลค่าเบื้องต้นของระบบ CNC ในอุตสาหกรรมเหล่านี้อยู่ในระดับหลายพันล้านบาท ในทางปฏิบัติระบบ CNC ดังกล่าวและวิศวกร ช่างเทคนิค CNC ที่เชี่ยวชาญในระบบดังกล่าวจะถูกนำเข้าจากประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา เยอรมัน และ ญี่ปุ่น เป็นต้น

คุณสมบัติพื้นฐานของช่างเทคนิค CNC

  1. ความสามารถผู้ที่จะเป็นช่างเทคนิค CNC ที่ดี ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ มีความสามารถในงานด้านช่างของตนอย่างดี รู้อย่างชนิดที่เรียกว่า รู้ซึ้งถึงรากฐานถึงแก่นของงานนั้น ๆ รู้ทั้งด้านทฤษฎีและด้านปฎิบัติ ไม่ใช่รู้แบบผิวเผิน
  2. ความมีประสิทธิภาพช่างเทคนิค CNC ต้องตระหนักถึงความสำคัญของเวลา เวลาเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก สำหรับลูกค้า ผู้บังคับบัญชา ลูกค้าหรือผู้บังคับบัญชา ต้องการให้งานของเขาเสร็จภายในระยะเวลาอันสั้นที่สุด
  3. ความตั้งใจช่างเทคนิค CNC ต้องเป็นผู้ที่ทำงานต่าง ๆ ในความรับผิดชอบของตนด้วยความตั้งใจและเอาใจใส่ต่องานนั้น ๆอย่างเต็มที่ มิเช่นนั้นแล้ว คุณภาพของงานที่ได้จะออกมาไม่ดีพอ นอกจากนั้นแล้วอาจเกิดอุบัติเหตุหรือเสียหายร้ายแรงขึ้นก็ได้
  4. มีแบบแผนการทำงานอย่างมีแบบ­แผนว่าอะไรควรทำก่อน อะไรควรทำหลัง เป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้ช่างเทคนิค CNC สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพรวดเร็ว พวกวัสดุอุปกรณ์ หรือเครื่องมือเครื่องใช้มีการจัดเป็นหมวดหมู่ วางเป็นพวกเป็นชนิด มิให้ปะปนกัน
  5. มีมนุษยสัมพันธ์สิ่งนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับการทำงานหรือการดำรงชีวิตอยู่ในปัจจุบัน เพราะช่างเทคนิค CNC ต้องอยู่ในแวดวงสังคม ต้องเผชิญหน้ากับคนหลายระดับชั้นการศึกษา ดังนั้นจึงต้องมีความรู้ถึงการวางตัว การปกครอง การผูกมิตร ฯลฯ และสามารถนำมาใช้ถูกต้อง เหมาะสมกับกาลเทศะ
  6. ความสะอาดความสะอาดเป็นสิ่งหนึ่งที่จะมองข้ามไม่ได้ในงานช่างเทคนิค CNC เพราะงานบางอย่างบางชิ้นหรือการถอดประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆ ต้องระวังเรื่องความสะอาดมาก เป็นต้น ควรรู้ว่างานประกอบแบริ่งหรือประกอบลูกสูบต่าง ๆ ถ้ามีผงฝุ่นหรือความสะอาดไม่พอแล้วอายุการใช้งานนั้นก็จะไม่ดีเท่าที่ควร

คุณสมบัติเฉพาะของช่างเทคนิค CNC

1)จบการศึกษาระดับ ปวช. ขึ้นไป  2)มีประสบการณ์การทำงานกับเครื่อง CNC มีความเข้าใจและสามารถควบคุมเครื่องได้  3)มีความรู้พื้นฐานโปรแกรม Auto Cad และโปรแกรม 3D  4)สามารถเขียนโปรแกรมสั่งงานและทำงานหน้าเครื่องได้  5)สามารถอ่านแบบ Drawing ได้  6)สามารถใช้เครื่องมือวัดพื้นฐานได้  7)มีการปรับตัว ศึกษา เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง   8)มีความกระตือรือร้นต่องานที่ได้รับมอบหมาย

