หมู่บ้านญี่ปุ่น กับเรื่องราววิถีชีวิตในอดีต…!!!

พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณได้รับการดูแลรักษาด้วยความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร อีกทั้งยังถูกใช้เป็นสถานที่จัดงานเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้และการศึกษา บางครั้งยังเป็นที่ถ่ายทำภาพยนตร์แบบย้อนยุคและรายการโทรทัศน์ด้วย

หมู่บ้านญี่ปุ่น เป็นที่รู้จักกันดีถึงความสวยงามของ หมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณ ที่สะท้อนให้เห็นถึงการออกแบบและการก่อสร้างของชาวญี่ปุ่น ที่แสดงออกถึงการอนุรักษ์สิ่งก่อสร้างที่มีคุณค่าในอดีตได้อย่างชัดเจน โดยเมืองคาวาซากิ ได้เริ่มทำการย้ายสิ่งก่อสร้างต่างๆ จากทั่วประเทศญี่ปุ่นมายัง มิงคะเอ็น แห่งนี้ ในปี 1965 และปัจจุบันก็ยังคงอนุรักษ์สิ่งก่อนสร้างในอดีตไว้ทั้งหลายหลัง รวมถึงเครื่องมือเครื่องใช้ในอดีตที่ถูกเก็บรักษาไว้ในบ้านแต่ละหลัง เพื่อผู้เยี่ยมชมได้รำลึกถึงเรื่องราวและวิถีชีวิตในอดีต มีกี่เหตุผล ที่ทำให้คุณหลงรักประเทศ ญี่ปุ่น บางคนชอบเดินทางไปเพื่อกิน บางคนชอบเดินทางไปเพื่อช็อปปิ้ง บางคนชอบเดินทางไปเพื่อเพียงอยากสัมผัสดินแดนอาทิตย์อุทัย สักครั้งในชีวิต แต่ครั้งนี้เราจะพาทุกคนเปลี่ยนบรรยากาศหมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณ

หมู่บ้านญี่ปุ่น โดดเด่นที่เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่รวมบ้านเรือนในยุคเอโดะกว่า หลายหลังจากทั่วทั้งประเทศหมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณ เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ดึงดูดที่ใครๆ หลายคนต่างอยากสัมผัสมนต์ขลังแห่งบรรยากาศ และเสน่ห์เหนือกาลเวลา วันนี้เรารวบรวมข้อมูลเมืองเก่าน่าเที่ยวมาฝากกัน พร้อมพิกัดและการเดินทาง นอกจากนี้ยังแนะนำข้อมูลเมืองใหญ่ใกล้ๆ ให้คุณวางแผนการเดินทางไม่สะดุด มีผู้มาเยือนปีละ 37,000 คน ในจำนวนนั้นเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติถึง 3,100 คน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่หลายคนยังไม่รู้จัก

วันนี้เราขอแนะนำ 6 หมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และยังได้รับกลิ่นอายในบรรยากาศเก่าๆ ของญี่ปุ่นในสมัยโบราณ พร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

  1. หมู่บ้านญี่ปุ่น ประตูทางเข้าหมู่บ้านญี่ปุ่น ซาจิ (The Saji House Gate) ประตูทางเข้าแห่งนี้เป็นประตูทางเข้าที่พักอาศัยของซามูไร ถูกสร้างขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 ตั้งอยู่ในเมืองนาโกย่า จังหวัดไออิชิ ซามูไรนั้นทำหน้าที่ปกครองประชาชนในช่วงยุคศักดินาของญี่ปุ่น สัญลักษณ์ที่เด่นชัดของการมีอำนาจของซามูไรคือสามารถตกแต่งทางเข้าประตูที่พักอาศัยของตนได้ ซึ่งประชาชนทั่วไปไม่สามารถทำได้ และจะมีอาคารที่อยู่ด้านข้างประตูทางเข้า ซึ่งจะถูกใช้เป็นที่รับรองสำหรับผู้ติดตามที่มาเยี่ยมบ้านซามูไรนั่นเอง
  2. หมู่บ้านญี่ปุ่น Kawagoe ไปลุยกันต่อที่จังหวัดไซตามะ กับเมืองคาวาโกเอะ ที่ยังคงความสวยงาม และวัฒนธรรมญี่ปุ่นไว้อย่างเต็มเปี่ยม ใครที่ชอบกินขนมเซมเบ้ล่ะก็ มาเที่ยวเมืองนี้ ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอนครับ รวมไปถึงขนมญี่ปุ่นโบราณอื่นๆ ให้เดินชิมตลอดเส้นทาง การเดินทาง : สาามารถเดินทางโดยรถไฟจากเมืองโตเกียว ใช้เวลาเดินทางไม่นาน (สายรถไฟ Tobu Tojo)
  3. หมู่บ้านญี่ปุ่น Kyoto มาดูเมืองเก่า ญี่ปุ่น ต้นฉบับกันบ้าง กับเมืองเกียวโต คงไม่ต้องบอก ก็น่าจะรู้กันดีว่าที่นี่เคยเป็นอดีตเมืองหลวงเก่าของประเทศนี้ มีวัด และศาลเจ้าเยอะแยะมากมาย ให้เหล่านักท่องเที่ยวเข้ามากราบไหว้ รวมไปถึงบ้านไม้สไตล์ญี่ปุ่น ที่ยังมีให้เห็นเยอะในเมืองนี้ การเดินทาง : เดินทางจากเมือง Osaka มาได้ โดยรถบัส หรือรถไฟ
  4. หมู่บ้านญี่ปุ่น Kanazawa ไปกันต่อกับเมืองเก่าที่ไปที่เดียว เที่ยวได้ตลอดวัน กับเมืองคานาซาว่า ที่นี่มีโซนหมู่บ้านชุมชนที่ยังคงสภาพดั้งเดิมสไตล์ญี่ปุ่นไว้อย่างชัดเจน รวมไปถึงปราสาทคานาซาว่า ที่สามารถเข้าชมได้ เหมาะสำหรับคนที่สนใจในเรื่องประวัติศาสตร์ การเดินทาง  : สามารถนั่งรถไฟชินคันเซ็นจากเมืองโตเกียว เพียง 2 ชั่วโมงครึ่ง (สายรถไฟ Hokuriku)
  5. หมู่บ้านญี่ปุ่น Otaru บินข้ามฝั่งไปเที่ยวเมืองเก่า ที่ฮอกไกโดกันบ้าง สำหรับเมืองโอตารุ แค่ได้ยินชื่อก็ทราบกันดีว่า เมืองนี้มีความน่ารัก และโรแมนติกแค่ไหน ยิ่งถ้าเดินทางไปเป็นคู่ล่ะก็จะต้องฟินอย่างแน่นอน เราแนะนำให้ไปเที่ยวเมืองนี้ในช่วงหน้าหนาว เพราะจะได้เห็นการแสดงโชว์ไฟยามค่ำคืนอีกด้วย การเดินทาง : จากสนามบินซัปโปโร ใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 1 ชั่วโมง โดยรถบัสสนามบิน
  6. หมู่บ้านญี่ปุ่น Ikaho Onsen เมืองเก่า ญี่ปุ่น ที่สุดท้ายที่เราจะพาทุกคนไปบุกกันก็คือ เมืองอิคาโฮะ ที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเมืองที่โดดเด่นในเรื่องของการแช่น้ำออนเซ็น รวมไปถึงใครที่ชอบความสงบ มาพักผ่อนที่นี่สัก 2 วัน รับรองจะต้องฟินจนไม่อยากกลับเลย การเดินทาง : เดินทางโดยรถไฟจากเมืองโตเกียว  ใช้เวลาประมาณ 1ชั่วโมง (รถไฟสาย Joetsu Shinkansen)

ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านอสังหาริมทรัพย์…!!!

ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่อยู่อาศัยเพื่อเตรียมความพร้อมและปรับปรุงวิธีการทางด้านการตลาด ด้วยใช้เทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนความก้าวหน้าและพัฒนาไปอย่างไม่หยุดนิ่ง รวมถึงผลสะท้อนในด้านกระบวนการด้านการตลาดเข้ามามีบทบาท สร้างความโดดเด่นและแตกต่าง เช่น วิธีการก่อสร้าง การออกแบบ สิ่งอำนวยความสะดวก เป็นต้น

วันนี้เลยขอเอา 8 เทคนิคที่จะทำให้การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ของคุณประสบความสำเร็จมาฝากทุกคนที่สนใจ

  1. การลงทุนแบบปล่อยเช่ารายเดือน ถือเป็นช่องทางทำเงินขั้นพื้นฐานที่ใครๆก็นึกถึงเลย สิ่งที่คุณต้องมีคือ ทำเลดีๆตรงกลุ่มเป้าหมายและราคาต้นทุนที่ถูก ถ้าใครกู้เงินมาซื้อก็อย่าลืมคิดว่าต้องได้ค่าเช่าไม่น้อยกว่าเงินกู้ที่ต้องจ่ายแต่ละเดือนด้วยนะคะ ถ้าได้โครงการที่ราคาไม่แพงยิ่งคุ้มค่ะ อย่างตอนนี้ ADH มีโปรซื้อ 1 แถม 1 ยูนิต เพราะลงทุนแค่ 1 ห้องแต่คุณสามารถปล่อยเช่าได้ถึง 2 ห้องเลย ยังไงก็พอจ่ายแต่ละเดือนแน่นอน
  2. การลงทุนแบบปล่อยเช่ารายวัน แบบนี้จะต้องมีทำเลที่อยู่ในแหล่งท่องเที่ยวและมีการตกแต่งให้สวยงามสร้างสรรค์ ให้คนอยากมาเช่าพักเยอะๆ รับรองว่าจะสร้างรายได้ให้คุณไม่น้อยเลย ยิ่งถ้าได้โครงการไหนที่หาลูกค้า หาคนมาเช่าให้เราด้วยแล้วยิ่งโชคดีใหญ่เลย
  3. การลงทุนแบบเก็งกำไร แค่ซื้อใบจองแล้วก็ปล่อยขายก็ทำกำไรได้แล้ว แต่ต้องรู้เทคนิคในการขายซักหน่อย ทั้งเรื่องทำเลที่น่าลงทุน ชื่อเสียงของแต่ละโครงการ ช่วงเวลาในการขายเพื่อทำกำไร
  4. การลงทุนแบบซ่อมแล้วขาย คุณอาจจะซื้อบ้านราคาถูกมากๆ มาจากกรมบังคับคดีหรือบ้านที่เจ้าของร้อนเงิน แล้วเอามาตกแต่งรีโนแวทใหม่ให้สวยงามแล้วไปขายต่อโดยเพิ่มราคาเข้าไปให้คุ้มกับค่ารีโนเวท เพียงเท่านี้คุณก็ได้กำไรงามๆแล้ว
  5. การลงทุนแบบจับเสือมือเปล่า เป็นการสร้างรายได้จากอสังหาริมทรัพย์แบบไม่ต้องลงทุนเลย เพราะคุณเป็น “นายหน้า” หาคนซื้อมาให้คนขายที่เค้าตกลงกับคุณไว้นั่นเอง โดยนายหน้าจะได้ส่วนแบ่งประมาณ 2-4% แล้วแต่ตกลงกัน
  6. การลงทุนโดยเป็นผู้ประกอบการ หลายคนที่เริ่มต้นลงทุนอสังหาริมทรัพย์มาได้ระดับหนึ่งพอรู้ลู่ทาง ก็อยากที่จะเป็นเจ้าของโครงการเสียเองเพราะผลตอบแทนที่ได้สูงกว่า 80-100% เลยทีเดียว
  7. การลงทุนกับกองทุน กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ คือ กองทุนรวมประเภทหนึ่งค่ะ ที่ผู้จัดการกองทุนจะระดมเงินทุนจากเราหรือประชาชนทั่วไป โดยการขายหน่วยลงทุน และนำเงินทุนที่ได้ไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ตามที่กฎหมายกำหนด หลังจากหักค่าใช้จ่ายก็จะนำรายได้มาแบ่งเป็นเงินปันผลให้กับผู้ลงทุน โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 6-10% แล้วแต่กองทุน
  8. การลงทุนกับนักลงทุนรายใหญ่ เพียงแค่เรานำไอเดียที่มีเสนอขายแผนธุรกิจให้กับนักลงทุนรายใหญ่ที่มีเงินทุนได้ แต่คุณจะต้องมั่นใจว่าแผนโครงการนั้นๆ จะสร้างผลตอบแทนอย่างคุ้มค่าให้นายทุน สิ่งสำคัญ คือ คุณต้องรู้วิธีการเขียนแผน งบการเงิน (NPV, IRR) มีประสบการณ์ในการลงทุนมาระดับหนึ่ง รู้เรื่องทำเล กลุ่มเป้าหมาย และเรื่องอื่นๆ ที่สำคัญต่อการทำโครงการ จึงจะทำให้แผนนั้นน่าสนใจต่อกลุ่มนายทุน

