ทำความรู้จักกับไม้ลามิเนต

อาชีพช่างติดตั้งไม้ลามิเนต ต้องรู้อะไรบ้าง ก่อนอื่น ช่างติดตั้งไม้ลามิเนต ควรมีความรู้ในด้านต่างๆของไม้ลามิเนตก่อน บางท่านอาจคิดว่าพื้นไม้ลามิเนตนั้นผลิตจากไม้แท้ๆ เลยแต่จริงๆ แล้ว “พื้นไม้ลามิเนตไม่ใช่ไม้จริง 100%”  แต่เป็นการทำให้เหมือนไม้จริงมากกว่าเพราะตัวไม้ลามิเนตนั้นจะถูกอัดด้วยผงไม้จนเกิดมาเป็นไม้ทั้งแผ่นเพื่อจะที่ลามิเนตอีกทีนึง หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นไม้สำเร็จรูปที่ผลิตขึ้นมาโดยวิธีทางวิทยาศาสตร์ โดยยังคงมีพื้นฐานที่มีไม้เป็นส่วนประกอบ คือ แผ่นไม้ลามิเนต และใน 1 แผ่นไม้ลามิเนตนั้นประกอบไปด้วยชั้นต่างๆ 4 ชั้น ซึ่งชั้นตรงกลางที่มีความหนาที่สุดจะทำมาจากไม้ โดยนำไม้เนื้อแข็งมาย่อยให้เป็นผงละเอียด แล้วนำไปผสมกับสารอื่นๆ จากนั้นจึงทำให้ออกมาเป็น แผ่นโดยวิธีทางวิทยาศาสตร์ โดยเราเรียกวิธีนี้ว่า HDF (High Density Fiber) ซึ่งดูจะได้ไม้ที่ดูคล้ายไม้ธรรมชาติแต่มีความแข็งแรงและยืดหดตัวน้อยกว่าไม้จริงหลายเท่า ส่วนชั้นที่ 2 จะเป็นส่วนของลายไม้ออกแบบโดยคอมพิวเตอร์ซึ่งใช้ปิดทับชั้นไม้ HDF โดยชั้นบนจะเป็นผิวหนังที่ป้องกันการขีดข่วนส่วนล่างจะเป็นแผ่นป้องกันความชื้น แล้วนำทั้ง 4 ชั้น มาเข้ากระบวนการผลิตเพื่อให้ได้ออกมาเป็นแผ่นไม้ลามิเนต ด้วยการนำไปหลอมละลายให้เป็นเนี้อเดียวกันทำให้ไม้ลามิเนตไม่สามารถแยกออกจากกันได้ เอาล่ะครับเพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจกันมากที่สุด

ลักษณะของพื้นไม้ลามิเนต ในชั้นบนเป็นชั้นที่แสดงถึงลายไม้ จึงต้องมีความทนทานสูง เพื่อไม่ให้เกิดริ้วรอยบนพื้นไม้ ลวดลายบนพื้นไม้ลามิเนตนั้นมาจากการใช้ภาพถ่ายลายไม้เสมือนจริง หรือออกแบบโดยคอมพิวเตอร์ และนำไปเคลือบทับด้วย เมลามีน ลามิเนต เพื่อให้ทนทานต่อการเกิดรอย นอกจากนี้ยังเคลือบด้วยเรซินที่ทนทาน Abrasion&Decorate Layer พื้นไม้ลามิเนตชั้นกลางจะเป็นชั้นที่หนาที่สุดในพื้นไม้แบบลามิเนต และทำจากไม้ที่ย่อยเป็นผงแล้วมาอัดเข้าแผ่นด้วยความดันสูง หรือที่เรียกกันว่า HDF Boardผู้ผลิตบางรายอาจจะใส่สารป้องกันความชื้นลงในชั้นนี้ด้วย พื้นไม้ลามิเนตชั้นล่างจะเป็นชั้นที่ป้องกันความชื้น โดยผู้ผลิตบางรายจะเคลือบด้วยเมลามีน เพื่อให้เกิดความแข็งแรง และป้องกันความชื้นได้ดียิ่งขึ้น

