เรื่องที่ ช่างเทคนิค/ซ่อมบำรุงเครื่องจักร ต้องรู้ของการวางแผนบำรุงและรักษาเครื่องจักร

ต้องยอมรับว่าเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยในการรักษาสมดุลสายการผลิต (Line Balancing) ช่างเทคนิค/ซ่อมบำรุงเครื่องจักร มีค่าใช้จ่ายเหล่านี้เป็นสิ่งที่คาดหวังว่าต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว ซึ่งผู้ประกอบการสามารถนำไปประยุกต์ใช้ร่วมกับการจัดการเวลาในแต่ละสถานี เป็นค่าใช้จ่ายที่ค่อยๆ พอกพูนขึ้นทีละน้อยๆ ตลอดช่วงอายุการใช้งานของเครื่องจักรกล เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์กัน หรือใกล้เคียงกัน มักถูกละเลยไม่มีการแสดงรายละเอียด และเสนอต่อผู้บริหาร เพื่อลดเวลาสูญเปล่าอันเกิดจากความล่าช้าของงาน ค่าใช้จ่ายในส่วนของการบำรุงรักษาประจำวันมักต่ำจนมองไม่เห็นหรือรู้สึกได้ ซึ่งจะทำให้สามารถเพิ่มผลผลิตได้มากขึ้นตามความต้องการ ารใช้จ่ายที่ต้องเสียไปเนื่องจากเครื่องจักรกลหยุดการทำงาน มักไม่นำมารวมอยู่ในรายการ ลดปัญหาคอขวด และสามารถใช้ควบคุมการผลิตที่มากเกินไปอีกด้วย

ในงานบริหารการผลิตหรือการบริการ ช่างเทคนิค/ซ่อมบำรุงเครื่องจักร การจัดการบำรุงรักษาและการซ่อมแซมที่ดี จะต้องมีแผนงานที่เป็นระบบทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทั้งฝ่ายซ่อมบำรุงรักษา และฝ่ายปฏิบัติงานสามารถคาดหวังในสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ มักจะหลีกเลี่ยงงานเพิ่มเติมที่สำคัญงานหนึ่งคือ ระยะทางที่ปฏิบัติงานเพื่อกำหนดขั้นตอนในการบำรุงรักษาให้ทุกๆ ฝ่ายปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอเป็นระบบเพื่อลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงาน ถึงแม้ว่างานซ่อมและบำรุงรักษาไม่ใช่งานผลิตโดยตรง หัวใจของการจัดการซ่อมบำรุงรักษาก็คือ การซ่อมบำรุงรักษาอย่างมีแผน หรือ การซ่อมบำรุงตาม แต่งานซ่อมและบำรุงรักษาก็มีบทบาทช่วยให้การผลิตและการบริการขององค์กรนั้นเป็นไปอย่างราบรื่น

การวางแผนบำรุงและรักษาเครื่องจักร โดย ช่างเทคนิค/ซ่อมบำรุงเครื่องจักร ส่งผลต่อการผลิตได้อย่างไร

1. ส่งเสริมและพัฒนามาตรฐานในการทำงาน ให้เพื่อให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกปัจจุบันที่การผลิตและการบริการ หากการซ่อมบำรุงกระทำตามคำเรียกร้องของผู้ใช้เครื่องจักรกลเฉพาะเมื่อเกิดปัญหาขึ้น ก็จะเป็นกากรแก้ปัญหาที่ไม่มีวันจบ หน่วยงานที่รับผิดชอบการซ่อมบำรุงรักษาจะต้องวางหมายกำหนดการตรวจทำความสะอาด จำเป็นที่จะต้องอาศัยอุปกรณ์และเครื่องจักรมากขึ้น ซ่อมเครื่องจักรกลเสมอ โดย ช่างเทคนิค/ซ่อมบำรุงเครื่องจักร แจ้งให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้เครื่องจักรกลทราบหมายกำหนดการนั้น ขณะเดียวกันผู้ที่ใช้เครื่องจักรกลจะต้องรายงานและบันทึกสิ่งบกพร่องและอุปกรณ์ที่เกิดขึ้นขณะใช้เครื่องทุกครั้ง การที่เครื่องจักรเกิดขัดข้องขึ้นมากะทันหันหรือไม่สามารถใช้งานได้ จะทำให้มีผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพการผลิตและการบริการนั้นๆ ตลอดจนข้อเสนอแนะในการปรับปรุงให้หน่วยซ่อมบำรุงรักษาทราบการบันทึกประวัติการซ่อมบำรุงรักษา การที่จะได้มาซึ่งเครื่องจักรที่มีคุณภาพนั้น