วันนี้เรามาแนะนำสถานที่ทำงานสำหรับผู้ที่ต้องการหางาน ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ ในการประกอบอาชีพกัน

1. บริษัท อาดารากรุ๊ป จำกัด รับสมัครตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์/Customer Service Officer(ใช้ภาษาญี่ปุ่นหรือจีน)/มีคอมมิชชั่น/บริษัทอสังหาริมทรัพย์

รายละเอียดหน้าที่ความรับผิดชอบ : เพศชายหรือหญิงอายุไม่เกิน 30 ปี – จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป สาขาใดก็ได้ (ยินดีรับนักศึกษาจบใหม่) – มีประสบการณ์การทำงาน Customer Service หรือธุรกิจด้านบริการมาอย่างน้อย 1 ปี จะพิจารณาเป็นพิเศษ

อัตรา/เงินเดือน : 4 อัตรา / เงินเดือน 16,000 – 25,000 ฿

ติดต่อ – สอบถาม : บริษัท จัดหางาน เพอร์ซันแนล คอนซัลแตนท์ (ประเทศไทย) จำกัด 399 อาคารอินเตอร์เขนจ 21 ชั้น (ชั้น UL)ซ.สุขุมวิท 21 ถ.สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110 ประเทศไทย โทร : 022608454 อัพเดทเมื่อวันที่ 10/03/2562

ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น ท่องเที่ยวสนุกแบบญี่ปุ่น….!!!

ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น ตามปกติแล้วเราน่าจะคุ้นเคยกับเว็บเช่ารถระดับโลก พวก  AVIS, Heartz  อะไรพวกนี้ที่มีสาขาในไทย พวกเขาก็มีสาขาที่ประเทศญี่ปุ่นด้วยเช่นกันครับ แต่ผมอยากแนะนำว่า ให้เช่าโดยตรงกับบริษัทเช่ารถญี่ปุ่นดีกว่า ซึ่งบริษัทให้บริการเช่ารถที่ญี่ปุ่น มี 2 กลุ่มใหญ่ครับ คือ

ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น

1.บริษัทเช่ารถ ที่มาจากบริษัทรถยนต์ นึกไม่ออกก็คิดง่ายๆว่า เหมือน โตโยต้า – ฮอนด้า เอารถใหม่มาให้เช่าขับกันเลย รายใหญ่ในกลุ่มนี้จะเป็น   Nissan  และ  Toyota   มีรถให้เลือกทุกแบบตั้งแต่รถขนาดเล็ก 660 ซีซี หรือที่เรียกว่า   Kei Car   ไปจนถึงรถสปอร์ต ถ้ามีงบมากพออยากจะลองตามฝันดูก็เพียงเตรียมงบให้พร้อมแล้วไปลุยกันเลย

2.กลุ่มบริษัทเช่ารถอิสระ บริษัทเช่ารถอิสระพวกนี้เป็นกลุ่มที่หลายคนค่อนข้างนิยม เนื่องจากมีสาขามากมายหลายแห่ง และบางสาขาเปิดบริการตลอดคืนด้วยครับ บริษัทรถเช่าที่นิยม มี 2 เจ้าสำคัญ คือ  Nippon Car Rent  และ  Times Car Rent  พวกเขามีรถเช่าหลายประเภท แต่ไม่รวมถึงรถสปอร์ต