ช่างติดตั้งไม้ลามิเนต จะต้องรู้เรื่องคุณสมบัติของพื้นไม้ลามิเนตว่าาพูดถึงเรื่องคุณสมบัติของพื้นไม้ลามิเนตนั้น ก็คือ ติดตั้งได้เร็ว น้ำหนักเบา และทนทาน หลายปี หลายๆคนที่มีความเชื่อว่าไม้ลามิเนตไม่ดีนั้น ส่วนมากมีปัญหาหลังจากการติดตั้ง และช่างติดตั้งไม้ลามิเนต ที่ไม่ชำนาญมากพอ ส่วนเรื่องของเสียง ที่เวลาเดินบนไม้ลามิเนตแล้วเกิดเสียงเหมือนไม้กรอบตัวนั้น สาเหตุส่วนใหญ่มาจากพื้นเดิมนั้นไม่ได้ระนาบ มีลักษณะเป็นคลื่น เมื่อติดตั้งไม้ลามิเนตไปแล้วเวลาเราเดินบน พื้นไม้ ทำให้ไม้ยุบตัวลงผ่านรอยคลื่นใต้ไม้ลามิเนตอีกชั้นหนึ่งจึงทำให้เกิดเสียงดังบางครั้ง ติดตั้งไม้ลามิเนตไปแล้ว ไม้เกิดการขยายตัวมากกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ไม้ลามิเนตมีปัญหา ถ้ายังไม่พอผมจะแยกคุณสมบัติของพื้นไม้ลามิเนต ดังนี้  พื้นไม้ลามิเนต ทนต่อรอยขีดข่วน หรือกระทั่งกรงเล็บของสัตว์เลี้ยงของท่าน พื้นไม้ลามิเนต ทนต่อแรงตกหรือกดกระแทก พื้นไม้ลามิเนต ทนความร้อนของก้นบุหรี่ และคราบของนิโคตินสามารถเช็ดออกได้โดยง่าย พื้นไม้ลามิเนต ไม่เป็นคราบ สามารถเช็ดออกได้ง่าย พื้นไม้ลามิเนต สีและลายไม่ซีดจาง แม้จากการตากแดดโดยตรงก็ตาม พื้นไม้ลามิเนต ดูแลรักษาความสะอาดง่าย และทนต่อน้ำยาทำความสะอาดต่างๆ ที่ใช้ภายใน บ้าน ไม่สามารถทำให้ผิวหน้าเป็นรอยได้ พื้นไม้ลามิเนต ปลอดภัยเนื่องจากพื้นลามิเนตไม่มีขั้นตอนการผลิตที่ต้องใช้สาร Dioxins จึงปลอดภัยต่อ สุขภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และด้วยพื้นผิวที่สะอาดถูกสุขอนามัยไม่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ได้ พื้นไม้ลามิเนต แข็งแรงมาก แม้การเคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์ก็ไม่ทำให้เกิดรอย (สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องทำเมื่อวางของหนักๆบนพื้นก็คือใช้สักหลาดรองส่วนที่ สัมผัสกับพื้นเท่านั้นเอง). พื้นไม้ลามิเนต ติดตั้งได้ง่ายและเร็ว สามารถติดตั้งทับบนพื้นเดิมได้เลย

ช่างติดตั้งไม้ลามิเนต จะต้องแนะนำวิธีการดูแลและรักษาพื้นไม้ลามิเนต ดังนี้ คิดถึงสถานที่ที่คุณจะปูพื้น ตัดสินได้จากการเดินผ่านไปมาว่ามากน้อยขนาดไหนและระดับความชื้น เพื่อที่คุณจะสามารถตัดสินใจได้ว่าพื้นแบบไหนเหมาะที่สุด ช่างติดตั้งไม้ลามิเนต ไม่ควรลืมเช็ค AC rating ด้วย เลือกแผ่นรองที่สามารถป้องกันความชื้นที่มาจากใต้พื้นได้ ลูกค้าอ่านคู่มือการติดตั้งอย่างละเอียด  ต้องมั่นใจว่าชั้นใต้พื้นได้ระดับ สะอาดและแห้ง เมื่อปูพื้นไม้ลามิเนต คุณควรจะเว้นระยะห่างจากเส้นรอบวงของบริเวณที่คุณจะปูสัก 10 มม. ซึ่งรวมไปถึงการเว้นระยะห่างนี้ให้กับเครื่องเรือนหรือวัสดุที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ด้วย คุณควรเว้นไว้เพราะต้องเผื่อการขยายตัวด้วย เมื่อใช้ไปพื้นไม้ลามิเนตจะตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิบ้าง เมื่อปูพี้นไม้ลามิเนตไปแล้ว ถ้าเกิดมีอะไรหกลงพื้นก็ควรทำความสะอาดอย่าปล่อยทิ้งไว้นาน ใช้ไม้ม๊อบหมาดๆหรือเครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาด

ข้อแนะนำสำหรับการปูพื้นไม้ลามิเนต คือใช้แผ่นรองขาเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เก้าอี้ เพื่อลดโอกาสการเกิดรอยขีดข่วน ถ้าทำได้ก็ให้ยกเฟอร์นิเจอร์หนักๆอย่าลากไปตามพื้น นอกจากแผ่นรองขาแล้ว ให้ใช้ชิ้นผ้ารองเฟอร์นิเจอร์หนักๆใหญ่ๆก่อนที่จะเคลื่อนย้ายมันบนพื้นลามิเนตของคุณ ถ้ามันหนักมากก็อย่าลืมหาผู้ช่วยมาด้วย ถ้าห้องของคุณถูกแสงแดดโดยตรงก็ควรปิดผ้าม่านหรือที่บังแดดเพื่อลดโอกาสการเกิดสีซีดจาง

ช่างติดตั้งไม้ลามิเนตจะต้องหลีกเลี่ยงการปูพื้นไม้ลามิเนตบนพื้นพรมปูพื้นไม้ลามิเนตบริเวณที่ความชื้นสูง ปูทั้งๆที่แถวแรกมันเบี้ยว แถวแรกมีความสำคัญต่อการปูพื้นที่เหลือทั้งหมดมาก ใช้แว๊กซ์ น้ำยาขัดเงา หรือน้ำยาขัดพื้นทำความสะอาดพื้นไม้ลามิเนต เพราะมันจะก่อความเสียหายได้ การเคลือบเงาหรือขัดพี้นไม้ลามิเนต ใช้น้ำยาที่มีส่วนผสมของสบู่ หรือน้ำยาขัดเงาต่างๆบนพื้นไม้ลามิเนต เดินบนพื้นไม้ลามิเนตขณะสวมรองเท้าส้นแหลม หรือรองเท้ากีฬาที่ปุ่มมีโลหะหรือเดือย ราดน้ำลงบนพื้นเพื่อทำความสะอาด นั่นอาจทำให้พื้นไม้ลามิเนตของคุณกลายเป็นลอนๆได้

ช่างติดตั้งไม้ลามิเนต จะต้องรู้เรื่องความทนทานของไม้ลามิเนตAC Rating ของพื้นไม้ลามิเนตนั้นก็มีความสำคัญมากเหมือนกันเพราะจะบอกได้ว่า พื้นไม้ลามิเนตที่ใช้นั้นมีความทนทานมากแค่ไหน AC Rating ของพื้นไม้ลามิเนตคืออะไร? AC rating คือคำที่ใช้บอกถึงระดับความทนทานของพื้นไม้ลามิเนต มันถูกใช้โดยองค์กรอิสระที่ชื่อว่า European Producers of Laminate Flooring (EPLF) AC rating เป็นโค้ดบอกความทนต่อแรงบีบอัดของพื้นไม้ลามิเนต ซึ่งช่วยให้ลูกค้าเลือกผลิตภัณฑ์ได้ง่ายขึ้นและเหมาะสมกับการใช้งานมากขึ้น การกำหนด AC rating นั้น จะต้องมีการทดสอบหลายอย่างเช่น ความทนทานต่อการไหม้ รอยข่วน คราบ และการกระแทก และยังทดสอบไปถึงความทนทานต่อขาของเฟอร์นิเจอร์ ฐานเก้าอี้ หรืออะไรก็ตามที่ต้องวาง และเคลื่อนย้ายบนพื้นด้วย พื้นไม้ลามิเนตจะได้ตรา AC rating ต่อเมื่อผ่านการทดสอบทุกขั้นตอนแล้วเท่านั้น ถ้าไม่ผ่านแม้แต่ขั้นเดียวก็จะไม่ได้ใช้สัญลักษณ์ AC rating ทันที ระดับของ AC rating นั้นจะพิจารณาร่วมกับผลการทดสอบ และสถานที่ที่จะนำไม้ลามิเนตนั้นไปใช้ด้วย คำแนะนำเบื้องต้นสำหรับ AC rating ระดับ AC rating ต่างๆจะแสดงใน diagram ข้างล่าง อธิบายถึงวิธีการใช้ผลิตภัณฑ์และความทนทาน ระดับต่างๆจะถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ

ระดับที่อยู่อาศัยและการค้า ซึ่งจะแบ่งย่อยออกไปตามความหนักเบาในการใช้งาน มีคนเดินผ่านไปมามาก (heavy) ทั่วไป (general) หรือปานกลาง (moderate) คำอธิบายของ AC rating สัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องและการใช้งานที่เหมาะสมจะถูกอธิบายดังนี้

