ช่างเทคนิค CNC ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและชำนาญทางด้าน เทคนิคCNC อิเลคโทรนิค CNC ซ่อมบำรุง CNC

ข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดงานกลึงเป็นสิ่งที่ ช่างเทคนิค CNC ควรรู้ หนึ่งในงานพื้นฐานทางวิศวกรรมที่เป็นกระบวนการตัดแต่งขึ้นรูปชิ้นงานจากโลหะที่เป็นรูปทรงกระบอกสมมาตรเป็นหลัก การควบคุมการทำงานของเครื่องจักรด้วยคำสั่งเชิงตัวเลขด้วยคอมพิวเตอร์ ให้กลายเป็นรูปทรงที่เราต้องการ ระบบคอมพิวเตอร์ และ ระบบอิเลคทรอนิกส์ จะทำการประมวลผล และ สั่งการเพื่อให้เครื่องจักรทำงาน โดยการกลึงเป็นเทคนิคที่ต้องใช้ความแม่นยำและความชำนาญสูง เกิดการเคลื่อนที่จากชุดคำสั่งต่าง ๆ หรือกระทำตามเงื่อนใขที่ถูกกำหนด มิฉะนั้นจะเกิดข้อผิดพลาดได้ง่าย ทำให้มีผู้คิดค้นเครื่องจักรกล (Machine Tools) เพื่อควบคุมการทำงานของมอเตอร์ในการขับแกนต่าง ๆ ให้เคลื่อนที่ได้ตามทิศทางที่ต้องการ ที่ช่วยในการกลึงให้ได้แม่นยำยิ่งขึ้น และรวดเร็วยิ่งขึ้นมา นั่นคือ เครื่องกลึง CNC

หน้าที่ความรับผิดชอบของ ช่างเทคนิค CNC

1. ช่างเทคนิค CNC มีหน้าที่ดูแลระบบเครื่อง CNC เครื่องกลึง CNC (Computer Numerical Control) สั่งการจากชุดคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่ขั้นต้นจนสิ้นสุดการทำงาน  โดยชุดควบคุมจะได้รับข้อมูลขั้นตอนการทำงาน เครื่องจักรกลอัตโนมัติที่ทำงานได้ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ทุกขั้นตอนก่อนทุกครั้ง และสร้างเป็นโปรแกรม เพื่อให้ชุดควบคุมทำงานได้สำเร็จ เพื่อทำการผลิตชิ้นส่วนวัสดุให้ได้ขนาดและรูปทรงตามที่ต้องการด้วยการกลึง ถูกพัฒนา มาให้เหมาะสมกับการทำงานของเครื่องจักรเนื่องจากความสะดวก เหมาะสำหรับงานกลึงที่ต้องการความละเอียดหรือมีความซับซ้อนสูง

2. ช่างเทคนิค CNC มีหน้าที่ซ่อมแซมเครื่อง CNC การส่งข้อมูลสำหรับการประมวลผล จำเป็นต้องใช้ ช่องสื่อสารต่างๆ ยิ่งไปกว่านั้น เพราะการควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ภาษาเช่นเดียวกับภาษาที่ใช้ในการควบคุมการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ ทำให้เครื่องกลึง CNC สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของเครื่องจักรแบบเดิมๆ ได้ ฟังก์ชันที่ใช้ในการเปลี่ยนแปลงการทำงานควบคุมเครื่องจักรให้เปลี่ยนจากความเร็วการป้อนปกติเป็นความเร็วสูง หรือควบคุมการทำงานจากการหมุนตามเข็มให้หมุนกลับทางคือทวนเข็มและอื่น ๆ ทั้งความละเอียดในการควบคุมที่ละเอียดถึง 0.001 mm. การเคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งด้วยความเร็วสูงสุดของเครื่อง รวมถึงสามารถควบคุมเครื่องกลึงได้หลายเครื่องในคราวเดียว เคลื่อนในแนวตรงโดยมีอัตราป้อน ทำให้นอกจากความละเอียดแล้ว แนวโค้งและมีการป้อนตามเข็มนาฬิกา เรายังสามารถได้ชิ้นงานหลายชิ้นด้วยความรวดเร็วอีกด้วย