9)สามารถทำงานล่วงเวลาได้และสามารถเดินทางต่างจังหวัดได้

หน้าที่โดยสังเขปของช่างเทคนิค CNC
1)ควบคุมเครื่อง CNC เพื่อการผลิตงานตามรายการแผนการผลิต  2)จัดเตรียมวัตถุดิบเพื่อทำการขึ้นรูปด้วยเครื่อง CNC  3)ปรับตั้งวัตถุดิบตามเอกสารการผลิตและปรับตั้งเครื่องมือกัด  4)ตรวจสอบชิ้นงานเบื้องต้นที่ได้จากการผลิต  5)วางแผนการผลิต กำหนดเป้าหมายการผลิต(คุณภาพ,ต้นทุน)  6)ประมาณการยอดการผลิต7)วางแผนการใช้ทรัพยากรการผลิต  8)จัดกำลังคนเข้าทำงานให้เหมาะสมกับการกำลังการผลิต  9)ตรวจสอบและปรับปรุงกระบวนการผลิต  10)แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิต  11)ควบคุมต้นทุนการผลิต  12)กำหนดมาตรฐานคุณภาพของการผลิต  13)ติดต่อประสานงานกับฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้อง  14)สรุปผลการทำงานรายงานต่อผู้บริหาร

หางาน ช่างซ่อมบำรุงเครื่องกล วิศวกรบำรุงเครื่องกล

รับสมัครงานตำแหน่ง ช่างซ่อมบำรุงเครื่องกล ที่มีวุฒิการศึกษาสำเร็จการศึกษาอย่างน้อยในระดับปวช. ทางด้านเครื่องกลหรือช่างยนต์ หรือเทียบเท่า หากมีประสบการณ์ อย่างน้อย 1 ปีเกี่ยวกับงานซ่อมบำรุงเครื่องกล จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ สำหรับงาน ช่างซ่อมบำรุงเครื่องกล นั้นต้องมีความรู้เกี่ยวความเข้าใจเกี่ยวกับทางด้านความปลอดภัยในการทำงาน เพื่อที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่และเป็นผู้นำในการปฏิบัติงานที่ต้องใช้ทักษะทางช่าง ให้กับศูนย์งานซ่อมบำรุง ทางด้านการดูแล ควบคุม เฝ้าระวัง และซ่อมแซมเครื่องจักรกล และอุปกรณ์อื่นๆ ที่ได้รับมอบหมาย ความรับผิดชอบด้านการจัดการ ช่างซ่อมบำรุงเครื่องกล ต้องมีความเป็นผู้นำและมีความรับผิดชอบในส่วนงานของตนเองและของผู้ใต้บังคับบัญชา รายงานผลการปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมาย รวมทั้งงานที่เกี่ยวข้องต่อหัวหน้างาน เพื่อช่วยส่งเสริมและให้ความร่วมมือในการทำงานเป็นทีมกับคนในทีม มีความรู้ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานทางวิศวกรรมในระดับผู้เชี่ยวชาญงานวิศวกรรม ในประเทศไทยนั้น วิศวกรที่จะได้รับการรับรองนั้นจะต้องสำเร็จการศึกษาในหลักสูตรวิศวกรรมเครื่องกลที่สภาวิศวกรรับรอง นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ประสานงานกับผู้ร่วมงานทั้งภายในและภายนอกแผนกและองค์กรตามความสามารถและอำนาจหน้าที่อีกด้วย