AC 1 : 21 (ที่พักอาศัย, เดินผ่านปานกลาง : เหมาะกับห้องนอนหรือห้องรับแขก)

AC 2 : 22 (ที่พักอาศัย, เดินผ่านทั่วไป : เหมาะกับห้องนั่งเล่นหรือห้องทานอาหาร)

AC 3 : 23 (ที่พักอาศัย, เดินผ่านมาก : ใช้ได้ทุกที่)

AC 3 : 31 (สำหรับพื้นที่การค้า, เดินผ่านปานกลาง : เหมาะจะปูห้องในโรงแรมหรือ Office เล็กๆ)

AC 4 : 32 (สำหรับพื้นที่การค้า, เดินผ่านทั่วไป : สำนักงาน, ภัตตาคาร, ร้านเสริมสวย, คาเฟ่)

AC 5 : 33 (สำหรับพื้นที่การค้า, เดินผ่านมาก : อาคารสาธารณะ, ห้างสรรพสินค้า)ผู้ผลิตพื้นไม้ลามิเนตทุกรายจะถูกกำหนดให้ต้องทำตามมาตรฐานนี้เพื่อประโยชน์ของลูกค้า ลูกค้าจะต้องตรวจสอบ AC rating ก่อนจะซื้อพื้นไม้ลามิเนตโดยต้องพิจารณาถึงระดับความทนทานที่ต้องการด้วย

ท่องเที่ยวสกีรีสอร์ทญี่ปุ่น เมืองไหนดี…?

หากคิดถึงสกีรีสอร์ทญี่ปุ่น หลายคนคงพุ่งเป้าไปที่ Hokkaido เกาะที่หนาวที่สุดในญี่ปุ่น ทำให้มองข้ามจังหวัดใกล้ ๆ Tokyo อย่าง Nagano โดยไม่รู้ซะแล้วว่าที่สกีรีสอร์ในญี่ปุ่นในหลายๆที่ ก็มีบรรยากาศสวย ๆ ลานสกีใหญ่ ๆ และมีหิมะคุณภาพดีเป็นปุยละเอียดไม่ต่างจากหิมะบนเกาะ Hokkaido เช่นกัน

ในญี่ปุ่นนั้นมีสกีรีสอร์ทอยู่มากมายหลายแห่งจนอาจเลือกกันไม่ถูก แต่หากเป็นสกีรีสอร์ทญี่ปุ่นที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลอย่าง “World Travel Award” สาขาสถานที่ท่องเที่ยวทางสกียอดเยี่ยมจากเว็บไซต์ World Ski Award ซึ่งเทียบได้กับรางวัลออสการ์ของการท่องเที่ยวโลกเป็นการันตีแล้วก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียว หิมะของลานสกีเหล่านี้เหมาะกับการเล่นสกีมากเพราะลักษณะของหิมะที่เกิดในอุณหภูมิต่ำจะแห้งและเป็นผงนุ่มลื่นคล้ายแป้ง (Powder Snow) เมื่อเล่นสกีบนหิมะแบบนี้จะลื่นไหลได้ดีกว่าและเพลิดเพลินมากกว่า แถมเวลาลื่นล้มก็ไม่ค่อยเจ็บด้วยซึ่งต่างจากหิมะในภาวะอุณหภูมิสูงมักจะอมน้ำไว้มากเกินไป

ซึ่งครั้งนี้เรามี 10 สถานที่สกีรีสอร์ทญี่ปุ่นที่จะนำเสนอ ซึ่งรับรองได้ว่าท่านจะเพลิดเพลินกับการเล่นสกีไปกับเราแน่นอน