3. ช่างเทคนิค CNC มีหน้าที่ตรวจสอบและสั่งซื้ออะไหร่เครื่อง CNC การเคลื่อนที่เชิงเส้น เพื่อควบคุมเครื่องจักรให้เคลื่อนที่ในเชิงเส้น นอกจากเครื่องกลึงแล้ว ระบบ CNC ยังถูกเชื่อมต่อเข้ากับเครื่องจักรที่หลากหลาย เคลื่อนไปทางขวาหรือมาทางซ้าย เวลาโปรแกรมก็เป็นการโปรแกรมลงในค่าของแกน X ส่วนการโปรแกรมให้เคลื่อนที่ไปด้านหน้าและด้านหลังนั้นเป็นการโปรแกรมในค่า ไม่ว่าจะเป็นเครื่องพิมพ์ เครื่องเจียร หรือแม้แต่เครื่องตัด ส่วนการเคลื่อนที่ของหัวจับแกนขึ้นหรือลงก็จะใช้ค่าในแนวแกน Z ในการควบคุมการเคลื่อนที่ในแต่ละแกนจะมีทั้งค่าบวกและลบ ขึ้นอยู่กับทิศทางของการเคลื่อนที่ โดยเครื่องหมายบวกไม่ต้องพิมพ์สามารถตัดออกได้ เพื่อให้ชิ้นงานที่สวยงานและซับซ้อนยิ่งขึ้น ตรวจสอบ DMG Mori เครื่องกลึง CNC ระดับโลก

4. ช่างเทคนิค CNC มีหน้าที่วางระบบเครื่อง CNC ด้านโครงสร้างเครื่องกลึง CNC จะมีความคล้ายกับเครื่องกลึงมือ การผลิตในปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่พัฒนาไปกว่าอดีตมากมาย เทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่างระบบคอมพิวเตอร์ก็มีบทบาทในอุตสาหกรรมการผลิตมาขึ้นตามไปด้วย หรือเครื่องกลึงแบบ Manual มากพอสมควร การประยุกต์ใช้ระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาให้กระบวนการผลิตนั้นมีวัตถุประสงค์หลักๆ คือ เพื่อให้การผลิตนั้นมีความแม่นยำ เที่ยงตรง ทว่าจะมีข้อแตกต่างหลักๆ ในด้านการควบคุมการทำงาน สามารถทำงานที่ซับซ้อนได้ สามารถทำงานซ้ำๆ ได้อย่างถูกต้อง และการตรวจวัด ซึ่งเครื่องกลึง CNC มีการเพิ่มในส่วนดังต่อไปนี้เข้ามา ทั้งหมดนี้เพื่อประโยชน์ในการผลิตทั้งในลักษณะการผลิตเป็นจำนวนมาก เพื่อการวัดและสร้างชิ้นงานที่เที่ยงตรงแม่นยำมากขึ้น

5. ช่างเทคนิค CNC มีหน้าที่พัฒนาระบบเครื่อง CNC พัฒนาแบบจำลองชิ้นส่วนจากแบบที่ได้รับ เพื่อประเมินและแก้ไขข้อมูลของชิ้นส่วนที่ออกแบบ เพื่อให้ยอมรับได้ในการผลิต ระบบขับเคลื่อน ประกอบด้วยสองระบบหลัก เปลี่ยนแปลงชิ้นส่วนที่ออกแบบเพื่อให้สามารถผลิตได้ สิ่งนี้อาจรวมถึงการเพิ่มมุมสอบ ระบบส่งกำลังหลักและระบบขับเคลื่อนแกน พัฒนาแบบจำลองของชิ้นส่วนที่แตกต่างกันออกไปสำหรับขั้นตอนที่แตกต่างกันในกระบวนการผลิตที่ซับซ้อน ระบบส่งกำลังเครื่องกลึง CNC จะใช้เซอร์โวมอเตอร์ (Servo Motor) จะเป็นค่าควบคุมที่นำไปป้อนเข้าเครื่องจักรเพื่อดำเนินการผลิตชิ้นงาน ซึ่งสามารถควบคุมความเร็วการหมุน แรงบิด ตำแหน่ง ให้เป็นไปตามความต้องการได้