ช่างซ่อมบำรุงเครื่องกล มีหน้าที่ความรับผิดชอบตามหน้าที่ ตรวจสอบ ดูแล และเฝ้าระวังระบบเครื่องกล และการทำงานของเครื่องจักรกล และอุปกรณ์อื่นๆ รวมทั้งรายงานแก่ผู้บังคับบัญชาเมื่อมีความผิดปกติเกิดขึ้นรายงานสาเหตุและผลของการซ่อมบำรุงต่อผู้บังคับบัญชา และผู้ที่เกี่ยวข้อง แก้ไข ซ่อมแซม และป้องกันความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับระบบเครื่องกล ปฏิบัติการซ่อมบำรุงทั้งเชิงแก้ไข และเชิงป้องกันตามที่ได้รับมอบหมาย และการทำงานของเครื่องจักรกล และอุปกรณ์อื่นๆ ช่างซ่อมบำรุงเครื่องกล ปฏิบัติการซ่อมบำรุงอย่างเร่งด่วนเมื่อมีความจำเป็น มีหน้าที่ดูแลความสะอาดเรียบร้อยของพื้นที่ภายหลังการปฏิบัติงาน ติดตาม และปฏิบัติตามแผนงานด้านความปลอดภัยขององค์กรหรือบริษัท ดูแล รักษาอุปกรณ์ เครื่องมือ และทรัพย์สินทั้งหมดของบริษัท ช่างซ่อมบำรุงเครื่องกล ส่วนกลศาสตร์ของไหลอาจจะถูกใช้เพื่อการวิเคราะห์ระบบระบาบอากาศ หรือระบบดูดอากาศเข้าเครื่องยนต์ ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด ปฏิบัติภารกิจอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมาย โดยส่วนมากผู้ที่ทำงานทางด้านนี้ จะเรียนหลักสูตรวิศวกรรมเครื่องกล โดยทางสถาบันส่วนใหญ่จะบังคับให้นักศึกษาได้รับการฝึกงานในสถานประกอบการทางวิศวกรรมจริงอย่างน้อยหนึ่งรายวิชา อาจจะถูกใช้ในการออกแบบเครื่องยนต์เช่นคำนวณแรงในลูกสูบ ความแข็งแรงของวัสดุจะถูกใช้เพื่อการเลือกวัสดุที่มีความเหมาะสม

แต่สำหรับประเทศไทยนั้น ช่างซ่อมบำรุงเครื่องกล จะเป็นนักศึกษาวิศวกรรมเครื่องกลทุกคนจะต้องผ่านการฝึกงานจริงหนึ่งรายวิชา ส่วนมากการฝึกงานของนักศึกษาวิศวกรรมเครื่องกลในประเทศไทยจะถูกจัดอยู่ในภาคการศึกษาภาคฤดูร้อนของปีการศึกษาที่สาม มักจะใช้กลศาสตร์ในขั้นตอนการออบแบบและวิเคราะห์ ตัวอย่างเช่นในการออกแบบรถยนต์ สถิตยศาสตร์อาจจะถูกใช้ในการออกแบบโครงรถเพื่อหาว่าบริเวณใดท่ได้รับความเครียดสูงที่สุด ช่างซ่อมบำรุงเครื่องกล เป็นตัวอย่างหนึ่งของวัสดุที่ถูกใช้ผสมลงในวัสดุซึ่งถูกใช้อย่างแพร่หลายตั้งแต่ในอวกาศยานลงมาจนถึงเบ็ดตกปลา เป็นวิชาเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้คณิตศาสตร์และกฎทางฟิสิกส์เพื่อการประดิษฐ์ การผลิต และการดูแลรักษาระบบเชิงกล วิศวกรรมเครื่องกลเป็นหนึ่งในสาขาทางวิศวกรรมที่เก่าแก่ที่สุดและมีขอบข่ายกว้างขวางที่สุด ช่างซ่อมบำรุงเครื่องกล วิศวกรรมเครื่องกล คือ วิศวกรรมศาสตร์สาขาหนึ่งที่หลายคนให้ความสนใจ เพราะเป็นการศึกษาที่เน้นกระบวนการผลิตและใช้ประโยชน์จากพลังงานกลเป็นหลัก ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะใช้เพื่อการออกแบบเครื่องจักรและเครื่องมือต่างๆ สำหรับใช้ในระบบอุตสาหกรรม