การขับรถเที่ยวญี่ปุ่นแม้ว่าญี่ปุ่นจะเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องระบบคมนาคมที่ทันสมัยและไปทั่วถึง แต่บางครั้งหากนักท่องเที่ยวอย่างเราวางแผนไปเที่ยวในจุดที่ไกลจากตัวเมือง การ ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น ก็เป็นอีกตัวเลือกนึงที่น่าสนใจ ที่จะทำให้เราได้ท่องเที่ยวไปได้ตามใจ ยิ่งถ้าไปเที่ยวกันเป็นกลุ่มใหญ่ยิ่งคุ้มค่า

ถึงแม้ญี่ปุ่นจะเป็นประเทศที่เจริญแล้ว ขนส่งมวลชนเข้าถึงแทบทุกที่ แต่การไปเที่ยวก็มักจะเจอปัญหาเรื่องข้อจำกัดของเวลา และวันหยุดอันแสนสั้น ตัวเลือกที่จะทำให้เราจัดการกับเวลาได้ยืดหยุ่นที่สุดก็คือการขับรถเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ไม่ต้องรอชินคันเซ็น ไม่ต้องง้อรถไฟ นึกจะไปก็ไป ไปตอนไหนก็ได้มีรถแล้ว ส่วนใครที่ยังไม่รู้ว่าจะเช่ายังไง เริ่มต้นที่ไหน ไปได้ไกลแค่ไหน มาดูกันดีกว่าว่าการขับรถในญี่ปุ่นนั้นมีกฏกติกา และเงื่อนไขใดบ้าง

การจะไปขับรถที่ญี่ปุ่น เริ่มยังไง ทำอะไรบ้างมาดูกัน

1.ทำใบขับขี่สากล สำหรับการขับรถที่ญี่ปุ่น

หยิบใบขับขี่บ้านๆในไทยแลนด์ของคุณขึ้นมา กำเงิน 505 บาท + รูปถ่าย2นิ้ว 2 ใบ,และพาสปอร์ต วิ่งไปสถานีขนส่งใกล้ๆบ้าน มุ่งตรงไปยังเค้าเตอร์ ยื่นเรื่องขอทำใบขับขี่สากลได้เลย มีอายุใช้งานได้หนึ่งปี

2.จองรถออนไลน์ สำหรับการขับรถที่ญี่ปุ่น

รถเช่าในญี่ปุ่นสำหรับการขับรถที่ญี่ปุ่นมีหลากหลายบริษัท เพราะคนญี่ปุ่นไม่ได้นิยมซื้อรถแบบบ้านเรา (คือการขนส่งรถไฟสะดวกอยู่แล้ว และพื้นที่จอดรถมีจำกัด ค่าประกันรถนี่ ยิ่งเก่ายิ่งแพง)  ส่วนใหญ่จึงใช้บริการเช่ารถเป็นครั้งๆมากกว่า ถ้าถามว่าจะเลือกเช่ารถเจ้าไหนดี ก็ขอบอกว่าให้เลือกบริษัทที่อยู่แถวๆโรงแรมที่คุณพัก  หรือไม่ก็บริษัทที่อยู่ในๆสถานีที่คุณสะดวกเดินทางไปเอารถนั่นแหละ โดยรวมๆก็ไม่ได้ต่างกันมากเท่าไหร่ ราคาสำหรับรถ 5 ที่นั่งแต่ละเจ้าก็พอๆกัน (ต่างกัน+-1000 yen

3.การไปรับรถที่ญี่ปุ่น สำหรับการขับรถที่ญี่ปุ่น

หลังจากจองรถออนไลน์ไปแล้ว  ก็จะได้ e-mail มายืนยันการจอง พอไปถึงญี่ปุ่นก็แจ้งชื่อกับเจ้าหน้าที่ได้เลย เค้าจะขอก๊อบปี้ พาสปอร์ตและใบขับขี่ของคนขับทุกคน (ถ้ามีคนขับมากกว่าหนึ่งก็จัดไปให้หมด) จากนั้นก็จะเป็นการตรวจสถาพรถด้วยกันกับเจ้าหน้าที่  มีร่องรอยขีดข่วนตรงไหนก็แจ้งๆเค้าไป ณ จุดนี้อย่าลืมให้เค้าเซ็ท GPS เป็นภาษาอังกฤษนะ เดี๋ยวจะเราจะมึน สำคัญมาก อย่าลืมถามเบอร์โทร และเวลาปิดของปั๊มน้ำมันที่อยู่ใกล้ๆจุดคืนรถด้วย เพราะเราต้องเติม น้ำมันให้เต็มก่อนคืนรถ จะได้ไม่ต้องไปขับรถวนหาปั๊ม ปกติทางเจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ทราบอยู่แล้ว แต่บางทีเค้าลืมแจ้ง  ลำบากชีวิตการขับรถที่ญี่ปุ่นไปอีก

4.การใช้ GPS ในรถ สำหรับการขับรถที่ญี่ปุ่น

สิ่งหนึ่ง (หรืออาจจะหลายๆสิ่ง) ที่ทำให้การใช้ GPS ในรถเลิศเลอกว่า google map ก็คือ

  • ค้นหาสถานที่จากเบอร์โทรศัพท์ได้ เยี่ยมมาก
  • สัญญาณกลางป่าเขาลำเนาไพร ยังไงก็ใช้งานได้ ไม่หลงแน่นอน
  • มีภาพบอกทางเลี้ยวและไฟเขียวไฟแดงชัดเจน นอกจากนี้ในตัวเมือง ยังมีภาพจำลองสถานที่จริงให้อีกด้วย