6. ช่างเทคนิค CNC มีหน้าที่วางแผนและดำเนินงาน เกี่ยวกับการใช้งานเครื่อง CNC เป็นตัวกำหนดขนาดชิ้นงาน ตำแหน่งอ้างอิงชิ้นงานในแต่ละส่วน ระบบขับเคลื่อนแกน ในระบบนี้จะใช้ สเต็ปเปอร์ หรือ สเต็ปปิ้งมอเตอร์ (Stepping Motor) สามารถจำลองรูปแบบการผลิตจริงก่อนทำงาน กำหนดการใช้เครื่องมือตัดหรือมีดตัดในการผลิต ขั้นตอนและลำดับการใช้เครื่องมือตัดในการผลิต ทำงานร่วมกับระบบควบคุมระยะในการควบคุมแกนให้เข้าตัดชิ้นงานต่างๆ สามารถคำนวณและสร้างรูปแบบการผลิตที่ซับซ้อนได้มากขึ้นตามไปด้วย ระบบจับยึด ระบบจับยึดของเครื่องกลึง CNC มีสองส่วน ารควบคุมเชิงตัวเลขด้วยระบบคอมพิวเตอร์ เป็นการใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมการทำงานของเครื่องจักรกล ส่วนที่ใช้จับยึดชิ้นงาน และส่วนที่ใช้จับยึดเครื่องมือ ในที่นี้ของกล่าวถึงเครื่องจักรที่ใช้ในกระบวนการผลิตทางอุตสาหกรรม

เพื่อให้การผลิตงานออกมาดีเยี่ยม ช่างเทคนิค CNC ควรมีความใส่ใจและรอบคอบเป็นอย่างมาก เพื่อให้ได้ชิ้นงานที่ถูกต้อง รวดเร็ว ซึ่งข้อดีของซีเอ็นซี คือความคงเส้นคงวาและความถูกต้องแม่นยำของชิ้นงาน หมายความว่า เมื่อโปรแกรมทำงานถูกกำหนดมาอย่างถูกต้องแล้ว ระบบจับยึดชิ้นงาน หรือ หัวจับ (JAW) ทำหน้าที่ยึดชิ้นงานอย่างมั่นคง จะได้ชิ้นงานที่สวยงามเหมือนกันหมดทุกชิ้น เป็นการเพิ่มมูลค่าให้งานได้ เช่น ขาฉิ่งสแตนเลส ขาปรับระดับเครื่องจักร ทำให้สามารถตกแต่ง กลึงชิ้นงานได้อย่างราบรื่น เครื่องจักรกลแบบอัตโนมัติที่มีการทำงานด้วยระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โดยตัวเครื่องจะทำงานตามแบบที่เราได้จัดใส่โปรแกรมการทำงานเข้าไป ซึ่งหัวจับชิ้นงานนี้มีทั้งแบบธรรมดาที่ไม่ตกแต่งรูปร่างอะไร และสามารถใช้ได้หลายภาษา ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้เครื่องจักรชนิดนี้กับงานโลหะที่ต้องการความละเอียดและแม่นยำ หรือแบบพิเศษ ที่ใช้ผลิตงานจำนวนไม่มาก แต่มีความเฉพาะตัวสูง

เครื่อง CNC คืออะไรและช่างเทคนิค CNC ทำหน้าที่อะไร

เครื่อง CNC (Computer Numerical Control) คือ เครื่องจักรกลแบบอัตโนมัติที่มีการทำงานด้วยระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โดยตัวเครื่องจะทำงานตามแบบที่เราได้จัดใส่โปรแกรมการทำงานเข้าไป และสามารถใช้ได้หลายภาษา ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้เครื่องจักรชนิดนี้กับงานโลหะที่ต้องการความละเอียดและแม่นยำ หรือมีความซับซ้อนสูง โดยมีจุดประสงค์ในสร้างเครื่อง CNC ขึ้นมาเพื่อให้สามารถทำงานได้โดยอัตโนมัติในแบบรวดเร็ว แม่นยำ และสามารถทำงานในแบบที่ซับซ้อนได้ดี ด้วยระบบมอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการควบคุมมุมต่างๆ ได้อย่างละเอียด ทำให้ชิ้นงานออกมาดีนั่นเอง