ช่างซ่อมบำรุงเครื่องกล ในงานบริหารการผลิตหรือการบริการ มักจะหลีกเลี่ยงงานเพิ่มเติมที่สำคัญงานหนึ่งคือ การซ่อมและบำรุงรักษา ไปไม่ได้ ถึงแม้ว่างานซ่อมและบำรุงรักษาไม่ใช่งานผลิตโดยตรง แต่งานซ่อมและบำรุงรักษาก็มีบทบาทช่วยให้การผลิตและการบริการขององค์กรนั้นเป็นไปอย่างราบรื่น การศึกษาวิศวกรรมเครื่องกลนั้นจำเป็นต้องมีความเข้าใจในหลักการพื้นฐานของหลักกลศาสตร์ พลศาสตร์ อุณหพลศาสตร์ กลศาสตร์ของไหลและพลังงานเป็นอย่างดี ช่างซ่อมบำรุงเครื่องกล วิศวกรรมเครื่องกลถูกค้นพบมาตั้งแต่สมัยโบราณ ระบบทำความร้อนและความเย็น หลังจากที่ถูกค้นพบมีการเผยแพร่ไปทั่วโลกในช่วงยุคกลางและมีความเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมากในยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรม สามารถใช้หลักการณ์พื้นฐานได้ดีพอกับความรู้อื่น ๆ เนื่องจากมนุษย์หันมาใช้เครื่องจักรในการผลิตมากขึ้นแทนการผลิตด้วยมือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกปัจจุบันที่การผลิตและการบริการจำเป็นที่จะต้องอาศัยอุปกรณ์และเครื่องจักรมากขึ้น การที่เครื่องจักรเกิดขัดข้องขึ้นมากะทันหันหรือไม่สามารถใช้งานได้ ช่างซ่อมบำรุงเครื่องกล มาตรฐานของหลักสูตรที่ถูกกำหนดในแต่ละประเทศนั้นจะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันด้านการเรียนการสอนในวิชาพื้นฐานทางด้านวัสดุศาสตร์ จะทำให้มีผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพการผลิตและการบริการนั้นๆ การที่จะได้มาซึ่งเครื่องจักรที่มีคุณภาพนั้น

ช่างซ่อมบำรุงเครื่องกล โดยทั่วไปเรียนวิชาพื้นฐานของวิศวกรรมเครื่องกลประกอบด้วย บางหลักสูตรทางวิศวกรรมเครื่องกล อาจจะเน้นเฉพาะทางลงไป อย่างที่ทุกคนเข้าใจ เนื่องจากสาขาวิศวกรรมเครื่องกลนั้นเป็นสาขาที่กว้างที่สุดซึ่งเป็นสาขาที่เกี่ยว ข้องกับการประยุกต์ใช้พื้นฐานของฟิสิกส์เพื่อการวิเคราะห์ ออกแบบ ผลิตและบำรุงรักษาระบบที่เป็นระบบต้นกำลัง วิศวกรเครื่องกลจำต้องมีความเข้าใจและสามารถประยุกต์ใช้ความรู้พื้นฐาน ถ่ายทอดกำลังและใช้กำลังทำให้วิศวกรเครื่องกลมีหน้าที่หลักในการออกแบบ พัฒนา ผลิตอุปกรณ์และระบบให้มีความปลอดภัย มีคุณภาพและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ช่างซ่อมบำรุงเครื่องกล มีระบบการบำรุงรักษาที่ดีเนื่องจากเครื่องมือเครื่องใช้เมื่อถูกใช้งานไปนาน ๆ ก็ตองมีการ เสื่อมสภาพ ชำรุด สึกหรอ เสียหายขัดข้อง ดังนั้น เพื่อใหอายุการใชงานเครื่องมือเครื่องใชยืนยาว งานของวิศวกรเครื่องกลส่วนมากใช้ความรู้และทักษะจากสาขาต่าง ๆ เหล่านี้เข้าด้วยกันพอพอกับการใช้ความรู้จากสาขาที่เป็นความเชี้ยวชาญเฉพาะทาง สาขาความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในบทความส่วนนี้มักจะสอนในระดับสูงกว่าปริญญาตรี ช่างซ่อมบำรุงเครื่องกล เพื่อให้เครื่องมือเครื่องใช้มีสมรรถนะการทำงานสูง และช่วยให้เครื่องมือเครื่องใช้มีอายุการใช้งานยาวนาน  เพราะเมื่อเครื่องมือได้ใช้งานไประยะเวลาหนึ่งจะเกิดการสึกหรอ  ถ้าหากไม่มีการปรับแต่งหรือซ่อมแซมแล้ว  เครื่องมืออาจเกิดการขัดข้อง  ชำรุดเสียหายหรือ  ทำงานผิดพลาด

ความมหัศจรรย์ของเทศกาลใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่น….!!!

ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าทำไมใบไม้ถึงได้เปลี่ยนสี การเปลี่ยนสีของใบไม้ในฤดูใบไม้ร่วง เป็นปรากฏการณ์ผลกระทบที่เกิดกับใบไม้ของต้นไม้หรือไม้พุ่มผลัดใบที่โดยปกติแล้วมีสีเขียว เปลี่ยนสีกลายเป็นสีเหลืองถึงแดงโดยใช้เวลาไม่กี่สัปดาห์ในฤดูใบไม้ร่วง ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า fall colors และ autumn colors

คลอโรฟีลล์และสีเขียว ใบไม้มีสีเขียวเพราะการมีอยู่ของเม็ดสีที่เรียกว่าคลอโรฟิลล์ เมื่อมีคลอโรฟิลล์จำนวนมากในเซลล์ของใบไม้ เช่น ช่วงฤดูที่พืชพันธุ์เจริญงอกงาม สีเขียวของคลอโรฟิลล์จะมีอำนาจเหนือและปกคลุมเม็ดสีอื่นๆที่อาจมีอยู่ในใบไม้ ดังนั้นใบไม้ในฤดูร้อนจึงมีสีเขียว

คลอโรฟิลล์มีหน้าที่สำคัญคือจับรังสีแสงอาทิตย์และนำพลังงานที่ได้ไปใช้สร้างอาหารสำหรับพืช สร้างน้ำตาลจากน้ำและคาร์บอนไดออกไซด์ น้ำตาลจะเป็นสิ่งตั้งต้นของอาหารพืช ก็คือคาร์โบไฮเดรตซึ่งเป็นสิ่งที่พืชต้องการเพื่อใช้ในการเจริญเติบโต ในกระบวนการผลิตอาหาร คลอโรฟิลล์จะทำลายตัวเองอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งหมดไป ระหว่างฤดูที่พืชพันธุ์เจริญงอกงาม พืชจะสร้างคลอโรฟิลล์เพิ่มเติมทำให้มีปริมาณคลอโรฟิลล์อยู่มาก ใบไม้จึงยังคงมีสีเขียว

ทำไมใบไม้จึงต้องเปลี่ยนสี

ในฤดูร้อนที่มีกลางวันยาวนานแต่กลางคืนสั้นนั้น มีแสงแดงและดินที่อุดมด้วยน้ำเพียงพอสำหรับกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง พืชจะเปิดโรงอาหารและสร้างอาหารหล่อเลี้ยงต้นตามปกติและเก็บสำรองไว้ แต่เมื่อฤดูใบไม้ร่วงย่างเข้ามาอากาศจะเริ่มเย็นลง กลางวันจะสั้นลงและกลางคืนจะยาวขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้พืชทราบว่าฤดูกาลกำลังจะเปลี่ยน และเป็นสัญญาณเตือนให้พืชเตรียมตัวสำหรับสภาพอากาศอันเลวร้ายและหนาวจัดของฤดูหนาว ที่พืชไม่มีน้ำและแสงเพียงพอสำหรับการสร้างอาหารอีกต่อไป ต้นไม้จึงต้องสร้างอาหารเก็บสะสมไว้ให้เพียงพอในฤดูร้อน และปิดโรงงานผลิตอาหารในฤดูหนาว นอกจากนี้พืชยังต้องลดการใช้พลังงานทุกรูปแบบเพื่อความอยู่รอด โดยการสลัดใบของมันทิ้งไปเพื่อลดการใช้พลังงานนำไปสู่การเปลี่ยนสีของใบไม้

ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ถือเป็นฤดูที่โรแมนติกสุดๆ และหนึ่งในประเทศที่ผู้คนต่างไปเยือนมากแห่งหนึ่งก็คือ ประเทศญี่ปุ่น เพราะขึ้นชื่อเรื่องธรรมชาติและวัฒนธรรม อีกทั้งต้นไม้ดอกไม้ของที่นี่งามจนทำให้เราประทับใจไม่รู้จบ และสำหรับใครที่แพลนไปเที่ยวญี่ปุ่น ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีนี่แหละเป็นอีกตัวเลือกที่ดีทีเดียว เราจะพาไปดู 15 สถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่น กัน แต่ละที่นั้นสวยงามสุดๆ และนี่คือ 15 สถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่น ต้องในชีวิตต้องไปเยือนสักครั้ง