  1. Furano Ski Resort ลานสกีแห่งนี้ อยู่บริเวณโรงแรมปริ๊นโรงแรมระดับ 4 ดาว ของเมืองฟูราโน่ สามารถจองตั๋วล่วงหน้าได้ จากเว็บอย่างเป็นทางการตั๋วปีเริ่มที่ 100,000 เยน ซึ่งสามารถนำไปใช้กับลานสกีในเครือที่มีอยู่ 9 แห่งเลยทีเดียวครับ
  2. GALA Yuzawa Snow Resort Gala Ski Area ตั้งอยู่บริเวณเมืองยูซาว่า ในเขตจังหวัดนิกะตะ ลานสกีแห่งนี้จัดว่าเดินทางสะดวกมากเช่นกัน สถานีรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่มุ่งหน้าไปเมืองทางตอนเหนือของเกาะฮอนชู เพียงไม่เกิน 2 ชม.จากโตเกียวเท่านั้น
  3. Maiko Snow Resort ลานสกีแห่งนี้อยู่ทางตอนเหนือของจังหวัดนิกะตะ จังหวัดแห่งลานสกีรีสอร์ทญี่ปุ่น มี 3 พื้นที่ เปิดให้เล่นกันอย่างจุใจไปเลย แต่จะเปิด 2 พื้นที่เป็นหลัก คือ Nagamine Area และ Maiko Area ส่วนพื้นที่ๆ 3 คือ Okusoechi Area จะสามารถไปต่อจาก Nagamine area โดยกระเช้ากอนโดล่า
  4. Ishiuchi Maruyama สกีรีสอร์ต Ishiuchi Maruyama เชื่อมต่อกับ Gala Yuzawa และสกีรีสอร์ทญี่ปุ่นสองแห่งแตกต่างกันอย่างไม่น่าเชื่อ Gala Yuzawa เป็นรีสอร์ทสกีเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่มีจุดประสงค์เพื่อสร้างขึ้นในยุคฟองสบู่ร่ำรวยขณะที่ Ishiuchi เติบโตขึ้นตามธรรมชาติ Ishiuchi Maruyama และยังคงรักษาจิตวิญญาณของการเล่นสกีในประเทศญี่ปุ่นเลย
  5. Naeba Ski Resort สกีรีสอร์ทญี่ปุ่นแห่งนี้เคยดำเนินการโดย Kokudo และขณะนี้ดำเนินการโดย Prince Hotel ซึ่งรวมกับ Kokudo ในปี 2549 Naeba เป็นหนึ่งในรีสอร์ทสกีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากสามารถเข้าถึงได้จากกรุงโตเกียวและมีลานหิมะที่ค่อนข้างยาว
  6. Kiroro Ski Resort Kiroro Snow World ตั้งอยู่บนเนินเขาทางตะวันตกของ Asaridake ในหมู่บ้าน Akaigawa ทางตอนใต้ของเมือง Otaru และอยู่ทางตะวันตกของเมือง Sapporo ในฮอกไกโด ภูมิภาคนี้มักชอบหิมะมากที่สุดในฮอกไกโดและหิมะที่มีคุณภาพดีมากเช่นกัน
  7. Nozawa Onsen Nozawa Onsen เป็นชื่อของหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองนากาโน่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดนะงะโนะใกล้ชายแดนกับจังหวัดนีงะตะ นอกจากนี้ยังเป็นชื่อของสกีรีสอร์ทญี่ปุ่น และสโนว์บอร์ดที่เป็นที่นิยมซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับหมู่บ้านโดยสามารถเดินจากโรงแรมไปยังลิฟต์บันไดเลื่อนและสนามกอล์ฟได้
  8. Kagura Ski Resort Kagura ประกอบด้วยสามพื้นที่ ได้แก่ Mitsumata Area, Tashiro Area และ Central Kagura Area หลักสูตรทั้ง Mitsumata และ Tashiro เดินทางจากที่จอดรถของตนโดยรถราง (Ropeway) ขนาดใหญ่ “Mitsumata Ropeway” สามารถรองรับได้ถึง 121 คนขณะที่ Tashiro Ropeway สามารถรองรับผู้คนได้ถึง 101 คน
  9. Hakuba Happo-One Ski Resort Hakuba Happo-one (หรือที่เรียกว่า Happo-one หรือ Happo) เป็นสกีรีสอร์ทญี่ปุ่น ที่ตั้งอยู่ใกล้กับพื้นที่ส่วนกลางของหมู่บ้าน Hakuba Happo-one ตั้งอยู่บนเนินเขาทางทิศตะวันออกของภูเขา Karamatsu และเป็นหนึ่งในสกีและสโนว์บอร์ดที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น
  10. Niseko Mountain Resort Grand Hirafu Niseko Mountain Resort Grand Hirafu – ซึ่งรู้จักกันในชื่อ Niseko Grand Hirafu (หรือ “Hirafu”) ตั้งอยู่ในเมือง Kutchan ทางตะวันตกของฮอกไกโด เป็นหนึ่งในสี่สกีรีสอร์ทญี่ปุ่น ที่เชื่อมต่อกันซึ่งมีตั๋วลิฟท์ร่วมกันและทำเป็น ‘Niseko United’