ผลิตภัณฑ์อะไรบ้างที่สามารถใช้กับเครื่อง CNC ได้?
1)งานเฟอร์นิเจอร์  2)งานอุตสาหกรรมรองเท้า  3)งานอุตสาหกรรมยานยนต์  4)งานสถาปนิก หรือการออกแบบโมเด็มต่างๆ  5)งานผลิตอัญมณี  6)งานหล่อพระ  พระพิมพ์ หรืองานประติมากรรมต่างๆ  7)งานตกแต่ง หรือเครื่องแกะสลัก  8)งานผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักร  9)งานตกแต่งรถยนต์ หรือรถประเภทต่างๆ

ข้อดีของการใช้เครื่อง CNC มีอะไรบ้าง?
1) มีความละเอียดในงาน ทำให้งานต่างๆ ออกมาได้มาตรฐาน
2)งานมีคุณภาพและเท่ากันทุกชิ้น เนื่องจากเป็นการสั่งงานโดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในเครื่องจักร ทำให้งานที่ได้เกิดความผิดพลาดได้น้อยมากๆ หรือแทบไม่มีผิดพลาดเลย
3) สามารถผลิตงานออกมาได้อย่างรวดเร็ว และใช้พื้นที่ในการทำงานน้อย ประหยัดพื้นที่ในการเก็บชิ้นงาน
4)ทำงานได้ดีแม้ว่าชิ้นงานจะมีความยากและซับซ้อนสูง
5)ช่วยลดเวลาในการตรวจสอบคุณภาพของชิ้นงานลง และลดแรงงานในการผลิตลง

ข้อเสียของการใช้เครื่อง CNC มีอะไรบ้าง?
1) ตัวเครื่องมีราคาค่อนข้างสูงมาก จำเป็นต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เพราะในประเทศไทยยังไม่สามารถผลิตเครื่องจักรชนิดนี้ได้ และค่าบำรุงรักษาเครื่องจักรมีราคาสูงมากเช่นกัน
2)หากเครื่องมีปัญหาต้องส่งซ่อมซึ่งมีราคาค่าซ่อมสูงมาก เนื่องจากต้องใช้ผู้มีความรู้และเชี่ยวชาญในเรื่องการแก้ไขโปรแกรมพอสมควร
3) ต้องใช้งานเครื่องจักรเป็นประจำ หากปล่อยทิ้งไว้ในบางช่วงที่ไม่มีงานอาจทำให้เครื่องเสื่อมสภาพได้
4)จำเป็นต้องมีพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เขียนโปรแกรม NC
5)ไม่เหมาะกับงานจำนวนน้อยๆ เนื่องจากค่าใช้จ่ายสูง
6) การควบคุมของเครื่องเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งต้องได้ผู้เขียนโปรแกรมที่ฝึกอบรมและมีความรู้เป็นอย่างดี ไม่อย่างนั้นเครื่องจะเปิดไม่ได้เลย

ในปัจจุบัน มีการใช้ระบบ CNC สำหรับเครื่องจักรพื้นฐานในอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักรกล เครื่องยนต์ แม่พิมพ์ และในหน่วยงานสร้าง – ซ่อมอย่างแพร่หลาย หากประมาณคร่าวๆ มูลค่าเบื้องต้นของระบบ CNC ในอุตสาหกรรมเหล่านี้อยู่ในระดับหลายพันล้านบาท ในทางปฏิบัติระบบ CNC ดังกล่าวและวิศวกร ช่างเทคนิค CNC ที่เชี่ยวชาญในระบบดังกล่าวจะถูกนำเข้าจากประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา เยอรมัน และ ญี่ปุ่น เป็นต้น