  1. สวนโคอิชิกาว่า-โคระคุเอ็น (Koishikawa Korakuen)
  2. วัดโคไดจิ – Kodaiji Temple
  3. วัดไดโกจิ Daigoji Temple
  4. สวนริคุงิเอน (rikugien garden), โตเกียว
  5. ทะเลสาบคาวากูจิโกะ (kawaguchiko)
  6. หุบเขาโครังเค
  7. วัดคิโยะมิซุ (Kiyomizu-dera)
  8. สวนโยโยกิ (Yoyogi Koen)
  9. หมู่บ้านหลังคาโบราณชิราคาวะโกะ (shirakawago )
  10. เมืองอะระชิยามะ (Arashiyama)
  11. หุบเขานารุโกะ, โทโฮคุ
  12. น้ำตกเคงอน (kegon), นิกโก้
  13. อุทยานแห่งชาติไดเซสึซัง (Daisetsuzan National Park)
  14. ถนนต้นแปะก๊วย อิโช นามิกิ (Icho Namiki), โตเกียว
  15. วัดบิชามอนโด (Bishamon-do Temple)

จริงๆ ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี มีความหมายแอบแฝงด้วยความเศร้านะ เพราะหลังจากนี้ เหล่าใบไม้เหล่าก็จะร่วงโรยไปตามกาลเวลาเป็นเครื่องเตือนใจให้เราดื่มด่ำกับความงามในช่วงที่เรายังสามารถชมมันได้อยู่ และนี่ก็คือ 15 ที่เที่ยวฤดูใบไม้เปลี่ยนสียอดฮิต ของประเทศญีปุ่นที่ไม่ควรพลาด ซึ่งเรารวบรวมมาแนะนำ ปีนี้อยากไปชมที่ไหนดี? เลือกได้แล้วก็วางแพลนออกไปสัมผัสฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยที่สุดกันเลย รับรองทริปนี้ฟิน!

เราจะเลือกหาที่พักญี่ปุ่นยังไงดีนะ….?

ที่พักญี่ปุ่นมีให้เลือกหลายประเภทหลายราคา ตั้งแต่ที่พักราคาประหยัดสำหรับเน้นเฉพาะการค้างคืน โรงแรมราคาปานกลางซึ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไปจนถึงโรงแรมสไตล์ญี่ปุ่นที่มีความหรูหราซึ่งบางแห่งก็มีบ่อแช่น้ำแร่ในห้องพัก อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าตามหัวเมืองใหญ่ของญี่ปุ่นนั้น ไม่ว่าจะเป็น โตเกียว หรือ โอซาก้า มีพื้นที่ใช้สอยอย่างจำกัด ในมุมของนักท่องเที่ยวนั้น ในการจองห้องพัก มักจะพบว่าพื้นที่ในห้องพักนั้นคับแคบมีขนาดเล็ก อาจจะทำให้ไม่สะดวกสบายบ้าง แต่ ใครที่หลงใหลความสงบเรียบง่ายแบบญี่ปุ่น ใครอยากพักผ่อนได้ฟีลเหมือนอยู่ญี่ปุ่นแบบไม่ต้องไปไกล ตามไปเช็คอินที่พักญี่ปุ่นกันได้เลย

ทุกวันนี้มีชาวต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาตามหาความฝันในประเทศญี่ปุ่นมากขึ้นทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน การเรียน หรือท่องเที่ยว หลายๆประเทศสามารถขอวีซ่าอยู่ในญี่ปุ่นได้ถึง 90 วัน (และสามารถเพิ่มได้สูงสุดถึง 180 วัน) ปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งในการเดินทางระยะยาวคือการควบคุมค่าใช้จ่าย ซึ่งส่วนมากคือค่าที่พักญี่ปุ่น ถ้าเป็นโรงแรมก็แสนแพง ถ้าเป็นโรงแรมแคปซูลราคาก็ย่อมเยาว์ลงหน่อยแต่ก็ไม่ใช่ที่สำหรับพักเป็นเวลานานๆบางบริษัทและโรงเรียนอาจจะมีหอพักให้ แต่ก็ไม่ใช่ทุกที่ หากคิดจะพักแบบ homestay ก็กังวลว่าจะเข้ากันได้ดีกับ host family หรือไม่ ห้องเช่าอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่ราคาก็ไม่น้อย และยังมีเรื่องเอกสารจุกจิกเพื่อจัดการสาถารนูปโภคต่างๆอีกมากมาย สำหรับรูปแบบโดยทั่วไปของโรงแรมและที่พักญี่ปุ่นสามารถแบ่งได้ดังต่อไปนี้