ทำความรู้จักกับไม้ลามิเนต

อาชีพช่างติดตั้งไม้ลามิเนต ต้องรู้อะไรบ้าง ก่อนอื่น ช่างติดตั้งไม้ลามิเนต ควรมีความรู้ในด้านต่างๆของไม้ลามิเนตก่อน บางท่านอาจคิดว่าพื้นไม้ลามิเนตนั้นผลิตจากไม้แท้ๆ เลยแต่จริงๆ แล้ว “พื้นไม้ลามิเนตไม่ใช่ไม้จริง 100%”  แต่เป็นการทำให้เหมือนไม้จริงมากกว่าเพราะตัวไม้ลามิเนตนั้นจะถูกอัดด้วยผงไม้จนเกิดมาเป็นไม้ทั้งแผ่นเพื่อจะที่ลามิเนตอีกทีนึง หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นไม้สำเร็จรูปที่ผลิตขึ้นมาโดยวิธีทางวิทยาศาสตร์ โดยยังคงมีพื้นฐานที่มีไม้เป็นส่วนประกอบ คือ แผ่นไม้ลามิเนต และใน 1 แผ่นไม้ลามิเนตนั้นประกอบไปด้วยชั้นต่างๆ 4 ชั้น ซึ่งชั้นตรงกลางที่มีความหนาที่สุดจะทำมาจากไม้ โดยนำไม้เนื้อแข็งมาย่อยให้เป็นผงละเอียด แล้วนำไปผสมกับสารอื่นๆ จากนั้นจึงทำให้ออกมาเป็น แผ่นโดยวิธีทางวิทยาศาสตร์ โดยเราเรียกวิธีนี้ว่า HDF (High Density Fiber) ซึ่งดูจะได้ไม้ที่ดูคล้ายไม้ธรรมชาติแต่มีความแข็งแรงและยืดหดตัวน้อยกว่าไม้จริงหลายเท่า ส่วนชั้นที่ 2 จะเป็นส่วนของลายไม้ออกแบบโดยคอมพิวเตอร์ซึ่งใช้ปิดทับชั้นไม้ HDF โดยชั้นบนจะเป็นผิวหนังที่ป้องกันการขีดข่วนส่วนล่างจะเป็นแผ่นป้องกันความชื้น แล้วนำทั้ง 4 ชั้น มาเข้ากระบวนการผลิตเพื่อให้ได้ออกมาเป็นแผ่นไม้ลามิเนต ด้วยการนำไปหลอมละลายให้เป็นเนี้อเดียวกันทำให้ไม้ลามิเนตไม่สามารถแยกออกจากกันได้ เอาล่ะครับเพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจกันมากที่สุด

ลักษณะของพื้นไม้ลามิเนต ในชั้นบนเป็นชั้นที่แสดงถึงลายไม้ จึงต้องมีความทนทานสูง เพื่อไม่ให้เกิดริ้วรอยบนพื้นไม้ ลวดลายบนพื้นไม้ลามิเนตนั้นมาจากการใช้ภาพถ่ายลายไม้เสมือนจริง หรือออกแบบโดยคอมพิวเตอร์ และนำไปเคลือบทับด้วย เมลามีน ลามิเนต เพื่อให้ทนทานต่อการเกิดรอย นอกจากนี้ยังเคลือบด้วยเรซินที่ทนทาน Abrasion&Decorate Layer พื้นไม้ลามิเนตชั้นกลางจะเป็นชั้นที่หนาที่สุดในพื้นไม้แบบลามิเนต และทำจากไม้ที่ย่อยเป็นผงแล้วมาอัดเข้าแผ่นด้วยความดันสูง หรือที่เรียกกันว่า HDF Boardผู้ผลิตบางรายอาจจะใส่สารป้องกันความชื้นลงในชั้นนี้ด้วย พื้นไม้ลามิเนตชั้นล่างจะเป็นชั้นที่ป้องกันความชื้น โดยผู้ผลิตบางรายจะเคลือบด้วยเมลามีน เพื่อให้เกิดความแข็งแรง และป้องกันความชื้นได้ดียิ่งขึ้น