2. ช่วยให้อัตราการไหลในการผลิตเป็นไปอย่างคงที่ และต่อเนื่องตามความต้องการ มีการออกแบบที่ดีและตรงตามความประสงคต่อการใช้งาน การหยุดใช้เครื่องจักกล เพื่อถอดชิ้นส่วนมาทดสอบปรับปรุงและซ่อมแซมขนาดใหญ่ทั้งระบบการซ่อมบำรุงรักษาบางประเภทไม่จำเป็นต้องทำโดยเจ้าของโครงการหรือเจ้าของเครื่องจักรกล มีความเที่ยงตรงแม่นยำ รวมทั้ง ช่างเทคนิค/ซ่อมบำรุงเครื่องจักร สามารถทำงานไดเต็มกำลังความสามารถที่ออกแบบไว้ เพื่อให้การซ่อมบำรุงรักษาเครื่องจักกลเป็นไปอย่างมีระบบ จะต้องมีการบันทึกค่าใช้จ่ายและรายละเอียดการบำรุงรักษาที่ทำเป็นประจำ การซ่อม การยกเครื่อง ตลอดจนจำนวนชั่วโมงที่ใช้งาน การบันทึกข้อมูลเหล่านี้ ควรจะมีแบบฟอร์มที่เข้าใจง่าย สะดวกต่อการใช้ หากเป็นไปได้ควรจะมีรายการที่เป็นประโยชน์ต่อผู้กรอกซึ่งเป็นผู้ที่ใช้เครื่องจักรด้วย มีระบบการบำรุงรักษาที่ดีเนื่องจากเครื่องมือเครื่องใช้เมื่อถูกใช้งานไปนาน ๆ ก็ตองมีการเสื่อมสภาพ ชำรุด สึกหรอ เสียหายขัดข้อง

3. สามารถแสดงให้เห็น Real-Time Targets ในการผลิต ดำเนินการแก้ไขหรือซ่อมแซมสินทรัพย์ก็ต่อเมื่อสินทรัพย์เสียหายจึงทำให้ต้องหยุดการใช้งานสินทรัพย์ ดังนั้นเพื่อใหอายุการใชงานเครื่องมือเครื่องใชยืนยาว ได้ใช้ประโยชน์จากอายุการใช้งานของเครื่องจักรอย่างคุ้มค่า ควรหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของผลิตภัณฑ์หล่อลื่นในระบบในเรื่องสีระดับ อัตราการพร่องและสภาพ ไม่ต้องเสียกำลังคนและค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา ข้อสังเกต ช่างเทคนิค/ซ่อมบำรุงเครื่องจักร สิ่งเหล่านี้เป็นตัวบ่งชี้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น หากสีน้ำมันหล่อลื่นขุ่น แสดงว่ามีน้ำรั่วไหลเข้ามาปะปน เราไม่สามารถวางแผนและกำหนดเวลาในการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนได้บางครั้งจำเป็นต้องรีบทำงานให้เสร็จจึงทำให้คุณภาพของการซ่อมแซมไม่ดีพอ จะทำให้การหล่อลื่นลดประสิทธิภาพลงและอาจเกิดสนิมในเครื่องได้ อัตราการพร่องหากมากผิดปกติ โดยปกติเมื่อเกิดการเสียหายแล้วมักจะทำให้การเสียหายอย่างรุนแรงเป็นผลให้การซ่อมแซมหรือแก้ไขจะมีค่าใช้จ่ายสูงมาก

4. กำจัดของเสียหรือสิ่งที่ผลิตเกินตามความต้องการของลูกค้า แสดงว่ามีการรั่วซึมของระบบหล่อลื่น และหากมากขึ้นอาจเกิดการขาดน้ำมัน ทำให้เครื่องจักรสึกหรอได้ มากไปกว่านั้นความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจจะมีผลกระทบกับ ความปลอดภัย สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม ควรถ่ายเปลี่ยนผลิตภัณฑ์หล่อลื่นตามกำหนดที่ผู้ผลิตเครื่องแนะนำ ตรวจวิเคราะห์หาอุปกรณ์วิกฤต และการถ่ายเปลี่ยนต้องมั่นใจว่าเติมถูกชนิด ในปริมาณที่พอดี ไม่มากไปหรือน้อยไป ช่างเทคนิค/ซ่อมบำรุงเครื่องจักร ตรวจสอบอุปกรณ์วิกฤตตามระยะเวลาที่กำหนด และมีการบันทึกเพื่ออ้างอิงต่อไป ต้องระมัดระวังมิให้เกิดการใช้ปะปนกับผลิตภัณฑ์หล่อลื่นเกรดอื่น ถอดอุปกรณ์ออกเพื่อปรับสภาพ หม้อกรองน้ำมันหล่อลื่น หม้อกรองอากาศ และหม้อกรองเชื้อเพลิง ถอดเปลี่ยนอุปกรณ์วิกฤต ต้องหมั่นล้างและเปลี่ยนตามกำหนดหรือเมื่อเสื่อมสภาพ ควรหมั่นปรับแต่งเครื่องจักรกลให้ถูกต้องเสมอ ในกรณีของอุปกรณ์ที่ไม่วิกฤต ก็ให้ใช้ต่อไปจนชำรุด ตั้งศูนย์ ปรับแต่งรอบการเผาไหม้

วิธีการตรวจสอบดังกล่าวจะเป็นลักษณะการประเมินสภาพเครื่องจักรที่ไม่มีข้อยุติที่แน่นอน เมื่อ ช่างเทคนิค/ซ่อมบำรุงเครื่องจักร ทำการถอดซ่อมแซมชิ้นส่วน ทั้งนี้เนื่องจากความไม่เที่ยงตรงของประสาทสัมผัสของคนแต่ละคนไม่เหมือนกัน ให้เช็ดล้างให้สะอาดก่อนนำมาประกอบ และเมื่อต้องเติมน้ำมันใหม่ ควรฟลัชล้างระบบด้วยน้ำมัน ดังนั้นการใช้เครื่องมือวัดเชิงปริมาณสำหรับการบำรุงรักษาแบบคาดคะเนจึงเป็นสิ่งสำคัญ