1.โรงแรมแคปซูล (Capsule Hotel)

2.โฮสเทล (Hostel) และ เกสเฮาส์ (Guest House)

3.โรงแรมธุรกิจ (Business Hotel)

4.โรงแรมสไตล์ตะวันตก (Western-style Hotels)

5.เรียวกัง (Ryokan) (โรงแรมสไตล์ญี่ปุ่น)

6.บ้านพักตากอากาศ (Pension)

7.มินชุคุ (Minshuku)

8.Airbnb (แอร์บีเอ็นบี)

สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากจะเดินทางไปท่องเที่ยวยังประเทศญี่ปุ่น STAY JAPAN นับว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่เบื่อการเข้าที่พักญี่ปุ่นในแบบเดิมๆหรือต้องการไปเปิดประสบการณ์ในการเข้าพักแบบใหม่ๆ ก็น่าสนใจไปอีกแบบนอกจากรูปแบบโรงแรมที่พักที่กล่าวมาแล้ว ในญี่ปุ่นนั้นยังมีสถานที่อื่นๆ ซึ่งสามารถค้างคืนได้และเป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการค้างคืนชั่วคราวในราคาที่ประหยัด เช่น โซนที่จัดไว้ของสนามบินซึ่งสามารถนอนพักได้ฟรี ร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่หรือมังงะคาเฟ่ (คาเฟ่หนังสือการ์ตูน) ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงการนั่งรถบัสกลางคืน (Overnight Bus) ซึ่งจะออกเดินทางในช่วงกลางคืนและจะมาถึงที่หมายในตอนเช้า เป็นต้น

ท้ายนี้อยากจะฝากไว้ว่าในการพิจารณาเลือกโรงแรมที่พักญี่ปุ่นนั้น นอกจากจะดูที่ราคาแล้ว ทำเลที่ตั้งก็เป็นสิ่งสำคัญ เมื่อได้ที่พักที่ถูกใจแล้ว ก่อนจอง อยากให้ลองใช้ Google Map ดูสภาพแวดล้อมบริเวณรอบๆ ว่าเป็นย่านแบบไหน มีร้านค้าอะไรบ้าง เหมาะที่เราจะไปพักหรือไม่ เมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วจึงค่อยกดจอง สำหรับโรงแรมบางแห่งนั้นสามารถยกเลิกได้ฟรีก่อนวันเข้าพักหรือได้รับเงินคืนเต็มจำนวน ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่สำหรับคนที่จองผ่าน Airbnb นั้นอาจถูกหักเงินหรือไม่สามารถขอคืนเงินได้หากเราเป็นผู้ขอยกเลิกการจอง ซึ่งขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของโฮส จึงอยากให้ตรวจสอบให้ดีก่อนจอง

นอกจากนี้หากเป็นที่พักญี่ปุ่นที่อยู่ในเมืองใหญ่ๆ เช่น โตเกียว โอซาก้า ก็ควรเลือกทำเลที่อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟโดยใช้เวลาเดินไม่เกิน 5 นาที หรือประมาณ 500 เมตร ซึ่งจะทำให้ไม่เหนื่อยมากนักในการเดินและการลากกระเป๋าเดินทางไปยังที่พัก หากเป็นเมืองที่อยู่ในต่างจังหวัดหรือคนที่มีแพลนเดินทางท่องเที่ยวระหว่างเมือง การพักใกล้กับสถานีหลักของเมืองนั้นๆ จะสามารถเดินไปได้สะดวกโดยไม่ต้องต่อรถในเมืองให้ยุ่งยาก แต่โรงแรมที่พักที่อยู่ตรงสถานีใหญ่ๆ นั้นมักมีราคาสูงกว่าที่อยู่ในบริเวณที่ห่างออกไป