ช่างติดตั้งไม้ลามิเนต จะต้องรู้เรื่องคุณสมบัติของพื้นไม้ลามิเนตว่าาพูดถึงเรื่องคุณสมบัติของพื้นไม้ลามิเนตนั้น ก็คือ ติดตั้งได้เร็ว น้ำหนักเบา และทนทาน หลายปี หลายๆคนที่มีความเชื่อว่าไม้ลามิเนตไม่ดีนั้น ส่วนมากมีปัญหาหลังจากการติดตั้ง และช่างติดตั้งไม้ลามิเนต ที่ไม่ชำนาญมากพอ ส่วนเรื่องของเสียง ที่เวลาเดินบนไม้ลามิเนตแล้วเกิดเสียงเหมือนไม้กรอบตัวนั้น สาเหตุส่วนใหญ่มาจากพื้นเดิมนั้นไม่ได้ระนาบ มีลักษณะเป็นคลื่น เมื่อติดตั้งไม้ลามิเนตไปแล้วเวลาเราเดินบน พื้นไม้ ทำให้ไม้ยุบตัวลงผ่านรอยคลื่นใต้ไม้ลามิเนตอีกชั้นหนึ่งจึงทำให้เกิดเสียงดังบางครั้ง ติดตั้งไม้ลามิเนตไปแล้ว ไม้เกิดการขยายตัวมากกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ไม้ลามิเนตมีปัญหา ถ้ายังไม่พอผมจะแยกคุณสมบัติของพื้นไม้ลามิเนต ดังนี้  พื้นไม้ลามิเนต ทนต่อรอยขีดข่วน หรือกระทั่งกรงเล็บของสัตว์เลี้ยงของท่าน พื้นไม้ลามิเนต ทนต่อแรงตกหรือกดกระแทก พื้นไม้ลามิเนต ทนความร้อนของก้นบุหรี่ และคราบของนิโคตินสามารถเช็ดออกได้โดยง่าย พื้นไม้ลามิเนต ไม่เป็นคราบ สามารถเช็ดออกได้ง่าย พื้นไม้ลามิเนต สีและลายไม่ซีดจาง แม้จากการตากแดดโดยตรงก็ตาม พื้นไม้ลามิเนต ดูแลรักษาความสะอาดง่าย และทนต่อน้ำยาทำความสะอาดต่างๆ ที่ใช้ภายใน บ้าน ไม่สามารถทำให้ผิวหน้าเป็นรอยได้ พื้นไม้ลามิเนต ปลอดภัยเนื่องจากพื้นลามิเนตไม่มีขั้นตอนการผลิตที่ต้องใช้สาร Dioxins จึงปลอดภัยต่อ สุขภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และด้วยพื้นผิวที่สะอาดถูกสุขอนามัยไม่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ได้ พื้นไม้ลามิเนต แข็งแรงมาก แม้การเคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์ก็ไม่ทำให้เกิดรอย (สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องทำเมื่อวางของหนักๆบนพื้นก็คือใช้สักหลาดรองส่วนที่ สัมผัสกับพื้นเท่านั้นเอง). พื้นไม้ลามิเนต ติดตั้งได้ง่ายและเร็ว สามารถติดตั้งทับบนพื้นเดิมได้เลย

ช่างติดตั้งไม้ลามิเนต จะต้องแนะนำวิธีการดูแลและรักษาพื้นไม้ลามิเนต ดังนี้ คิดถึงสถานที่ที่คุณจะปูพื้น ตัดสินได้จากการเดินผ่านไปมาว่ามากน้อยขนาดไหนและระดับความชื้น เพื่อที่คุณจะสามารถตัดสินใจได้ว่าพื้นแบบไหนเหมาะที่สุด ช่างติดตั้งไม้ลามิเนต ไม่ควรลืมเช็ค AC rating ด้วย เลือกแผ่นรองที่สามารถป้องกันความชื้นที่มาจากใต้พื้นได้ ลูกค้าอ่านคู่มือการติดตั้งอย่างละเอียด  ต้องมั่นใจว่าชั้นใต้พื้นได้ระดับ สะอาดและแห้ง เมื่อปูพื้นไม้ลามิเนต คุณควรจะเว้นระยะห่างจากเส้นรอบวงของบริเวณที่คุณจะปูสัก 10 มม. ซึ่งรวมไปถึงการเว้นระยะห่างนี้ให้กับเครื่องเรือนหรือวัสดุที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ด้วย คุณควรเว้นไว้เพราะต้องเผื่อการขยายตัวด้วย เมื่อใช้ไปพื้นไม้ลามิเนตจะตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิบ้าง เมื่อปูพี้นไม้ลามิเนตไปแล้ว ถ้าเกิดมีอะไรหกลงพื้นก็ควรทำความสะอาดอย่าปล่อยทิ้งไว้นาน ใช้ไม้ม๊อบหมาดๆหรือเครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาด

ข้อแนะนำสำหรับการปูพื้นไม้ลามิเนต คือใช้แผ่นรองขาเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เก้าอี้ เพื่อลดโอกาสการเกิดรอยขีดข่วน ถ้าทำได้ก็ให้ยกเฟอร์นิเจอร์หนักๆอย่าลากไปตามพื้น นอกจากแผ่นรองขาแล้ว ให้ใช้ชิ้นผ้ารองเฟอร์นิเจอร์หนักๆใหญ่ๆก่อนที่จะเคลื่อนย้ายมันบนพื้นลามิเนตของคุณ ถ้ามันหนักมากก็อย่าลืมหาผู้ช่วยมาด้วย ถ้าห้องของคุณถูกแสงแดดโดยตรงก็ควรปิดผ้าม่านหรือที่บังแดดเพื่อลดโอกาสการเกิดสีซีดจาง

ช่างติดตั้งไม้ลามิเนตจะต้องหลีกเลี่ยงการปูพื้นไม้ลามิเนตบนพื้นพรมปูพื้นไม้ลามิเนตบริเวณที่ความชื้นสูง ปูทั้งๆที่แถวแรกมันเบี้ยว แถวแรกมีความสำคัญต่อการปูพื้นที่เหลือทั้งหมดมาก ใช้แว๊กซ์ น้ำยาขัดเงา หรือน้ำยาขัดพื้นทำความสะอาดพื้นไม้ลามิเนต เพราะมันจะก่อความเสียหายได้ การเคลือบเงาหรือขัดพี้นไม้ลามิเนต ใช้น้ำยาที่มีส่วนผสมของสบู่ หรือน้ำยาขัดเงาต่างๆบนพื้นไม้ลามิเนต เดินบนพื้นไม้ลามิเนตขณะสวมรองเท้าส้นแหลม หรือรองเท้ากีฬาที่ปุ่มมีโลหะหรือเดือย ราดน้ำลงบนพื้นเพื่อทำความสะอาด นั่นอาจทำให้พื้นไม้ลามิเนตของคุณกลายเป็นลอนๆได้