คุณสมบัติพื้นฐานของช่างเทคนิค CNC

  1. ความสามารถผู้ที่จะเป็นช่างเทคนิค CNC ที่ดี ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ มีความสามารถในงานด้านช่างของตนอย่างดี รู้อย่างชนิดที่เรียกว่า รู้ซึ้งถึงรากฐานถึงแก่นของงานนั้น ๆ รู้ทั้งด้านทฤษฎีและด้านปฎิบัติ ไม่ใช่รู้แบบผิวเผิน
  2. ความมีประสิทธิภาพช่างเทคนิค CNC ต้องตระหนักถึงความสำคัญของเวลา เวลาเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก สำหรับลูกค้า ผู้บังคับบัญชา ลูกค้าหรือผู้บังคับบัญชา ต้องการให้งานของเขาเสร็จภายในระยะเวลาอันสั้นที่สุด
  3. ความตั้งใจช่างเทคนิค CNC ต้องเป็นผู้ที่ทำงานต่าง ๆ ในความรับผิดชอบของตนด้วยความตั้งใจและเอาใจใส่ต่องานนั้น ๆอย่างเต็มที่ มิเช่นนั้นแล้ว คุณภาพของงานที่ได้จะออกมาไม่ดีพอ นอกจากนั้นแล้วอาจเกิดอุบัติเหตุหรือเสียหายร้ายแรงขึ้นก็ได้
  4. มีแบบแผนการทำงานอย่างมีแบบ­แผนว่าอะไรควรทำก่อน อะไรควรทำหลัง เป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้ช่างเทคนิค CNC สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพรวดเร็ว พวกวัสดุอุปกรณ์ หรือเครื่องมือเครื่องใช้มีการจัดเป็นหมวดหมู่ วางเป็นพวกเป็นชนิด มิให้ปะปนกัน
  5. มีมนุษยสัมพันธ์สิ่งนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับการทำงานหรือการดำรงชีวิตอยู่ในปัจจุบัน เพราะช่างเทคนิค CNC ต้องอยู่ในแวดวงสังคม ต้องเผชิญหน้ากับคนหลายระดับชั้นการศึกษา ดังนั้นจึงต้องมีความรู้ถึงการวางตัว การปกครอง การผูกมิตร ฯลฯ และสามารถนำมาใช้ถูกต้อง เหมาะสมกับกาลเทศะ
  6. ความสะอาดความสะอาดเป็นสิ่งหนึ่งที่จะมองข้ามไม่ได้ในงานช่างเทคนิค CNC เพราะงานบางอย่างบางชิ้นหรือการถอดประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆ ต้องระวังเรื่องความสะอาดมาก เป็นต้น ควรรู้ว่างานประกอบแบริ่งหรือประกอบลูกสูบต่าง ๆ ถ้ามีผงฝุ่นหรือความสะอาดไม่พอแล้วอายุการใช้งานนั้นก็จะไม่ดีเท่าที่ควร

คุณสมบัติเฉพาะของช่างเทคนิค CNC

1)จบการศึกษาระดับ ปวช. ขึ้นไป  2)มีประสบการณ์การทำงานกับเครื่อง CNC มีความเข้าใจและสามารถควบคุมเครื่องได้  3)มีความรู้พื้นฐานโปรแกรม Auto Cad และโปรแกรม 3D  4)สามารถเขียนโปรแกรมสั่งงานและทำงานหน้าเครื่องได้  5)สามารถอ่านแบบ Drawing ได้  6)สามารถใช้เครื่องมือวัดพื้นฐานได้  7)มีการปรับตัว ศึกษา เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง   8)มีความกระตือรือร้นต่องานที่ได้รับมอบหมาย

9)สามารถทำงานล่วงเวลาได้และสามารถเดินทางต่างจังหวัดได้

หน้าที่โดยสังเขปของช่างเทคนิค CNC
1)ควบคุมเครื่อง CNC เพื่อการผลิตงานตามรายการแผนการผลิต  2)จัดเตรียมวัตถุดิบเพื่อทำการขึ้นรูปด้วยเครื่อง CNC  3)ปรับตั้งวัตถุดิบตามเอกสารการผลิตและปรับตั้งเครื่องมือกัด  4)ตรวจสอบชิ้นงานเบื้องต้นที่ได้จากการผลิต  5)วางแผนการผลิต กำหนดเป้าหมายการผลิต(คุณภาพ,ต้นทุน)  6)ประมาณการยอดการผลิต7)วางแผนการใช้ทรัพยากรการผลิต  8)จัดกำลังคนเข้าทำงานให้เหมาะสมกับการกำลังการผลิต  9)ตรวจสอบและปรับปรุงกระบวนการผลิต  10)แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิต  11)ควบคุมต้นทุนการผลิต  12)กำหนดมาตรฐานคุณภาพของการผลิต  13)ติดต่อประสานงานกับฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้อง  14)สรุปผลการทำงานรายงานต่อผู้บริหาร