ช่างติดตั้งไม้ลามิเนต จะต้องรู้เรื่องความทนทานของไม้ลามิเนตAC Rating ของพื้นไม้ลามิเนตนั้นก็มีความสำคัญมากเหมือนกันเพราะจะบอกได้ว่า พื้นไม้ลามิเนตที่ใช้นั้นมีความทนทานมากแค่ไหน AC Rating ของพื้นไม้ลามิเนตคืออะไร? AC rating คือคำที่ใช้บอกถึงระดับความทนทานของพื้นไม้ลามิเนต มันถูกใช้โดยองค์กรอิสระที่ชื่อว่า European Producers of Laminate Flooring (EPLF) AC rating เป็นโค้ดบอกความทนต่อแรงบีบอัดของพื้นไม้ลามิเนต ซึ่งช่วยให้ลูกค้าเลือกผลิตภัณฑ์ได้ง่ายขึ้นและเหมาะสมกับการใช้งานมากขึ้น การกำหนด AC rating นั้น จะต้องมีการทดสอบหลายอย่างเช่น ความทนทานต่อการไหม้ รอยข่วน คราบ และการกระแทก และยังทดสอบไปถึงความทนทานต่อขาของเฟอร์นิเจอร์ ฐานเก้าอี้ หรืออะไรก็ตามที่ต้องวาง และเคลื่อนย้ายบนพื้นด้วย พื้นไม้ลามิเนตจะได้ตรา AC rating ต่อเมื่อผ่านการทดสอบทุกขั้นตอนแล้วเท่านั้น ถ้าไม่ผ่านแม้แต่ขั้นเดียวก็จะไม่ได้ใช้สัญลักษณ์ AC rating ทันที ระดับของ AC rating นั้นจะพิจารณาร่วมกับผลการทดสอบ และสถานที่ที่จะนำไม้ลามิเนตนั้นไปใช้ด้วย คำแนะนำเบื้องต้นสำหรับ AC rating ระดับ AC rating ต่างๆจะแสดงใน diagram ข้างล่าง อธิบายถึงวิธีการใช้ผลิตภัณฑ์และความทนทาน ระดับต่างๆจะถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ

ระดับที่อยู่อาศัยและการค้า ซึ่งจะแบ่งย่อยออกไปตามความหนักเบาในการใช้งาน มีคนเดินผ่านไปมามาก (heavy) ทั่วไป (general) หรือปานกลาง (moderate) คำอธิบายของ AC rating สัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องและการใช้งานที่เหมาะสมจะถูกอธิบายดังนี้

AC 1 : 21 (ที่พักอาศัย, เดินผ่านปานกลาง : เหมาะกับห้องนอนหรือห้องรับแขก)

AC 2 : 22 (ที่พักอาศัย, เดินผ่านทั่วไป : เหมาะกับห้องนั่งเล่นหรือห้องทานอาหาร)

AC 3 : 23 (ที่พักอาศัย, เดินผ่านมาก : ใช้ได้ทุกที่)

AC 3 : 31 (สำหรับพื้นที่การค้า, เดินผ่านปานกลาง : เหมาะจะปูห้องในโรงแรมหรือ Office เล็กๆ)

AC 4 : 32 (สำหรับพื้นที่การค้า, เดินผ่านทั่วไป : สำนักงาน, ภัตตาคาร, ร้านเสริมสวย, คาเฟ่)

AC 5 : 33 (สำหรับพื้นที่การค้า, เดินผ่านมาก : อาคารสาธารณะ, ห้างสรรพสินค้า)ผู้ผลิตพื้นไม้ลามิเนตทุกรายจะถูกกำหนดให้ต้องทำตามมาตรฐานนี้เพื่อประโยชน์ของลูกค้า ลูกค้าจะต้องตรวจสอบ AC rating ก่อนจะซื้อพื้นไม้ลามิเนตโดยต้องพิจารณาถึงระดับความทนทานที่ต้องการด้วย

ท่องเที่ยวสกีรีสอร์ทญี่ปุ่น เมืองไหนดี…?

หากคิดถึงสกีรีสอร์ทญี่ปุ่น หลายคนคงพุ่งเป้าไปที่ Hokkaido เกาะที่หนาวที่สุดในญี่ปุ่น ทำให้มองข้ามจังหวัดใกล้ ๆ Tokyo อย่าง Nagano โดยไม่รู้ซะแล้วว่าที่สกีรีสอร์ในญี่ปุ่นในหลายๆที่ ก็มีบรรยากาศสวย ๆ ลานสกีใหญ่ ๆ และมีหิมะคุณภาพดีเป็นปุยละเอียดไม่ต่างจากหิมะบนเกาะ Hokkaido เช่นกัน

ในญี่ปุ่นนั้นมีสกีรีสอร์ทอยู่มากมายหลายแห่งจนอาจเลือกกันไม่ถูก แต่หากเป็นสกีรีสอร์ทญี่ปุ่นที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลอย่าง “World Travel Award” สาขาสถานที่ท่องเที่ยวทางสกียอดเยี่ยมจากเว็บไซต์ World Ski Award ซึ่งเทียบได้กับรางวัลออสการ์ของการท่องเที่ยวโลกเป็นการันตีแล้วก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียว หิมะของลานสกีเหล่านี้เหมาะกับการเล่นสกีมากเพราะลักษณะของหิมะที่เกิดในอุณหภูมิต่ำจะแห้งและเป็นผงนุ่มลื่นคล้ายแป้ง (Powder Snow) เมื่อเล่นสกีบนหิมะแบบนี้จะลื่นไหลได้ดีกว่าและเพลิดเพลินมากกว่า แถมเวลาลื่นล้มก็ไม่ค่อยเจ็บด้วยซึ่งต่างจากหิมะในภาวะอุณหภูมิสูงมักจะอมน้ำไว้มากเกินไป

ซึ่งครั้งนี้เรามี 10 สถานที่สกีรีสอร์ทญี่ปุ่นที่จะนำเสนอ ซึ่งรับรองได้ว่าท่านจะเพลิดเพลินกับการเล่นสกีไปกับเราแน่นอน

  1. Furano Ski Resort ลานสกีแห่งนี้ อยู่บริเวณโรงแรมปริ๊นโรงแรมระดับ 4 ดาว ของเมืองฟูราโน่ สามารถจองตั๋วล่วงหน้าได้ จากเว็บอย่างเป็นทางการตั๋วปีเริ่มที่ 100,000 เยน ซึ่งสามารถนำไปใช้กับลานสกีในเครือที่มีอยู่ 9 แห่งเลยทีเดียวครับ
  2. GALA Yuzawa Snow Resort Gala Ski Area ตั้งอยู่บริเวณเมืองยูซาว่า ในเขตจังหวัดนิกะตะ ลานสกีแห่งนี้จัดว่าเดินทางสะดวกมากเช่นกัน สถานีรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่มุ่งหน้าไปเมืองทางตอนเหนือของเกาะฮอนชู เพียงไม่เกิน 2 ชม.จากโตเกียวเท่านั้น
  3. Maiko Snow Resort ลานสกีแห่งนี้อยู่ทางตอนเหนือของจังหวัดนิกะตะ จังหวัดแห่งลานสกีรีสอร์ทญี่ปุ่น มี 3 พื้นที่ เปิดให้เล่นกันอย่างจุใจไปเลย แต่จะเปิด 2 พื้นที่เป็นหลัก คือ Nagamine Area และ Maiko Area ส่วนพื้นที่ๆ 3 คือ Okusoechi Area จะสามารถไปต่อจาก Nagamine area โดยกระเช้ากอนโดล่า
  4. Ishiuchi Maruyama สกีรีสอร์ต Ishiuchi Maruyama เชื่อมต่อกับ Gala Yuzawa และสกีรีสอร์ทญี่ปุ่นสองแห่งแตกต่างกันอย่างไม่น่าเชื่อ Gala Yuzawa เป็นรีสอร์ทสกีเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่มีจุดประสงค์เพื่อสร้างขึ้นในยุคฟองสบู่ร่ำรวยขณะที่ Ishiuchi เติบโตขึ้นตามธรรมชาติ Ishiuchi Maruyama และยังคงรักษาจิตวิญญาณของการเล่นสกีในประเทศญี่ปุ่นเลย
  5. Naeba Ski Resort สกีรีสอร์ทญี่ปุ่นแห่งนี้เคยดำเนินการโดย Kokudo และขณะนี้ดำเนินการโดย Prince Hotel ซึ่งรวมกับ Kokudo ในปี 2549 Naeba เป็นหนึ่งในรีสอร์ทสกีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากสามารถเข้าถึงได้จากกรุงโตเกียวและมีลานหิมะที่ค่อนข้างยาว
  6. Kiroro Ski Resort Kiroro Snow World ตั้งอยู่บนเนินเขาทางตะวันตกของ Asaridake ในหมู่บ้าน Akaigawa ทางตอนใต้ของเมือง Otaru และอยู่ทางตะวันตกของเมือง Sapporo ในฮอกไกโด ภูมิภาคนี้มักชอบหิมะมากที่สุดในฮอกไกโดและหิมะที่มีคุณภาพดีมากเช่นกัน
  7. Nozawa Onsen Nozawa Onsen เป็นชื่อของหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองนากาโน่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดนะงะโนะใกล้ชายแดนกับจังหวัดนีงะตะ นอกจากนี้ยังเป็นชื่อของสกีรีสอร์ทญี่ปุ่น และสโนว์บอร์ดที่เป็นที่นิยมซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับหมู่บ้านโดยสามารถเดินจากโรงแรมไปยังลิฟต์บันไดเลื่อนและสนามกอล์ฟได้
  8. Kagura Ski Resort Kagura ประกอบด้วยสามพื้นที่ ได้แก่ Mitsumata Area, Tashiro Area และ Central Kagura Area หลักสูตรทั้ง Mitsumata และ Tashiro เดินทางจากที่จอดรถของตนโดยรถราง (Ropeway) ขนาดใหญ่ “Mitsumata Ropeway” สามารถรองรับได้ถึง 121 คนขณะที่ Tashiro Ropeway สามารถรองรับผู้คนได้ถึง 101 คน
  9. Hakuba Happo-One Ski Resort Hakuba Happo-one (หรือที่เรียกว่า Happo-one หรือ Happo) เป็นสกีรีสอร์ทญี่ปุ่น ที่ตั้งอยู่ใกล้กับพื้นที่ส่วนกลางของหมู่บ้าน Hakuba Happo-one ตั้งอยู่บนเนินเขาทางทิศตะวันออกของภูเขา Karamatsu และเป็นหนึ่งในสกีและสโนว์บอร์ดที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น
  10. Niseko Mountain Resort Grand Hirafu Niseko Mountain Resort Grand Hirafu – ซึ่งรู้จักกันในชื่อ Niseko Grand Hirafu (หรือ “Hirafu”) ตั้งอยู่ในเมือง Kutchan ทางตะวันตกของฮอกไกโด เป็นหนึ่งในสี่สกีรีสอร์ทญี่ปุ่น ที่เชื่อมต่อกันซึ่งมีตั๋วลิฟท์ร่วมกันและทำเป็น ‘Niseko United’